การกราบไหว้วัดพระแก้ว

การกราบไหว้วัดพระแก้ว หากคุณเป็นคนไทย คุณต้องหาโอกาสสักครั้งหนึ่งไปกราบไหว้พระที่วัดพระแก้ว หรือเรียกอีกชื่อว่า วัดพระศรีรัตนศาสดาราม วัดคู่บ้านคู่เมืองของประเทศไทย โดยสถานที่ตั้งของวัดแห่งนี้อยู่ที่ท้องสนามหลวงนั่นเอง โดยประวัติความเป็นมาของวัดพระแก้วนั้นเดิมทีเป็นวัดในพระราชวังหลวงในสมัยตั้งแต่กรุงศรีอยุธยา

ซึ่งรัชกาลที่ 1 กษัตรย์ของคนไทยมีพระราชพระสงค์ให้อัญเชิญ พระพุทธมหามร๊รัตนปฏิมากร หรือพระแก้วมรกตที่ศักดิ์สิทธ์ มาประดิษฐานไว้ในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดารามแห่งนี้   ซึ่งหากจะเปรียบแล้วนั้น วัดพระแก้ว ถือเป็นวันคู่บ้านคู่เมืองของคนไทย

ที่เรียกได้ว่าเป็นสัญญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงความเป็นไทย โดยคนไทยทั้งหลาย ที่มีโอกาส จะเข้ามากราบไหว้ขอพร  โดยส่วนใหญ่แล้วนั้น ก็จะขอพรเกี่ยวกับเรื่องการงาน หน้าที่ความมั่นคง หรือชีวิตความั่งคั่งในต้องการความสุขสบายด้วยทรัพย์สินเงินทองที่จะไม่ขาดมือนั่นเอง

ซึ่งหลังจากเกิดสถานการณ์โควิด ที่แพร่ระบาดนั้น วัดพระแก้ว ก็ถูกปิดไปชั่วคราว จน ณ ปัจจุบันนั้น ได้มีการเปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน ปีที่แล้วเป็นต้นไป  โดยการเปิดให้เข้าชมนั้น จะเป็นการเปิดทุกวัน คือ วันจันทร์ ถึงวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลาแปดโมงครึ่งถึงเวลาบ่ายสามโมงครึ่ง ซึ่งหากเป็นชาวต่างชาตินั้น

จะเสียค่าเข้าชมคนละห้าร้อยบาท แต่หากเป็นคนไทยก็จะสามารถเข้าชมได้ฟรี เพียงแต่ต้องแสดงตนด้วยบัตรประชาชนนั่นเอง  ส่วนการเดินทางนั้น หากใครก็ตามที่ขับรถส่วนตัวมานั้น ก็จะสามารถจอดรถด้านนอกวัดพระแก้ว ซึ่งก็จะมีจุดจอดรถของเอกชนคอยให้บริการอยู่

แต่ที่แนะนำแบบสะดวกนั้น ก็จะมีอยู่สองที่คือลานจดรถท่ามหาราช  และลานจอดรถราชนาวีสโมสร ซึ่งก็จะเสียค่าจอดรถเป็นรายชั่วโมง   หรือหากใครใช้บริการรถสาธารณ ก็ขอแนะนำ สถานีสนามมหาไชย นั่นเอง

ส่วนเรื่องการแต่งตัวก็ต้องระมัดระวังกันหน่อย เพราะที่วัดพระแก้วนั้น จะเคร่งในเรื่องของการแต่งกายเพื่อเป็นการเคารพสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ของประเทศไทย  โดยในส่วนของผู้ชายนั้น ไม่มีอะไรมาก เพียงแค่อย่าใส่ขาสั้นเหนือเข่า หรือเสื้อกล้าม อันที่จริงใส่ขายาวเลยแน่นอนกว่า

  ส่วนของผู้หญิงนั้น ก็ต้องระวังเรื่องการแต่งกายเป็นพิเศษ เสื้อแขนกุด ก็ห้ามใส่เลยนะ เกาะอก หรืออะไรที่ดูไม่เหมาะสม รบกวนเลี่ยงเลย เพราะไม่สามารถเข้าไปได้แน่ ส่วนเรื่องกระโปรงก็ต้องเป็นกระโปรงคลุมเข่า ห้ามใส่ขาสั้นเด็ดขาด   ซึ่งถ้าหากรู้แบบนี้แล้ว ก็เตรียมตัวให้ดีก่อนไปไหว้วัดพระแก้วนะครับ

 

สนับสนุนโดย.    เครื่องช่วยฟัง

วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร จังหวัดเชียงใหม่ 

         วัดพระธาตุศรีจอมทอง เมื่อเรามีการพูดถึงวัดคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดเชียงใหม่บอกได้เลยว่าจังหวัดเชียงใหม่นั้นมีวัดคู่บ้านคู่เมืองเยอะแยะมากมายเต็มไปหมดเพราะวัดในจังหวัดเชียงใหม่นั้นมีเยอะมากและวัดแต่ละวัดนั้นก็มีความเก่าแก่เรียกได้ว่าวัดที่จังหวัดเชียงใหม่แต่ละที่นั้นถ้าจะเป็นโบราณสถานเกือบทุกที่เลยก็ว่าได้บางแห่งนั้นมีอายุเก่าแก่ถึง 1,300 กว่าปีก็มี  

       สำหรับวัดเก่าแก่และเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองอีกแห่งหนึ่งที่เราจะมีการศึกษาประวัติความเป็นมากันนั่นก็คือวัดพระธาตุจอมศรีจอมทองหรือปัจจุบันนี้ถูกเรียกชื่อใหม่ว่าวัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหารซึ่งวัดแห่งนี้บอกได้เลยว่าเป็นวัดที่มีความสำคัญทางด้านพระพุทธศาสนาและประวัติความเป็นมามาอย่างยาวนานเป็นวัดคู่ขวัญเรียกได้ว่าเป็นคู่เมืองของจังหวัดเชียงใหม่เลยทีเดียวและวัดแห่งนี้ยังเป็นวัดประจำธาตุเกิดของคนที่เกิดปีชวดอีกด้วย 

         สำหรับประวัติความเป็นมาของวัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหารแห่งนี้นั้นว่ากันว่าสถานที่ในการสร้างวัดนั้นแต่เดิมนั้นเคยเป็นรอยมาก่อนซึ่งมีชื่อเรียกว่าดอยจอมทองโดยจะสังเกตเห็นว่าปัจจุบันถ้าหากว่าเราจะเดินทางไปกราบไหว้ขอพรพระพุทธรูปหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในวัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหารแล้วแล้วจะต้องเดินขึ้นเนินซึ่งเนินนั้นจะมีความสูงอยู่ที่ประมาณ 10 เมตรด้วยกันดังนั้นการสร้างวัดไว้บนดอยจอมทองจึงทำให้เป็นที่มาของการตั้งชื่อวัดพระธาตุศรีจอมทองด้วยเช่นเดียวกัน

        นอกจากนี้จากการศึกษาประวัติความเป็นมาของวัดดังกล่าวนั้นว่ากันว่าวัดแห่งนี้นั้นถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้เป็นที่ประดิษฐานของพระทักษิณโมลีธาตุโดยถูกสร้างขึ้นมาในช่วงประมาณพุทธศตวรรษที่ 20 เลยทีเดียว  สำหรับประวัติเกี่ยวกับพระทักษิณโมลีธาตุนั้นว่ากันว่ามันคือส่วนที่เป็นพระเศียรของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าซึ่งเป็นส่วนที่อยู่ทางด้านขวาของพระเศียรโดยพระธาตุนี้จะมีลักษณะเป็นกลมเกลี้ยงมีความโตเพียงแค่ประมาณเท่าเม็ดพุทราเท่านั้นมีลักษณะคล้ายกับดอกพิกุลแห้งหรือดอกบวบมีสีขาวนวล

               สำหรับวัดแห่งนี้นั้นในทุกๆปีประชาชนจะมารวมตัวกันเพื่อจัดงานประเพณีซึ่งเป็นประเพณีของชาวล้านนาที่จัดกันมาตั้งแต่สมัยโบราณอาการแล้วด้วยประเพณีนี้มีการสืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบันโดยจะจัดขึ้นทุกวันที่ 15 เดือนเมษายนวิธีการจัดงานก็คือจะมีการเอาไม้มาค้ำโพธิ์เป็นการสืบทอดเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาโดยประเพณีเรียกว่าการแห่ไม้ค้ำโพธิ์นั่นเอง  

          สำหรับใครที่ไม่เคยได้ยินประเพณีการแห่ไม้ค้ำโพธิ์และสนใจอยากจะเห็นประเพณีเก่าแก่ของชาวจังหวัดเชียงใหม่แนะนำว่าคุณสามารถเดินทางมาที่ถนนเชียงใหม่-ฮอด  

 

สนับสนุนโดย.    แทงหวยออนไลน์ Huaydee

เพจดังออกมาเตือน  ไม่ควรนำพลาสติกคลุมรถ  ในช่วงที่น้ำท่วมเพราะเชื้อราจะขึ้น 

          ม่ควรนำพลาสติกคลุมรถ  ในช่วงนี้จะเห็นได้ว่าในโลกออนไลน์ กำลังมีการแชร์กันมากเกี่ยวกับวิธีการรักษารถของตนเองในช่วงที่น้ำท่วมซึ่งมีหลายคนกำลังเจอปัญหาว่าหมู่บ้านของตนเองน้ำท่วมทำให้มีการแนะนำการเกิดขึ้นเกี่ยวกับดูแลรักษารถไม่ให้ น้ำเข้าไปในรถได้ซึ่งหนึ่งในวิธีการที่แชร์กันมากก็คือการนำถุงพลาสติกขนาดใหญ่มาห่อหุ้มรถเอาไว้ทั้งคันโดยระบุว่าน้ำจะไม่ท่วมอย่างแน่นอน 

     อย่างไรก็ตามมีผู้มีประสบการณ์จริงได้ออกมาพูดถึงการแชร์การนำพลาสติกมาคลุมรถกันน้ำท่วมนั้นว่าไม่ควรทำตามโดยมีการหยิบยกประสบการณ์ของตนเองที่เคยทำเมื่อช่วงน้ำท่วมปีพ.ศ. 2554 โดยระบุว่าน้ำไม่เข้าไปในรถก็จริง

แต่เมื่อน้ำท่วมรถต้องจอดทิ้งเอาไว้นานหลายวันปรากฏว่าแกะพลาสติกออกมาเชื้อราเต็มคันรถหรือบางคนก็มีประสบการณ์ที่ว่านำพลาสติกห่อหุ้มรถทั้งคันเอาไว้แต่น้ำ ที่ไหลมาจากแม่น้ำและภูเขานั้นมีกระแสน้ำที่ค่อนข้างเที่ยวและแรงมากดังนั้นจึงคัดรถให้ลอยไปกระแทกกับต้นไม้หรือว่าเสาบ้านได้ซึ่งก็มีคนแนะนำว่าควรจะต้องถูกรถเอาไว้กับเสาบ้านให้แน่นเพื่อป้องกันลดรอยกระแทกแล้วรถได้รับความเสียหาย  

           อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าจะมีคนเข้ามาเขียนคอมเม้นแนะนำเพิ่มเติมต่างๆมากมายล่าสุดเพจของคุณหมอก็ได้ออกมาโพสต์แนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการนำถุงพลาสติกมาคลุมรถป้องกันน้ำท่วมในครั้งนี้โดยมีการโพสต์ขึ้นเมื่อวันที่ 29 เดือนกันยายนปีพ.ศ. 2564

โดยคุณหมอก็แนะนำประสบการณ์จริงของตนเองมาโพสต์เหล้าพร้อมกับมีรูปภาพให้ดู  ซึ่งในภาพจะเห็นได้ว่ามีพลาสติกขนาดใหญ่ห่อหุ้มรถเอาไว้อย่างมิดชิดและที่สำคัญยังมีการมัดอย่างแน่นหนาแต่ปรากฏว่าเมื่อน้ำลดแล้วเจ้าของรถมาแกะพลาสติกออกเปิดประตูรถมาก็หัวใจแทบจะหยุดเต้นกันเลยทีเดียว

       เพราะสภาพรถภายในนั้นเต็มไปด้วยเชื้อราขึ้นที่เบาะและที่พวงมาลัยทุกส่วนที่เป็นบริเวณเครื่องหนังของตัวรถนั้นมีเชื้อราเต็มไปหมดแน่นอนว่าเจ้าของรถนั้นต้องมานั่งกุมขมับร้องไห้กันเลยทีเดียวซึ่งคุณหมอยังระบุอีกด้วยว่าถึงแม้ว่าน้ำจะไม่เข้าไปในตัวรถแต่ก็มีความอับชื้นและเชื้อราที่อยู่ในรถนั้นก็มีอันตรายมาก

ซึ่งถึงแม้เราจะนำรถไปล้างทำความสะอาดแต่ก็อาจจะมีสปอร์ของเชื้อราติดอยู่ตามซอกในซอก 1 ภายในรถได้และถ้าหากว่าเราสูดกลิ่นเข้าไปก็จะมีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจหรืออาจจะทำให้เราเป็นโรคภูมิแพ้ได้เหมือนกันและถ้าหากว่าเราสูดเป็นระยะเวลานานเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งสูงอีกด้วยดังนั้นวิธีการที่ดีที่สุดของการนำรถหนีน้ำท่วมก็คือให้นำไปจอดไว้ในที่สูงอย่างเช่นไปจอดไว้ที่จอดรถในห้างสรรพสินค้า 


สนับสนุนโดย.    agplus

หนุ่มสุดเซ็งชาวบ้านเผาไร่อ้อยขี้เถ้าลอยฟุ้งกระจายทั่วบ้าน 

       หนุ่มสุดเซ็งชาวบ้านเผาไร่อ้อย   เมื่อวันที่ 25 เดือนมกราคมปีพศ. 2565 ได้มีผู้ใช้ Facebook รายหนึ่งได้นำภาพบ้านของตนเองซึ่งมีสภาพที่ทำให้คนเห็นแล้วต่างก็พากันรู้สึกซึ่งเป็นอย่างมากเนื่องจากว่าบริเวณพื้นที่โดยรอบของตัวบ้านนั้นมีขี้เถ้าปกคลุมเต็มไปหมดทำให้มองเห็นพื้นเหมือนกับเป็นลายกระเบื้องสีขาวดำเลยทีเดียว

         โดยชายหนุ่มรายนี้ที่โพสต์ภาพสภาพบ้านของตนเองนี้ระบุว่าบ้านของเขานั้นอยู่ในจังหวัดขอนแก่นและในช่วงกลางคืนของวันที่ 24 เดือนมกราคมปีพศ. 2565

ก็เกิดเหตุการณ์ที่ชาวบ้านในพื้นที่ซึ่งอยู่ใกล้กันกับบ้านของเขานั้นได้มีการเผาไร่อ้อยทำให้เกิดขี้เถ้าปลิวลอยมาตกบริเวณพื้นที่บ้านของเขาเป็นจำนวนมากซึ่งในช่วงหัวค่ำนั้นเขาได้มีการถ่ายรูปพบว่าพื้นที่หน้าบริเวณบ้านของเขานั้นมีเศษขี้เถ้าปลิวว่อน

          นอกจากนี้จะเห็นได้ว่าในภาพที่ชายหนุ่มรายนี้ได้มีการโพสต์ลงในโซเชียลนั้นจะเห็นภาพเพลิงไหม้ซึ่งเป็นไฟลุกโชติช่วงสีแดงซึ่งสามารถคำนวณได้ว่ามีการเผาไหม้ในพื้นที่ขนาดกว้างเลยทีเดียวอย่างไรก็ตามหลังจากที่เหตุการณ์ผ่านไปตื่นเช้าขึ้นมาชายหนุ่มรายนี้ก็ต้องตกตะลึงกับสภาพบ้านของตนเองเพราะไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ไหนบริเวณด้านนอกของตัวบ้านก็มีขี้เถ้าเต็มไปหมดคล้ายกับว่าเป็นหิมะสีดำตกรอบบริเวณบ้านของเขาเลยทีเดียวซึ่งเรื่องนี้ทำให้เขานั้นต้องถ่ายรูปออกมาโพสต์ลงในโซเชียล

          สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ไม่ใช่เพียงแค่ภาพสนุกสนานให้เห็นเพียงเท่านั้นแต่มันกำลังสื่อให้เห็นว่าในขณะนี้ชาวบ้านเริ่มหันมาเผาหญ้าเผาไร่กันมากขึ้นซึ่งมันจะส่งผลกระทบต่อมลพิษทางอากาศโดยในขณะนี้จะเห็นได้ว่าอากาศนั้นเริ่มมีค่า PM 2.5 ในปริมาณที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆซึ่งผลก็มาจากการที่ชาวบ้านเผาไร่เผานานั่นเองนอกจากจะมีมลพิษในอากาศแล้วยังส่งผลทำให้บ้านเรือนที่ได้รับผลกระทบจากเศษขี้เถ้าเท่านั้นสกปรกและต้องเสียเวลาทำความสะอาดอีกด้วย 

        อย่างไรก็ตามการจุดไฟเผาไร่อ้อยหรือจุดไฟเผาหญ้านั้นควรจะได้รับการอนุมัติจากทางอำเภอหรือทางผู้ใหญ่บ้านเสียก่อนเนื่องจากว่ามันจะส่งผลเสียต่อพื้นที่ใกล้เคียงโดยเฉพาะอย่างยิ่งผลเสียเกี่ยวกับเรื่องของมลพิษทางอากาศนอกจากนี้ยังมีกฎหมายออกมาสั่งห้ามเกี่ยวกับเรื่องของการเผาหญ้าหรือเผาไร่ในช่วงนี้ด้วยซึ่งถือว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้ชาวไร่ที่เผาไร่อ้อยของตนเองนั้นกระทำความผิดตามกฎหมายซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถที่จะไปตรวจสอบและจับกุมดำเนินคดีได้

       นอกจากนี้ยังควรที่จะต้องมีการรณรงค์ชาวไร่หรือชาวสวนคนอื่นๆไม่ให้ทำการจุดไฟเผาไร่ของตนเองเพื่อเป็นการลดปัญหามลพิษทางอากาศซึ่งมันจะส่งผลเสียต่อผู้อยู่อาศัยไม่ใช่เฉพาะภายในจังหวัดนั้นๆแต่ถ้าหากว่ามีลมกรรโชกแรงมลพิษทางอากาศก็สามารถกระจายไปยังจังหวัดอื่นๆได้อีกด้วย 

 

สนับสนุนโดย.    aesexy

ประวัติแอร์โฮสเตสคนแรกของโลก 

          ก่อนหน้าที่เราจะมีการโดยสารโดยเครื่องบินนั้นเชื่อหรือไม่ว่าผู้โพสต์นั้นต้องเริ่มต้นจากการเดินเท้ากันมาก่อนก่อน ประวัติแอร์โฮสเตสคนแรก จะมีการพัฒนาโดยมีการนำสัตว์มาเป็นภาระในการใช้เดินทางเช่นมีการใช้ม้ารวมถึงวัวและควายนอกจากนี้ยังมีการใช้สูตรในการที่เป็นพาหนะในการเดินทางหลังจากนั้นก็มีการพัฒนาต่อมาขึ้นเรื่อยๆโดยในช่วงประมาณปี 1912 นั้น

         ในต่างประเทศอย่างเช่นประเทศเยอรมนีก็ได้มีการพัฒนาการเดินทางจากการใช้รถมาเป็นการเดินทางบนท้องฟ้าโดยมีการเดินทางด้วยแอร์บอลลูน ซึ่งถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางบนท้องฟ้าครั้งแรกและเป็นจุดเริ่มต้นของการทำอุตสาหกรรมการบินพาณิชย์บนท้องฟ้านั่นเองอย่างไรก็ตามหลังจากที่มีการเดินทางโดยแอร์บอลลูนแล้วก็มีการพัฒนามากยิ่งขึ้น 

         ผู้คนที่มีฐานะร่ำรวยหรือที่เราเรียกกันว่าเศรษฐีนั้นมักจะเดินทางโดยใช้แอร์บอลลูนซึ่งแน่นอนว่าการเดินทางไปไหนมาไหนนั้นทหารต้องหอบสัมภาระไปด้วยตนเอง

ก็อาจจะทำให้ไม่สะดวกต่อการเดินทางสำหรับคนที่ร่ำรวยอยู่แล้วดังนั้นพวกเขาจึงมักจะหาคนมาช่วยทำงานในช่วงที่เขากำลังเดินทางนั้นเองซึ่งแน่นอนว่านั่นคือจุดเริ่มต้นของตำแหน่งของอาชีพแอร์โฮสเตสขึ้นมา

       สำหรับอาชีพแอร์โฮสเตสนั้นเป็นอาชีพที่สาวๆหลายคนนั้นใส่ฝันถึงเงินจากว่าทำงานบนเครื่องบินมีเงินเดือนสูงและที่สำคัญได้เดินทางไปต่างประเทศอีกด้วยแต่คุณรู้ไหมว่าสำหรับอาชีพแอร์โฮสเตสนั้นใครเป็นคนแรกที่ได้ทำอาชีพนี้ซึ่งในบทความนี้เราจะมาพูดถึงประวัติแอร์โฮสเตสคนแรกของโลกกัน 

 Ellen Church  เธอคือหญิงสาวที่ได้ชื่อว่าเป็น แอร์โฮสเตสคนแรกของโลก  แต่ก่อนที่  Ellen Church  จะมาทำหน้าที่เป็นแอร์โฮสเตส เธอเป็นนางพยาบาลมาก่อนแต่ด้วยความชอบเกี่ยวกับการบินมากทำให้เธอได้ฝึกหัดขับเครื่องบินก่อนจะไปสมัครเข้าสายการบินโบอิ้ง Air Transport ในช่วงสัมภาษณ์เธอแนะนำสายการบินไปว่าควรมีคนที่มีความรู้ด้านการปฐมพยาบาลหรือนางพยาบาลมาประจำบนเครื่อง

เพื่อเพิ่มความอุ่นใจให้ผู้โดยสารและความคิดเห็นนี้ก็ทำให้เธอได้ทำงานในสายการบินแต่ไม่ได้เป็นนักบินตามที่หวังเพราะสายการบินจ้างเธอทำงานในตำแหน่งที่เธอแนะนำแทน 

       และในปี 1930 สายการบินก็จ้างนางพยาบาลมาประจำเครื่องบินถึง 8 คนหนึ่งในนั้นคือ Ellen Church  ที่บุกเบิกแนวคิดนี้และได้ขึ้นบินปฏิบัติการเป็นคนแรกซึ่งหน้าที่ก็มีตั้งแต่ดูแลความต้องการของผู้โดยสารขนสัมภาระขึ้นเครื่องเติมเชื้อเพลิงบินและช่วยนักบินเอาเครื่องบินลงจอด   Ellen Church  มีโอกาสทำงานตำแหน่งแอร์โฮสเตสได้เพียง 18 เดือนเท่านั้น

เธอได้ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ทำให้ไม่สามารถกลับไปทำงานแอร์โฮสเตสได้อีก เธอจึงเลือกที่จะเรียนต่อและกลับไปทำงานเป็นนางพยาบาลในตำแหน่งหัวหน้าหน่วยพยาบาลของกองทัพสหรัฐ 

 

สนับสนุนโดย.    หวยดี

สัตว์เทพจีน ตำนานศักดิ์สิทธิ์ตามความศรัทธาของคนจีน

ตามตำนานจีนนั้นจะมีสิ่งที่เกี่ยวข้องกับสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ สัตว์เทพมงคลอยู่เยอะแยะ และได้เข้าใจกันว่าเป็นเครื่องหมายของโชคลาภ ความสำราญ และก็อายุยืนยาว ผู้ใดที่มีการอ่านนิยายพลังภายใน และก็ยังรวมทั้งหนังสมัยใหม่ๆก็มักจะมีสิ่งเหล่านี้ปรากฏอยู่เยอะไปหมด เราก็เลยเก็บรวบรวมสัตว์ดีเลิศกลุ่มนี้มาให้ดูกัน มาดูกันว่ามีตัวอะไรที่คุ้นตาชินตากันบ้าง

  1. มังกร

กล่าวถึงสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ มังกร จะเป็นสิ่งที่จะต้องนึกขึ้นมาเป็นขั้นแรกเสมอ นับเป็นเลิศในสิ่งมีชีวิตที่สำคัญที่สุดสิ่งหนึ่งของประเทศจีน เพราะว่าเป็นเครื่องหมายของพลัง โชคลาภ และก็ความแข็งแกร่ง เรียกได้ว่าเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ประจำทิศตะวันออก มักปรากฏในรูปลักษณ์ของสัตว์ที่มีสี่ขา ลำตัวยาว หายใจเป็นเปลวไฟ เช้าใจกันว่ามังกรเป็นสิ่งมีชีวิตเพียงแค่ประเภทเดียวที่สามารถทำการขัดขวางการจู่โจมของสัตว์อื่นๆบนโลกได้

ในประเทศจีนเล่ากันว่ามังกรเป็นราชาของสิ่งมีชีวิตทั้งหมด เป็นเครื่องหมายของวงศ์สกุลหรืออำนาจ ยิ่งไปกว่านี้ยังถูกเห็นว่าเป็นเครื่องหมายที่ความดี ความเหมาะสม ความสงบสุข รวมทั้งความยั่งยืนของชาติบ้านเมือง ก็เลยเป็นเหตุผลว่าเพราะอะไรเราก็เลยมักจะพบเจอภาพมังกรประดับอยู่ทั่วๆไปตามตึกหรือบ้านใหม่ในประเทศจีน

  1. กิเลน

เป็นสัตว์กีบเท้าที่อยู่ในตำนานที่มีรูปร่างเสมือนกวาง มีหัวคล้ายกับม้าหรือสิงโต มีนิสัยอ่อนโยน แล้วก็มีนิสัยที่ขี้อาย แต่ว่าก็ว่องไวรวดเร็ว เต็มเปี่ยมด้วยกำลังวังชา เช้าใจกันว่า ถ้ากิเลนเผยตัวขึ้น หมายความว่ามักจะมีเรื่องที่เป็นเรื่องมงคลตามมา หรือจะมีแม้กระนั้นโชคดี ไม่มีเรื่องร้าย แล้วก็ยังเช้าใจกันว่าการตั้งกิเลนไว้จะช่วยกรองและก็กำจัดสิ่งอวมงคลต่างๆด้วย

  1. จิ้งจอกเก้าหาง

เป็นหนึ่งในสัตว์ตำนานที่มีชื่อเสียงมากไม่ว่าจะเป็นในจีน ประเทศเกาหลี รวมทั้งประเทศญี่ปุ่น ตามตำนานของจีน ว่ากันว่าเป็นเทพปีศาจที่มีพลังสำหรับการแปลงตัว และก็ลวงล่อให้คนหลงเสน่ห์ เป็น 1 ในปีศาจที่ให้ทั้งยังคุณแล้วก็โทษได้ มีชีวิตอมตะ รวมทั้งมีไหวพริบปฏิภาณสูง ยิ่งมีปริมาณหางมากมากแค่ไหน ก็ยิ่งฉลาด แล้วก็ทรงประสิทธิภาพมากขึ้นมากเลย

  1. หงส์แดง

สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ทางใต้ ที่มีรูปลักษณ์ประสมประสานจากนกหลายประเภท อย่างเช่น ห่านฟ้า นกกระจอก นกนางแอ่น ฯลฯ เป็นสัตว์สื่อถึงความสวยสดงดงาม แล้วก็คุณความดี 5 ประการ ดังเช่น คุณงามความดี เป็นธรรม จริยธรรม มนุษยธรรม รวมทั้งความจริง มักเผยตัวในยามมงคลแค่นั้น พร้อมด้วยปลวไฟที่ส่องสว่าง รวมทั้งเสียงขับร้องอันน่าคลั่งไคล้

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  ทดลองเล่นบาคาร่า se

การก่อรัฐประหารของเมียนมา

นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยเกษตรได้บอกว่าการทำรัฐประหารครั้งนี้สร้างความประหลาดใจ ให้กับหลายๆคน  การก่อรัฐประหารของเมียนมา เนื่องจากต่างคิดว่าทหารไม่มีเหตุผลที่แท้จริงของการรัฐประหารและรัฐธรรมนูญปี2557 เกิดขึ้นมาจากทหารเพื่อทหี่แบะเพื่อการรักษาอำนาจของทหารเอาไว้

ทหารยังมีโควต้าเหลือเอาไว้อยู่ 25% ในรัฐสภาของเมียนมาโดยอัตโนมัติโดยไม่ต้องผ่านการเลือกตั้งอีกทั้งยังมีรองประธานาธิบดีคนที่ 2 ที่เป็นของทางกองทัพโดยตรง โดยไม่ต้องผ่านการเลือกตั้งแต่อย่างใดและถุกแต่งตั้งเป็นประธานาธิบดีชั่วคราวหลังการยึดอำนาจ

ทว่าเหตุที่ว่าในที่สุดกองทัพทำรัฐประหารก็เพราะว่าเป็นสิ่งที่ทางกองทัพได้วางแผนมานานแล้วนั่นเอง แล้วทำตามธงที่รัฐธรรมมนูญเปิดช่องเอาไว้เพียงแต่ว่ารอเวลาที่เหมาะสมเท่านั้นเอง สิ่งที่ควบคุมไม่ได้ในรัฐธรรมนูญที่ออกแบบโดยทางกองทัพ

ผู้ช่วยศาสตร์ตราจารย์ลลิตาบอกว่าสิ่งที่กองทัพควบคุมไม่ได้ในทางทฤษฎีแทบจะไม่มีทว่าในทางปฏิบัติ เนื่องจากพรรคnldไม่ถูกกับทางกองทัพอยู่แล้วจึงทำให้มีการเยียบหางเสือหรือซ้อนลายกันหลายครั้งและการที่พรรคNLDไม่ปฏิบัติตามล่าสุดเมื่อหลายปีที่ผ่านมาเกี่ยวกับการเลือกตั้งทำให้ทางกองทัพอาจมองว่านี่เป็นการกระทำที่กระด้างกระเดื่องหรือไม่

ซึ่งก็สามารถตีความได้หลายประเด็นเลยทีเดียวอกีกรณีหนึ่งเริ่มรู้สึกกลัวอาจจะมีเหตุการณ์บางอย่างข้างในที่ประชาชนไม่รู้และอาจจะมีเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้ทางกองทัพที่เพิ่มความกลัวและความหวาดระแวงในตัวของอองซานซูจีและคนในพรรค

เมื่อหลายปีที่แล้ว พลเอก มิงอองหลาย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และ หัวหน้าคณะรัฐประหารครั้งนี้ได้ออกมาแถลงการอย่างเป็นทางการณ์ว่าไม่ว่าใจในการทำงานของ กกต. ทั้งที่ปกติแล้ว กองทัพเมียนมาจะไม่ออกมาให้ความคิดเห็นทางด้านการเมืองเลย ความเคลื่อนไหวครั้งนี้คิดว่าเป็นเรื่องใหญ่เพราะว่าทางกองทัพไม่เหลืออดจริงๆก็คงไม่ทำอย่างนี้

แต่อาจจะกดดันในรูปแบบอื่นแต่นี่คือการออกแถลงการที่เรียกเป็นภาษาชาวบ้านว่าอย่างจะพูดกับชาวบ้านว่ากองทัพNLDและกกต.พม่า ขัดแย้งกันและนี่เตือนแล้วนะ

เมื่อครบ1ปีเราจะทำตามสัญญาในช่วง1ปีระหว่างการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินผู้ช่วยศาสตร์ตราจารย์ลลิตาเห็นว่าจำดำเนินการออกแบบกลไกลในการเลือกตั้งขึ้นมาเพื่อที่จตะเตรียมความพร้อมไปสู่การเลือกตั้งแล้วจะทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้ทางพรรคNLDกลับมาเป็นรัฐบาลได้เพื่อให้คนของตัวเองขึ้นมาเป็นรัฐบาลอีกรอบนึง

ส่วนชะตากรรมของนางอองซานซูจีและคนของพรรคNLDเธอวิเคราะห์ว่าอาจจะถูกกักกันอยู่ภายในบ้านเช่นการกักบริเวณในช่วงปี2552ถึง2553หรืออย่างน้อยจะมีการเจรจากันก่อนปล่อยตัว

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  huaydee

Chupacraba เป็นสิ่งมีชีวิตที่หาคำตอบไม่ได้

Chupacraba เป็นสิ่งมีชีวิต สำหรับเหตุการณ์ตรงนี้ที่เราได้ไปหาข้อมูลมาเราขอบอกเลยว่ามันค่อนข้างที่จะน่ากลัวและน่าสนใจเป็นอย่างมากเลยซึ่งแน่นอนแล้วว่าหลังจากที่ได้เกิดเหตุการณ์ประหลาดๆเหล่านี้มากขึ้นเรื่อยๆคนก็เริ่มหวาดกลัวกันมาขึ้นแต่ว่าปรากฏการณ์แบบนี้เกิดขึ้นไม่มีใครหาหลักฐานได้ว่าเจ้าสิง่นี้มันคืออะไรกันแน่

ซึ่งมันอาจจะเป็นสิ่งที่ได้เกิดขึ้นมาจากฝีมือของมนุษย์หรือสิ่งที่ได้เกิดขึ้นมาจากฝีมือสัตว์หรือมันอาจจะเกิดขึ้นกับสิ่งลี้ลับที่เรานั้นไม่เคยได้พบเจอตรงนี้มันก็ยังไม่สามารถที่จะพิสูจน์อะไรได้เพราะหลักฐานในการค้นพบเจอค่อนข้างที่จะน้อยมากมีแต่เพียงคำพูดลักษณะที่เห็นสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นในตอนกลางคืนเท่านั้น

โดยทัศนียภาพในการมองเห็นในตอนนั้นในตอนกลางคืนมันค้อนข้างที่จะต่ำอยู่แล้วและการมองเห็นมันก็บ่งบอกไม่ได้ว่าเจ้าสิ่งที่ได้เห็นตรงนั้นมันเป็นอะไรกันแน่ได้แต่เพียงคาดเดากันไปว่ามันอาจจะเป็นChupacrabaมันอาจจะเป็นผีดูดเลือดหรือมันอาจจะเป็นมนุษย์ที่เกิดจากความวิปริตที่อยากจะกินเลือดสัตว์ดิบก็อาจจะเป็นไปได้เหมือนกัน

เพราะฉะนั้นแล้วมันก็เป็นข้อมูลที่เกี่ยวกับChupacrabaที่เราได้หามาได้และตรงนี้ด้วยความสงสัยส่วนตัวของเราเราค่อนข้างที่จะอยากรู้มากว่าข้อสรุปของเรื่องนี้นั้นมันคืออะไรกันแน่และเราก็เชื่อวึคนที่กำลังอ่านอยู่นี้ก็น่าจะอยากรู้เหมือนกัน

ดังนั้นเราเลยเข้าไปที่เว็บต่างประเทศแล้วก็ลองไล่อ่านทฤษฎีที่เขาได้ตั้งเอาไว้ที่มีความเกี่ยวข้องกับChupacrabaกันปรากฏว่าข้อมูลที่เราได้มามันก็จะมีอยุ๋หลายทฤษฎีด้วยกันโดยเราจะอธิบายเป็นแต่ละทฤษฎีไปว่าเขาคิดยังไงกันบ้าง

นอกจากนี้ทฤษฎีแรกที่เขาได้ตั้งกันเอาไว้นั่นก็คือ สิ่งมีชีวิตตัวนี้เป็นสัตว์ทั่วไปก็อย่างที่บอกไปในข้างต้นตอนแรกว่ามันเคยได้มีคนเจอChupacrabaที่เขากำลังดูดเลือกสัตว์เลี้ยงของเขาอยู่และเขาก็ได้ทำการยิงจนทำให้Chupacrabaตัวนั้นเสียชีวิตและเขาได้ฝังเอาไว้หลังบ้านหลังจากที่ได้มีการนำเอาตัวอย่างไปพิสูจน์นำผลเลือดไปพิสูจน์

ซึ่งมันก็ได้เป็นเพียงหมาป่าคาโยตี้ธรรมดาที่มีลักษณะขี้เรื้อนดังนั้นแล้วเป็นไปได้ว่าเจ้าChupacrabaที่เรากำลังพูดถึงตรงนี้มันก็อาจจะเป็นสัตว์ป่าทั่วไปที่มีลักษณธอาจจะเป็นโรคขี้เรื้อนจนทำให้ลักษณะทางพันธุกรรมในร่างกายผิดแปลกไปแล้วทำให้เรานิดมโนภาพกันไปว่ามันอาจจะเป็นสิ่งมีชีวิตลี้ลับก็เป็นได้

เนื่องจากนี้ในส่วนนี้มันก็ยังไม่มีความชัดเจนเพราะมันยังมีคนสงสัยและก็ได้ตั้งทฤษฎีขึ้นมาในอีกหลายๆทฤษฎีด้วยกันและสิ่งมีชีวิตตัวนี้มันอาจจะเกิดจากการกลายพันธุ์ก็เป็นได้

 

สนับสนุนโดย.    สูตรหวยยี่กี หวยดี

ประวัติของพระพุทธเจ้า

      ประวัติของพระพุทธเจ้า ศาสดาของศาสนาพุทธนั่นก็คือพระพุทธเจ้านั่นเองแต่ที่จริงแล้วพระพุทธเจ้านั้นไม่ได้มีเพียงแค่องค์เดียวเท่านั้นแต่ที่จริงแล้วมีมาแล้วหลายองค์ด้วยกันแต่ที่ผู้คนให้ความเคารพนับถือมากที่สุดก็คือพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน 

โดยตามตำนานและประวัติของพระพุทธเจ้ามีการพูดถึงเอาไว้ว่าในสมัยก่อนที่พระพุทธเจ้าจะเกิดนั้น  ได้มีหมอหลวงได้ทำนายเอาไว้ระหว่างที่พระมารดาของพระพุทธเจ้ากำลังตั้งครรภ์ว่าเด็กที่อยู่ในครรภ์ของพระมเหสีองค์นี้จะกลายเป็นผู้ที่ยิ่งใหญ่ในอนาคต

       ซึ่งหมอหลวงได้มีการทำนายเอาไว้ 2 แบบนั้นก็คือถ้าหากว่าผู้ที่เกิดมานั้นเลือกที่จะยิ่งใหญ่ทั้งทางโลกเขาจะกลายเป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่หาใครเปรียบเทียบไม่ได้แต่ถ้าหากเลือกที่จะเข้าทางธรรมว่าจะกลายเป็นพระพุทธเจ้าและยิ่งใหญ่ในเรื่องของทางธรรมนั่นเอง 

ดังนั้นหลังจากที่พระพุทธเจ้าเกิดมาในช่วงแรกๆนั้นพระองค์จึงไม่เคยเห็นคนที่มีฐานะยากจนหรือแม้แต่ไม่เคยเห็นคนแก่ไม่เคยเห็นเด็กเลยเนื่องจากว่าพระราชบิดาและพระราชมารดาเกรงว่าพระพุทธเจ้าจะเลือกเข้าสู่ทางธรรมจึงให้เห็นแต่สิ่งที่สวยงามดังนั้นพระองค์จึงมักจะเห็นแต่คนที่หน้าตาสวยสดงดงามและเห็นเฉพาะคนในวัยกลางคนเท่านั้นเอง

     แต่หลังจากที่พระองค์อายุ 29 ปี  พระองค์ได้มีการออกไปนอกเมืองและมีโอกาสได้เห็นคนแก่  คนบาดเจ็บ แต่คนตายรวมถึงได้เห็นเด็ก เรียกได้ว่าเห็นความเป็นจริงของโลกใบนี้ทำให้พระองค์นั้นเกิดความรู้สึกหวาดกลัวที่จะแก่ตายดังนั้นพระองค์จึงหาแนวทางที่จะทำให้พระองค์นั้นไม่ต้องเกิดความรู้สึกหวาดกลัวแบบนี้พระองค์จึงได้อย่างนี้ออกจากพระราชวังและออกไปบวช

       ซึ่งหลังจากที่พระองค์บวชแล้วพระองค์ก็ลองผิดลองถูกเข้าไปนับถือศาสนาอื่นๆแต่ก็ไม่ได้บรรลุในสิ่งที่พระองค์ต้องการจนท้ายที่สุดแล้วพระองค์ก็ได้มีการมาบำเพ็ญศีลภาวนาด้วยตนเองจนในที่สุดพระองค์ก็สามารถบรรลุโสดาบันมองเห็นเรื่องเกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องธรรมดา  และเมื่อพระองค์ตรัสรู้เป็นที่เรียบร้อยแล้วพระองค์จึงได้นำความรู้ที่ตรงกับสมัยนี้ไปเผยแพร่ให้คนอื่นๆจนกลายเป็นที่นับถือและมีหลายคนที่กลายมาเป็นลูกศิษย์และบวชเป็นพระสงฆ์

     ซึ่งท้ายที่สุดแล้วพระพุทธเจ้าก็ไปเป็นพระศาสดาของศาสนาพุทธตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันนี้พระองค์ก็ยังเป็นที่เคารพบูชาของคนที่นับถือศาสนาพุทธ 

      ก่อนที่พระพุทธเจ้าจะเสด็จปรินิพพานนั้นพระองค์ได้มีการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆเพื่อทำการแสดงพระธรรมเทศนาโดยตลอดระยะเวลาที่พระองค์บวชจนถึงช่วงเวลาปรินิพพานนั้นพระองค์ใช้ระยะเวลาทั้งหมด 45 พรรษาในการเผยแพร่พระพุทธศาสนาให้กับประชาชนได้รับรู้ก่อนที่จะดับขันธ์อยู่ภายใต้ต้นสาละซึ่งตรงกับวันที่๑๕ค่ำเดือน๖โดยในช่วงเวลาที่ดับขันนั้นพระพุทธเจ้ามีอายุ 80 พรรษา 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    เว็บหวยรัฐบาล บาทละ 1000

ตำนานโศกนาฏกรรมเรือเซวอล 

          ในปี ค.ศ 2014   ในวันที่ 16  เดือนเมษายน   โศกนาฏกรรมเรือเซวอล  ที่ประเทศเกาหลีใต้ได้มีโศกนาฏกรรม ครั้งยิ่งใหญ่เกิดขึ้น โดยมีผู้เสียชีวิตจากเหตุโศกนาฏกรรมในครั้งนี้มากกว่า 300 คนโดยคนส่วนใหญ่ที่เสียชีวิตนั้นเป็นเด็กนักเรียนและนักศึกษาซึ่ง เหตุการณ์ในครั้งนี้ สร้างความเศร้าโศรกเสียใจให้กับคนทั้งประเทศเป็นอย่างมาก 

           โดย โศกนาฏกรรมเรือเซวอล  ในครั้งนี้ คือเหตุการณ์โศกนาฏกรรมเรือเซวอลล่มในแม่น้ำซึ่ง rachan นั้นเป็นเรือที่ใช้สำหรับในการข้ามฟากเหตุการณ์ในครั้งนั้นเกิดขึ้นเมื่อเดือนเซลล์ออนได้มีการบรรทุกเด็กนักเรียนและผู้โดยสารคนอื่นๆที่จะเดินทางข้ามไปยังเกาะเชจูแต่ปรากฏว่าวันนั้นได้มีการแอบลักลอบบรรทุกสินค้ามาในเรือด้วยและสินค้าที่บรรทุกมานั้นก็มีน้ำหนักเกินจากที่เหลือจะสามารถรับน้ำหนักได้ถึง 2 เท่าเลยทีเดียว

            ดังนั้นจึงทำให้เรือนั้นเมื่อมาถึงบริเวณกลางแม่น้ำเรือจึงได้มีการเอียงและจะพลิกคว่ำ แต่ที่สร้างความเศร้าโศกเสียใจให้กับคนทั้งโลกนั่นก็คือ ในจังหวัดที่เรือกำลังจะออกจากนั้นบรรดาเด็กนักเรียนทั้งหลายที่อยู่ภายในเรือหรือผู้โดยสารที่อยู่ภายในเรือนั้นพวกเขาได้มีการถ่ายทอดสดรวมถึงส่งข้อความไปยังครอบครัวของพวกเขาเพื่อเป็นการอำลาและบอกว่าตนเองนั้นกำลังจะเสียชีวิตโดยข้อความนั้นมีการแชร์กันอย่างมากในโลกออนไลน์

              ซึ่งคนที่เห็นเหตุการณ์ในการถ่ายทอดสดระหว่างที่เรือเซวอลกำลังจะปานนั้นต่างก็พากันร้องไห้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมากซึ่งโศกนาฏกรรมในครั้งนี้เป็นเหตุการณ์ที่โด่งดังไปทั่วโลกเลยทีเดียวแน่นอนว่าสิ่งที่ทำให้คนเกาหลีใต้โดยเฉพาะครอบครัวของผู้ที่เสียชีวิตนั้นไม่พอใจกับเหตุการณ์ในครั้งนี้ก็เพราะว่ากัปตันเรือที่ดูแลรำนี้ไม่ได้มีการห่วงพลเมืองที่อยู่บนเรือเลยแต่กลับลงเรือเล็กแล้วหนีเอาตัวรอด

             ซึ่งเหตุการณ์เรืออับปางในครั้งนี้นั้นมีคนรอดชีวิตเพียงแค่ 170 สองคนเท่านั้นและคนที่เสียส่วนใหญ่นั้นกลับกลายเป็นเด็กนักเรียนซึ่งในวันดังกล่าวนั้นมีเด็กนักเรียนของโรงเรียนดันวอนต้องมีการนั่งเรือเซวอลเพื่อข้ามไปยังเกาะเชจูเนื่องจากว่าทางโรงเรียนได้มีการจัดทัศนศึกษาในวันดังกล่าวนั้นเอง

          เหตุการณ์ในครั้งนั้นถึงแม้ว่าจะผ่านมานานหลายปีแล้วแต่ประชาชนพลเมืองชาวเกาหลีใต้ต่างก็ยังเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เป็นอย่างมากพวกเขามองว่าประเทศเกาหลีใต้ควรจะต้องมีการดูแลรักษาความปลอดภัยของประชาชนของตนเองให้ดีกว่านี้ถ้าหากว่าไม่มีการทุจริตเกี่ยวกับเรื่องของการสร้างเรือเซวอล ที่มีการออกแบบผิดจากที่สถาปนิกได้มีการออกแบบเอาไว้

       ถ้าไม่มีการแอบขนสินค้าภายในเรือดังกล่าวแล้วใส่จนเกินน้ำหนักมากจนเกินไปก็คงไม่มีโศกนาฏกรรมที่ทำให้คนทั้งโลกเสียใจแบบนี้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน   และจากเหตุการณ์โศกนาฏกรรมในครั้งนี้นั่นเองทำให้ประเทศเกาหลีใต้ มีการกำหนดว่าทุกวันที่ 16 เมษายนของทุกปี เป็นวันปลอดภัยแห่งชาติ 

 

สนับสนุนโดย.  หวยออนไลน์ ไม่อั้นเลข