ถ้าวิทยาศาสตร์สามารถคืนชีพสิ่งมีชีวิตได้จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

ถ้าเราพูดถึงเกี่ยวกับการคืนชีพสิ่งมีชีวิตเอาจริงๆแล้วมันมีข่าวสำหรับเรื่องนี้มันสักพักหนึ่งแล้วทั้งเรื่องของการคืนชีพมนุษย์จากการแช่แข็งหรือกระบวนการไครโอนิกส์การทดลองคืนชีพสัตว์โดยใช้หัวของรัสเซียเมื่อประมาณ1900กว่าๆแล้วก็การคืนชีพสัตว์ดึกดำบรรพ์จากการสักดีเอ็นเอและเอาไปฝากสิ่งที่มีชีวิตที่มีสปีชีส์ที่ใกล้เคียงกันกับสัตว์ตัวนั้นให้ได้มากที่สุด ซึ่งทั้งหมดนี้มันคือการคืนชีพจากผลงานทางวิทยาศาสตร์ทั้งหมดแล้ว

หัวข้อที่เราได้บอกว่าถ้าเราสามารถคืนชีพสิ่งมีชีวิตหรือว่าควบคลุมการตายการเกิดของประชากรสิ่งมีชีวิตได้มันจะเกิดอะไรขึ้นอย่างกรณีแรกคือการคืนชีพมนุษย์หรือกระบวนการไครโอนิกส์ซึ่งตรงนี้เราได้เคยบอกไปแล้วและเราจะขอสรุปให้ฟังกันสั้นๆให้ฟังก็แล้วกัน สำหรับกระบวกการไครโอนิกส์ถ้าเอาตามหลักทฤษฎีเขาบอกว่าจะนำเอามนุษย์ที่พึ่งเสียไป

ได้ไม่นานเข้าไปในกระบวนการแช่แข็งที่มีอุณหภูมิติดลบหลายร้อยองศาเพื่อเป็นการเก็บรักษาเซลล์ที่อยู่ในร่างกายอวัยวะต่างๆให้มีสภาพที่สมบูรณ์มากที่สุดและรอการคืนชีพจากวิทยาการมนุษย์ในอนาคต ซึ่งแนวคิดตรงนี้มันจะเป็นแนวคิดเดียวกันกับการทำมัมมี่แต่มันจะต่างกันในด้านการใช้เทคโนโลยีถ้าอย่างการทำมัมมี่หลายๆคนก็น่าจะรับรู้กันแล้วว่ามันเป็นเพียงแค่การนำเอาร่างกายนำเอาอวัยวะต่างๆ

มาทำความสะอาดและดูดความชื่นออกให้หมดด้วยการนำเอาอวัยวะเหล่านั้นเข้าไปอยู่ในภาชนะและนำเอาทรายมากบจนมิดหลังจากนั้นพออวัยวะเหล่านั้นแห้งก็จะนำเอากลับที่เดิมก่อนที่จะนำไปใส่ในโลงศพและยัดทรายเข้าไปในโลงศพไปด้วยส่วนหนึ่งเพื่อดูดความชื่นศพที่อยู่ในโลงจะได้ไม่เน่าเปื่อยซึ่งตรงนี้มันได้เป็นหลักการในการทำมัมมี่ที่เขาได้มีการเฉลี่ยกันออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

แต่ในกรณีของการทำมัมมี่นั้นเซลล์ที่มันได้อยู่ในร่างกายที่มันไม่เน่าไม่เปื่อยก็จริงแต่มันไม่ได้รับการคงรักษาเอาไว้ให้มีสภาพที่ใกล้เคียงคำว่าสมบูรณ์มากที่สุดมันก็เลยมากไกลจากคำว่าจะคืนชีพมนุษย์จากมัมมี่ได้แต่ทว่ากระบวนการไครโอนิกส์เขาได้บอกว่าจะเอาร่างกายของมนุษย์ที่พึ่งจะเสียชีวิตไปได้เมื่อไม่นานเอาไปแช่แข็งด้วยไดรโตเจนเหลวแล้วก็รักษาให้คงอยู่สภาพแบบนั้นไว้เพื่อรอวิทยาการของมนุษย์ข้างน่าที่จะมาละลายร่างกายอวัยวะต่างๆแล้วก็ฟื้นฟูให้กลับมามีชีวิตได้อีกครั้ง

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนัน ไฮโล