ประวัติคลีโอพัตตรา

สำหรับเรื่องเล่าส่วนใหญ่ที่มีความเกี่ยวข้องกับคลีโอพัตตราก็จะกล่าวว่านางชอบใช้เสน่ห์ในเหยื่อต่างๆของนางเพื่อให้ประสบความสำเร็จได้ด้านการเมืองแต่ก็กล่าวได้ว่าการที่นางสามารถบริหารเสน่ห์ได้ขนาดนี้ก็เพราะว่าลึกๆแล้วนางก็เป็นผู้หญิงที่มีไฟกำนัดที่แสวงหาเรื่องแบบนี้อยู่เรื่อยอยู่แล้วก็เลยเป็นสกิลง่ายๆที่เธอสามารถทำได้อยู่ตลอดเวลา

ซึ่งนอกจากซีซ่ากับมาร์แอนโทนี่แล้วเธอก็ยังได้ใช้เสน่ห์เหล่านี้กับชายอียิปต์ไปทั่วอีกด้วยมีเรื่องเล่าว่าครั้งหนึ่งในเมืองอเล็กซานเดรียได้จัดงานเลี้ยงขึ้นกินเวลายาวนานเป็นสัปดาห์เลยเพื่อถวายให้แก่เทพไดโอเนซัส

โดยเทพไดโอเนซัสได้เป็นเทพแห่งการฉลองเทพแห่งการเมาเหล้าองุ่นอะไรต่างแต่เอาที่จริงแล้ววเราว่าการจัดงานเพื่อฉลองให้องค์เทพมันคงเป็นข้องอ้างมากกว่าเพราะว่าในงานนี้ได้มีเหตุการ์หลักก็คือแม่นางคลีโอพัตตรากับมาร์แอนโทนี่ทั้งสองคนนี้ก็มีไฟรักจัก

นอกจากนี้แล้วก็ยังมีประชาชีอย่างมากมายผู้ที่หิวได้เข้ามารวมตัวกันในงานเลี้ยงเหล่านี้ก็จะมีการแสดงต่างๆมากมายโดยจะมีทุกคนเข้ามาเต้นระบำในชุดวันเกิดกันแบบไม่อายใครเลยที่แห่งนี้ทุกคนก็จะสามารถเลือกกินทุกอย่างได้ตามใจชอบคือเจออะไรของดีก็จัดกินได้อย่างไม่เลือกหน้าได้เลย

โดยว่ากันว่าในช่วงเวลาหนึ่งค่ำคืนเท่านั้นคลีโอพัตตราก็ได้กินอาหารได้100อีเอเลย จนเธอนั้นได้รับฉายาจากชาวกรีกว่าเป็นผู้หญิงที่เล่งระบำกับผู้ชายได้กว่าหนึ่งหมื่นคนเลยทีเดียวแต่มันก็ไม่ใช่ชนชาติกรีกชนชาติเดียวเท่านั้นและชาวโรมันก็ได้ให้นามแบบนี้เช่นกัน

เนื่องจากนี้ยังมีบทกวีที่มีคนชาวโรมันแต่งให้คลีโอพัตตราด้วยความที่ว่าชื่อเสียงของทางด้านการจับตุ๊กแกกินในที่กลางแจ้งของคลีโอพัตตรามันเป็นที่ลือกันแต่การแต่งงานในเครือญาติรวมไปถึงความตะกละในอำนาจการใช้มารยาในการหลอกล่อผัวทั้งหลายแล่

ซึ่งเรื่องพวกนี้เองมันก็เลยทำให้เธอนั้นได้รับเกียรติในการที่จะเข้าไปร่วมอยู่ในบทประพานของกวีชาวโรมันหรือว่าบทละครต่างๆของชาวโรมันมากมาย

โดยส่วนใหญ่แล้วเธอมักจะถูกเปรียบเทียบให้เป็นคั้วตรงข้ามกันที่เป็นเมียน้อยของมาร์แอนโทนี่ดังเช่นเรื่องของกวียูเวนนอลในคืนยามนาตรีที่เงียบสงบแม่นางคลีโอพัตตราก็มักจะแต่งตัวเป็นนางแมวป่าหลังจากนั้นเธอก็ชอบจะเดินทางไปท่องเที่ยวกับผู้คน

 

สนับสนุนโดย  ทาง เข้า dewabet

คลีโอพัตตราและการเมือง

สำหรับเรื่องของคลีโอพัตตรานั้นที่เธอได้ทำไปก็เพราะว่ามันเป็นเรื่องของทางการเมืองเธอไม่ได้คิดที่อยากจะได้ผัวแก่เลยและด้วยความที่ว่าเธอนั้นต้องการให้อียิปต์เป็นพันธมิตรกันกับอาณาจักรโรมและอยู่ๆๆใช่ว่าจะเดินเข้าไปโดยง่ายๆเธอก็อาจจะโดนพวกทหารจับตัวไป

นอกจากนี้พระนางคลีโอพัตตราเธอนั้นได้มีวิธีที่ฉลาดไปกว่านั้นเรียกได้ว่าทั้งเข้าไปในวังได้แล้วก็จับใจของซีซาร์ได้เลย

โดยคลีโอพัตตราก็ได้สั่งให้ราชทูตนำตัวนางที่ห่ออยู่ในพรมนำเข้าไปให้ซีซาร์ถึงในห้องพักภายในตอนแรกเข้ามาก็เหมือนม้วนพรมธรรมดาแต่พอท่านราชทูตกลิ้งพรมเปิดดูเท่านั้นก็พบกับร่างกายหญิงอายุเพียงแค่ยี่สิบเอ็ดกลิ้งออกมาตามตำนานแล้วเขาว่ากันว่านางไม่ได้ใส่เสื้อผ้าเลยและด้วยการเปิดตัวอย่างนี้คลีโอพัตตราก็ถึงกับทำให้จูเลียสซีซาร์ต้องตาต้องใจแล้วก็จับเขาได้อยู่หมัดเลยทีเดียวจูเลียสซีซาร์บ้าคลีโอพัตตราขนาดไหนก็ถึงขนาดได้สร้างรูปปั่นแทนเทพีเดิมขึ้นไปตั้งอยู่ในวิหารกรุงโรมเลยทีเดียว

ซึ่งมันก็เลยเป็นที่ไม่พอใจของชาวโรมเป็นอย่างมากแต่ก็ทำอะไรไม่ได้คลีโอพัตตราได้อยู่กินกับซีซาร์ต่อมาจนกระทั่งมีลูกชายหนึ่งคนแต่แล้วข่าวร้ายก็เกิดขึ้นเมื่อซีซาร์นั้นโดยทรยศแล้วโดนแทงฆ่าตายอยู่ในสภาพระนางก็เลยจะต้องหนีเอาชีวิตรอดทีนี้หลังจากที่หนีเสร็จแล้วทำยังไงอียิปต์ไม่มีที่พึ่งแล้วนางก็กลับไปใช่สูตรสำเร็จสูตรเดิมจับผู้

เนื่องจากนี้ผู้คนที่สองนั้นก็คือมาร์แอนโทนี่ทหารหนุ่มร่างกายกำยำรอบนี้ด้วยความที่ว่าอาหารไม่ใช่เนื้อเหี่ยวๆแล้วแต่มันเป็นอะไรที่น่ากินอย่างมากพระนางคลีโอพัตตราเธอก็เลยจัดเต็มยิ่งกว่าเดิม

เมื่อพระนางคลีโอพัตตราทราบว่ามาร์แอนโทนี่ได้ไปทำการรบอยู่ที่ตุรกีพระนางก็จึงเร่งรีบไปเพื่อจะใช้มารยาหญิงอย่างเต็มที่พระนางรู้ว่ามาร์แอนโทนี่นั้นชอบเปรียบเทียบตัวเองกับเทพไดโอนิซัสที่เป็นเทพแห่งเหล้าองุ่นของชาวกรีกโรมันแล้วก็ยังเป็นเทพแห่งการฉลองและงานฉลองกเป็นสิ่งที่มาร์แอนโทนี่ชอบเป็นอย่างมาก

โดยคลีโอพัตตราเธอนั้นก็จับจุดได้โบราณเขาว่าหนามยอกเอาหนามบ่งดังนั้นเทพมาก็ต้องเอาเทพีสยบในวันก่อนออกรบคลีโอพัตตราได้แห่งเอากำลังพลเข้าไปที่ค่ายทหารของมาร์แอนโทนี่แล้วก็ได้เแต่งกายเป็นเทพีวีนัสเทพีแห่งความรักและความหลง

 

สนับสนุนโดย  เซ็กซี่ บาคาร่า คือ

ตำนานพระแก้วมรกต

ใครที่เคยได้ยินคำสาปของพระแก้งมรกตหรือไม่ใครจะไปคิดว่าพระคู่บ้านคูเมืองแบบนี้จะมีเรื่องราวแบบนี้แอบอยู่และมันก็น่าขนลุกแล้วตั้งแต่คำสาปให้น้ำท่วมกรุงหรือว่าเหตุการณ์วุ่นวายทางการเมืองอยู่

ซึ่งเคยสงสัยกันหรือไม่ว่าทำไมถึงมีน้อยคนนักที่ได้รู้เรื่องนี้แล้วสรุปแล้วพระแก้วมรกตเป็นของลาวหรือของไทยกันแน่แต่ทำไมลาวถึงได้บอกว่าไทยไปเอาของเขามาแต่เราได้บอกว่ามันเป็นของเราอยู่แล้วเรื่องราวทั้งหมดเราจะเอามาเล่าให้ฟัง

สิ่งแรกเลยที่เราอยากจะขอทำความเข้าใจกับเพื่อนๆกันก่อนกับพระแก้วมรกตไม่ได้ทำมาจากมรกตคือจริงๆแล้วพระแก้วมรกตทั้งหมดได้ทำขึ้นมาจากหยกเป็นหยกอ่อนที่จะมีสีเขียวเข้มเหมือนกับสีเขียวมรกตเลยและทำไมถึงได้เรียกกันว่ามรกต

โดยเขาได้มีการสันนิษฐานว่ามันจะมีตำนานของพระแก้วในตำนานหนึ่งที่ได้กล่าวว่าองค์พระได้สร้างมาจากหินมรกตมันเป็นหินที่หายยากอะไรก็พูดกันไปอีกเหตุผลหนึ่งง่ายๆเลยก็อาจจะเป็นสีของพระแก้วเองนี่แหละที่ได้ทำมาจากหยกที่มีสีเข้มเหมือนมรกตคนก็เลยเรียกตามเสียงง่ายดีดังนั้นมันจะมีความเป็นไปได้หรือไม่ว่าถ้าจะเรียกให้ถูกจะต้องเรียกว่าพระแก้วหยก 

นอกจากนี้เรามาฟังถือเรื่องกำเนินของพระแก้วกันเลยดีกว่าก่อนที่ท่านจะไปอุทัยท่านได้พบเจออะไรมาบ้างโดยพระแก้วมรกตนี่จัดได้ว่าเป็นพระที่ท่องโลกมาเยอะอยู่เหมือนกัน

ว่ากันว่าพระแก้วมรกตได้ถูกสร้างขึ้นครั้งแรกที่อินเดียตั้งแต่43ปีก่อนคริสตกาลคือมีอายุเก่าแก่มากกว่าพระเยซูและในตำนานในการสร้างพระแก้วนั้นก็จะเป็นตำนานที่อลังการมากๆจะมีเรื่องราวของเทพที่ลงมาช่วยสร้างคือมันก็เป็นเรื่องปกติของพวกสิ่งของที่สวยงามในอดีตที่มักจะบอกว่างามขนาดนี้มนุษย์ไม่สามารถสร้างได้ก็เลยต้องเอาผีต่างๆนาๆเข้ามาและก็บอกว่าเทพมาสร้างบ้างมาทำสัญญากับซาตานบ้าง

ซึ่งมันก็เป็นหลักสูตรที่คลาสสิคที่จะเห็นได้ในหลายๆที่แต่เราจะไม่ขอพูดตรงนี้เยอะเกินไปแล้วกันเรามาดูในเนื้อเรื่องกันดีกว่า

กล่าวถึงพระสงฆ์รูปหนึ่งในอินเดียที่ท่านได้มีความเลื่อมใสในศาสนาพุทธเป็นอย่างมากก็ได้ชื่อว่าพระนาคกะเสริมเถระด้วยความที่ว่าท่านมีความเลื่อมใสในศาสนาพุทธนี่เองก็เลยคิดที่อยากจะสร้างพระพุทธรูปองค์หนึ่งขึ้นมาเพื่อเป็นตัวแทนให้คนเหล่านี้ได้มีความระลึกถึงพระพุทธศาสนา

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  หวยออนไลน์บาทละ 950

เรื่องเล่าเมืองลับแลกลางป่าเปลี่ยว

หากจะพูดถึงเมืองลับแลแล้วเชื่อว่าหลายท่านเคยได้ยินผ่านหูมาบ้างไม่มากก็น้อยส่วนตัวเรานั้นไม่เคยประสบพบเจอกับตัวเองมีเพียงเรื่องเล่าจากคนรุ่นเก่าและคนรุ่นปัจจุบันที่เคยได้เล่าให้เราฟัง

ซึ่งตัวเราเองนั้นก็เชื่อสนิทเสียด้วยและด้วยคนแถวนั้นที่เขาได้เล่าให้เราฟังเขาได้มีความสุจริตใจไม่รู้ว่าจะโกหกกันไปทำไม โดยในค่ำคืนหนึ่งเราได้นั่งกินเหล่าตามประสาคนที่ชอบดื่มเหล้าอยู่เป็นประจำมันทำให้อารมณ์ดีเวลาที่เราได้ดื่มเหล้ากับคนที่รู้ใจ

ซึ่งวงเหล้าวงนี้ก็จะมีเพียงไม่กี่คนในสมัยก่อนยามที่ยังไม่มีภรรยาที่จะมานั่งดื่มกินกันเป็นประจำตามประสาคนโสดหาอะไรแก้เหงาส่วนตัวผมเองนั้นเป็นพี่ใหญ่เขาสุดในวงหากผมไม่ชวนก่อนรุ่นน้อยก็จะมาชวนเราเองก็จะไม่ค่อยจะคัดสักเท่าไหร่ตัดบาตรไม่ต้องถามพระว่างั้นจัดมาเลยตั้งวงกันแต่ละทีไม่ต้องถามอย่างน้อยถ้าเป็นเหล้าต่ำๆก็หงส์ทองสามกลมเป็นอย่างต่ำสามคนสายแข็งเบียร์เป็นลัง

ถ้าหากวันไหนงบน้อยก็จะต้องเป็นเหล้าขาวแหละสามคนสองกลมเหล้าขาวก็ล้มทั้งยืนเลยทีเดียวส่วนมากผมชอบกินอะไรก็จะซื้อมาอ่อยก่อนเปิดหัวด้วยเบียร์เดี๋ยวพวกก็ซื้อเบียร์มาตามเปิดด้วยเหล้าเดี๋ยววพวกก็ซื้อเหล้ามาเพราะตามประสาคนขี้เหล้าจะไม่กินหลายอย่างผสมกันมันจะตีกัน

นอกจากนี้บ้านที่ชอบนั่งกินเหล้ากันนั้นเป็นบ้านของพ่อตาและแม่ยายของผมและที่หมู่บ้านแห่งนี้ก็มีเทือกเขาที่ลึกลับอาถรรพ์แนวเขตติดป่าดงพญาไฟเหมือนกันที่บ้านที่ได้นั่งกินนั้นคอนค่อยที่จะห่างจากชุมชนพอสมควรทำให้กินได้ดึกเพลงอะไรเพราะก็จัดมา

ในค่ำคืนหนึ่งระหว่างที่นั่งดื่มกันอย่างสนุกคอผม ป๊อบ เอก โอ๊ต  เพราะได้ดื่มกันตั้งแต่ห้าโมงเย็นแล้วช่วงนั้นประมาณตีหนึ่งหรือประมาณตีสองแล้วก็มีเสียงหนึ่งพูดขึ้นมาพี่เหล้าจะหมดพี่กินต่อไหมผมคิดต่อมันกำลังได้ที่

ซึ่งตอนนั้นดื่มกันสี่คนโดยปกติผมอยากกินเหล้าภรรยาของผมเขาจะไม่ค่อยบ่นเพราะรู้ดีว่าผมกินอยู่แต่ที่บ้านไม่ออกไปไหนเมาแล้วก็นอนมีอย่างเดียวที่บ่นก็คือเหม็นเหล้า

โดยหลายๆท่านที่มีเมียกันแล้วก็น่าจะรู้ดีเมื่อผมพูดแก้วก็ได้ยกแก้วสุดท้ายที่ไม่ค่อยจะมีเหล้าแล้วและใครจะไปซื้อป๊อบได้เอ่ยปากออกมาก็เลยให้เอกไปด้วยกันไม่ค่อยไว้ใจพวกมึงเมาแล้วรถแรงเดี๋ยวกูจะโดนด่า

 

สนับสนุนโดย  betbb

ตำนานกระสือที่มีการร่ำลือ

โดยเรื่องราวตรงจุดนี้ที่มีเพื่อนของเราเขาได้เล่าเอาไว้ว่าเรื่องนี้มันได้เกิดขึ้นมา10-15ปีที่แล้วในช่วงที่ตัวเขานั้นได้อยู่ต่างจังหวัดอยู่และเขาได้บอกอีกว่าในช่วงค่ำๆเกือบกลางคืนน้าของเขาก็จะออกไปหาปลาหากบเพื่อจะนำเอามาทำเป็นอาหารและในวันนั้นน้าก็ได้ชวนเพื่อนเราไปหากบหาเขียดด้วยแต่ปรากฏว่าในวันนั้นที่เขาได้ออกไปเขาก็ได้พบเจอกับแสงไฟประหลาดที่เป็นสีเขียวหรือว่าสีแดงที่ลอยต่ำลอยสูงสลับกันไปมาอยู่ห่างจากเขาไปไม่ถึง10เมตร

ซึ่งด้วยตัวเขาเองเขาได้เกิดสงสัยว่ามันคืออะไรเขาเลยได้หันไปถามน้าของเขาน้าของเพื่อนเราเขาก็ได้ตอบกลับมาเพียงสั้นๆแค่ว่าอย่าส่งเสียงดังนั่นมันคือกระสือถ้าส่งเสียงดังมันจะไล่ขับเราไปยันบ้านและได้ทำการหลอกหลอนเราจนเช้าเลย

เพื่อเราที่เขาได้ยินเรื่องแบบนั้นเขาก็เลยตกใจกลัวก็เลยคุยกับน้าว่าจะทำยังไงดีน้าเขาก็เลยบอกว่าให้ค่อยๆเดินลัดๆแล้วออกจากพื้นที่ตรงนี้กลับบ้านไปปรากฏว่าด้วยความกลัวของเพื่อนเรามันดันเดินไปสะดุดกับสิ่งของบางอย่างทำให้มันได้ล้มลงอย่างดันจนทำให้ดวงไฟที่ลอยขึ้นลอยลงอยู่ตรงนั้นได้ลอยเข้ามาหาเพื่อนเรา

ในขณะที่เพื่อนเราได้เจอเหตุการณ์จริงๆเขาก็มือไม้อ่อนไม่มีแรงวิ่งและก็ได้เห็นดวงไฟลายเข้ามาในระยะประชิดและได้เห็นเป็นหน้าตาของผู้หญิงแก่ที่มีแสงสีเขียวกระพริบอยู่ตรงหน้าก่อนที่จะสติแตกแล้วได้วิ่งออกไปจากพื้นที่ตรงนั้น

ซึ่งตรงนั้นเราก็ได้เกิดความสงสัยแล้วได้ถามเพื่อนเราว่าไม่ได้ตาฝาดใช่ไหมมันคือเรื่องจริงใช่หรือเปล่าเพื่อนเราสาบาและยืนยันเลยว่านั่นมันคือเรื่องจริงมันไม่ใช่เรื่องที่โกหกอย่างแน่นอนแต่ตรงนี้มันค่อนข้างที่จะน่าสนใจตอนที่ว่าลักษณะของการเจอรูปแบบของดวงไฟประหลาดตรงนี้มันคล้ายกับลักษณะการเจอของคนที่เขาได้ออกมาแชร์ประสบการณ์ในการเจอผีกระสือกันอยู่หลายคนมากและแต่ละคนยังพูดเป็นเสียงเดียวกันก็คือ

โดยแต่ละคนได้เห็นเป็นใบหน้าของผู้หญิงแก่อยู่ในดวงไฟสีเขียวหรือสีแดงที่กระพริบอยู่ต่อหน้าด้วยแต่ตรงนี้ก็อย่าวที่ได้บอกไปก็คือมันเป็นเพียงหลักฐานที่เป็นการพูดกับเรื่องเล่าเท่านั้นมันก็เลยทำให้ความน่าเชื่อถือค่อนข้างที่จะต่ำเพราะว่ามันไม่ได้มีหลักฐานที่จะเอามายืนยันอะไรได้เลย

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  สูตรหวยยี่กี lottovip 2ตัว