ตำนาน เทพเจ้ากรีกเซนต์วาเลนไทน์

         ในสมัยทศวรรษที่ 3 ซึ่งเป็นยุคของอาณาจักรโรมันเป็นยุคที่มีการถือกำเนิดของวันวาเลนไทน์เกิดขึ้นในยุคดังกล่าวนั้นมีการปกครอง เทพเจ้ากรีกเซนต์วาเลนไทน์ โดยจักรพรรดิคลอดิอุส ที่ 2   และสมัยดังกล่าวนั้นเองที่ จักรพรรดิคลอดิอุส ที่ 2  เป็นจักรพรรดิ ที่มีนิสัยโหดร้ายและชอบข่มเหงรังแกประชาชนโดยพระองค์มักจะบังคับให้กับประชาชนของพระองค์นั้น

นับถือพระเจ้าที่พระองค์นับถือด้วยซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 12 องค์ด้วยกันและหากใครก็ตามที่ต่อต้านหรือไปนับถือศาสนาอื่นหรือนับถือพระเจ้าองค์อื่นพระองค์ก็จะมีการทำร้ายและลงโทษประชาชนเหล่านั้นที่สำคัญในสมัยดังกล่าวนั้น จักรพรรดิคลอดิอุส ที่ 2 ยังมีการสั่งหัวประชาชนของตนเองไม่ให้เกี่ยวข้องกับพวกที่นับถือศาสนาคริสเตียนอีกด้วย

           อย่างไรก็ตามในยุคดังกล่าวนั้นได้มีนักบุญคนหนึ่งชื่อว่า venosus    ก็เป็นนักบุญที่นับถือเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาเป็นอย่างมาก และเมื่อ  จักรพรรดิคลอดิอุส ที่ 2 ส่งรู้เรื่องจึงได้สั่งให้ทหารนั้นมาจับเขาไปเข้าคุกและกักขังเอาไว้ระหว่างนั้นเองผู้คุมขังของเขาได้มีการมาร้องขอให้กับ Valentino ช่วยสอนหนังสือให้กับลูกสาวของเขาซึ่งในตอนนั้นลูกสาวของผู้คุมขังนั้นเป็นหญิงสาวที่ตาบอดมาตั้งแต่เกิดแต่ว่าเป็นผู้หญิงที่มีความงดงามเป็นอย่างมากเธอชื่อว่า julius   

         ระหว่างที่ Valentino และ julius สอนหนังสือกันนั้นทั้งคู่ก็เกิดตกหลุมรักกัน เทพเจ้ากรีกเซนต์วาเลนไทน์  อย่างไรก็ตามในท้ายที่สุดแล้ว จักรพรรดิคลอดิอุส ที่ 2 ก็ได้มีการสั่งประหารชีวิต  Valentino   แต่ก่อนวันที่เขาจะถูกประหารนั้นเขาได้จับมือกับสาวคนรักของเขาก็คือ julius และได้อธิษฐานต่อพระเจ้าเลยเขาต้องการให้จูเลียนั้นสายตากลับมาเป็นปกติหลังจากที่ทั้งคู่ร่วมมือกันอธิษฐานจากนั้นไม่นานจะค่อยๆลืมตาขึ้นและเธอก็สามารถมองเห็นได้ในที่สุดซึ่งนี่คือปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นจากการที่ทั้งคู่มีการนับถือในพระเจ้า 

           อย่างไรก็ตามแต่  ท้ายที่สุดแล้ว วาตินุส ก็ถูกประหารชีวิต โดยก่อนที่เขาจะถูกตัดหัวนั้นเขาได้แอบส่งจดหมายให้กับสาวคนละของเขาก็คือ terius ซึ่งข้อความในจดหมายนั้นมันได้ถึงความรักที่เขามีต่อเติมและลงท้ายด้วยคำว่า from your Valentine และจดหมายฉบับดังกล่าวนั้นถูกส่งเมื่อวันที่ 14 เดือนกุมภาพันธ์  ปี ค.ศ. 270

และในตอนนั้น จูเรียสได้มีการปลูกต้นอามันต์กับต้น อัลมอลต์สีชมถู  เอาไว้ที่ข้างหลุมศพของ วาตินุสด้วย  นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเรื่องราวความรักของ วาตินุสกับ julius ก็กลายเป็นอนุสรณ์แห่งความรักมาจนถึงปัจจุบันนี้   

 

สนับสนุนโดย.  u12

สงครามครูเสด เกิดขึ้นเมื่อปีค.ศ.1096-1099

สงครามครูเสด เป็นสงครามแย้งชิงดินแดนระหว่างศาสนิกชนศาสนาคริสต์และอิสลามโดยชาวคริสต์ต้องการชิงดินแดนศักดิ์สิทธิของพวกตนคือจากชาวมุสลิมที่ป้องครองดินแดนแห่งนั้นสงครามครูเสดเริ่มต้นในปี ค.ศ.1095-1291พระเยซุคริสต์ศาสดาของศาสนา คริสต์

ได้ถือกำเนิดที่ดินแดนปาเลสไตน์ด้วยเหตุนี้ชาว คริสต์ จึงมีความศรัทธาต่อปาเลสไตน์ในฐานะดินแดนที่ศักดิ์สิทธิในทีแรกดินแดนปาเลสไตน์อยู่ในความปกครองของพวกชาวยิวอาหรับที่นับถือศาสตร์อิสลามแต่แม้จะนับถือศาสนาต่างกันชาวมุสลิมกลุ่มนี้ไม่ได้รังเกียจการเดินทางจาริกแสวงบุญของชาวคริสต์ปี1076

สงครามครูเสด ซึ่งเหตุการณ์ก็ไม่ได้ราบลื่นดังเช่นที่เคยเป็นมาเมื่อพวกเติร์กมุสลิมอีกกลุ่มนึงได้เข้ามามีอำนาจเหนือดินแดนปาเลสไตน์แทนชาวมุสลิมกลุ่มเก่าชาวเติร์กปล้นฆ่ากับชาวคริสต์ที่เดินทางมาจาริกแสวงบุญอย่างโหดร้ายอีกทั้งยังได้ทำลายโบสถ์ของชาวคริสต์จนเกือบจะหมดสิ้น

การกระทำของพวกเติร์กสร้างความโกรธแค้นให้กับชาวคริสต์เป็นอย่างมากข่าวนี้ทำให้พระสันตะปาปาและจักรพรรดิแค่โรมันตะวันออกโดยมองเห็นว่าจักรวรรดิเสื่อมลงเป็นอย่างมากเพราะการรุกรานจากคนเถื่อนจากหลายเชื้อชาติแถมตอนนี้ยังเสียเอเชียไมเนอร์ให้กับชาวเติร์กอีกทรงอยากจะทำสงครามให้กู้จักรวรรดิให้คืนมา

โดยพระองค์ยังไม่มีความพร้อมในทุกๆกรณีก็ได้มีสารไปถึงพระสันตะปาปาองค์ที่สองแจ้งว่าชาวเติร์กได้ทำการรุกรานใหญ่และกำลังทำลายศาสนาคริสต์ในตะวันออกของให้ส่งกำลังไปช่วยปราบปรามด้วยพระสันตะปาปาองค์ที่สองต้องการรวบรวมศาสนจักรทางภาคตะวันตกและตะวันออกเข้าด้วยกันให้มีศูนย์กลางอยู่ที่โรม

นอกจกานี้พระอค์จึงได้นับประชุมบาทหลวงเจ้าชายและขุนนางประเทศฝรั่งเศสเมื่อปี ค.ศ.1095 แจ้งข่าวทางเหตุการร์ทางภาคตะวันออกและได้กล่าวชวนผู้คนที่เป็นประมุกเหล่านั้นให้เลิกทำสงครามกันเองแต่ขอให้พร้อมใจกันจับอาวุธไปทำสงครามกับพวกเติร์กที่ได้ดูถูกศาสนาคริสต์

สงครามครูเสดในครั้งแรกเกิดในปีค.ศ.1096-1099ชาวยุโรปที่ได้เข้าร่วมกับทัพครูเสดในครั้งนี้มีมากถึง250,000คนโดยปีเตอร์เป็นผู้นำทัพแม้จะมีผู้ร่วมจำนวนมากแต่ส่วนใหญ่กลับเป็นชาวบ้านโดยทั่วไปที่มีผู้หญิงเด็กและคนชราติดตามและเมื่อต้องมาประจันหน้ากับนักรบเติร์กที่ได้รับการฝึกฝนมาเพื่อการศึกโดยเฉพาะ

กองทัพครูเสดชาวบ้านจึงต้องพบกับความพ่ายแพ้หลังจากกองทัพครูเสดชาวนาได้รับความพ่ายแพ้กลับมาก็เกิดการรวบรวมกำลังพลครูเสดขึ้นมาใหม่ได้ราวประมาณ6แสนคนในปี ค.ศ.1096ผู้เข้าร่วมสงครามอัศวินและทหารที่อยู่ภายใต้การควบคุมบัญชาของขุนนางบุคคลสำคัญและเจ้าผู้ครองนครต่างๆในยุโรปที่ส่งกำลังของตนมาร่วมรบ

 

สนับสนุนโดย.    heng868