หนุ่มสุดเซ็งชาวบ้านเผาไร่อ้อยขี้เถ้าลอยฟุ้งกระจายทั่วบ้าน 

       หนุ่มสุดเซ็งชาวบ้านเผาไร่อ้อย   เมื่อวันที่ 25 เดือนมกราคมปีพศ. 2565 ได้มีผู้ใช้ Facebook รายหนึ่งได้นำภาพบ้านของตนเองซึ่งมีสภาพที่ทำให้คนเห็นแล้วต่างก็พากันรู้สึกซึ่งเป็นอย่างมากเนื่องจากว่าบริเวณพื้นที่โดยรอบของตัวบ้านนั้นมีขี้เถ้าปกคลุมเต็มไปหมดทำให้มองเห็นพื้นเหมือนกับเป็นลายกระเบื้องสีขาวดำเลยทีเดียว

         โดยชายหนุ่มรายนี้ที่โพสต์ภาพสภาพบ้านของตนเองนี้ระบุว่าบ้านของเขานั้นอยู่ในจังหวัดขอนแก่นและในช่วงกลางคืนของวันที่ 24 เดือนมกราคมปีพศ. 2565

ก็เกิดเหตุการณ์ที่ชาวบ้านในพื้นที่ซึ่งอยู่ใกล้กันกับบ้านของเขานั้นได้มีการเผาไร่อ้อยทำให้เกิดขี้เถ้าปลิวลอยมาตกบริเวณพื้นที่บ้านของเขาเป็นจำนวนมากซึ่งในช่วงหัวค่ำนั้นเขาได้มีการถ่ายรูปพบว่าพื้นที่หน้าบริเวณบ้านของเขานั้นมีเศษขี้เถ้าปลิวว่อน

          นอกจากนี้จะเห็นได้ว่าในภาพที่ชายหนุ่มรายนี้ได้มีการโพสต์ลงในโซเชียลนั้นจะเห็นภาพเพลิงไหม้ซึ่งเป็นไฟลุกโชติช่วงสีแดงซึ่งสามารถคำนวณได้ว่ามีการเผาไหม้ในพื้นที่ขนาดกว้างเลยทีเดียวอย่างไรก็ตามหลังจากที่เหตุการณ์ผ่านไปตื่นเช้าขึ้นมาชายหนุ่มรายนี้ก็ต้องตกตะลึงกับสภาพบ้านของตนเองเพราะไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ไหนบริเวณด้านนอกของตัวบ้านก็มีขี้เถ้าเต็มไปหมดคล้ายกับว่าเป็นหิมะสีดำตกรอบบริเวณบ้านของเขาเลยทีเดียวซึ่งเรื่องนี้ทำให้เขานั้นต้องถ่ายรูปออกมาโพสต์ลงในโซเชียล

          สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ไม่ใช่เพียงแค่ภาพสนุกสนานให้เห็นเพียงเท่านั้นแต่มันกำลังสื่อให้เห็นว่าในขณะนี้ชาวบ้านเริ่มหันมาเผาหญ้าเผาไร่กันมากขึ้นซึ่งมันจะส่งผลกระทบต่อมลพิษทางอากาศโดยในขณะนี้จะเห็นได้ว่าอากาศนั้นเริ่มมีค่า PM 2.5 ในปริมาณที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆซึ่งผลก็มาจากการที่ชาวบ้านเผาไร่เผานานั่นเองนอกจากจะมีมลพิษในอากาศแล้วยังส่งผลทำให้บ้านเรือนที่ได้รับผลกระทบจากเศษขี้เถ้าเท่านั้นสกปรกและต้องเสียเวลาทำความสะอาดอีกด้วย 

        อย่างไรก็ตามการจุดไฟเผาไร่อ้อยหรือจุดไฟเผาหญ้านั้นควรจะได้รับการอนุมัติจากทางอำเภอหรือทางผู้ใหญ่บ้านเสียก่อนเนื่องจากว่ามันจะส่งผลเสียต่อพื้นที่ใกล้เคียงโดยเฉพาะอย่างยิ่งผลเสียเกี่ยวกับเรื่องของมลพิษทางอากาศนอกจากนี้ยังมีกฎหมายออกมาสั่งห้ามเกี่ยวกับเรื่องของการเผาหญ้าหรือเผาไร่ในช่วงนี้ด้วยซึ่งถือว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้ชาวไร่ที่เผาไร่อ้อยของตนเองนั้นกระทำความผิดตามกฎหมายซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถที่จะไปตรวจสอบและจับกุมดำเนินคดีได้

       นอกจากนี้ยังควรที่จะต้องมีการรณรงค์ชาวไร่หรือชาวสวนคนอื่นๆไม่ให้ทำการจุดไฟเผาไร่ของตนเองเพื่อเป็นการลดปัญหามลพิษทางอากาศซึ่งมันจะส่งผลเสียต่อผู้อยู่อาศัยไม่ใช่เฉพาะภายในจังหวัดนั้นๆแต่ถ้าหากว่ามีลมกรรโชกแรงมลพิษทางอากาศก็สามารถกระจายไปยังจังหวัดอื่นๆได้อีกด้วย 

 

สนับสนุนโดย.    aesexy

ประวัติแอร์โฮสเตสคนแรกของโลก 

          ก่อนหน้าที่เราจะมีการโดยสารโดยเครื่องบินนั้นเชื่อหรือไม่ว่าผู้โพสต์นั้นต้องเริ่มต้นจากการเดินเท้ากันมาก่อนก่อน ประวัติแอร์โฮสเตสคนแรก จะมีการพัฒนาโดยมีการนำสัตว์มาเป็นภาระในการใช้เดินทางเช่นมีการใช้ม้ารวมถึงวัวและควายนอกจากนี้ยังมีการใช้สูตรในการที่เป็นพาหนะในการเดินทางหลังจากนั้นก็มีการพัฒนาต่อมาขึ้นเรื่อยๆโดยในช่วงประมาณปี 1912 นั้น

         ในต่างประเทศอย่างเช่นประเทศเยอรมนีก็ได้มีการพัฒนาการเดินทางจากการใช้รถมาเป็นการเดินทางบนท้องฟ้าโดยมีการเดินทางด้วยแอร์บอลลูน ซึ่งถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางบนท้องฟ้าครั้งแรกและเป็นจุดเริ่มต้นของการทำอุตสาหกรรมการบินพาณิชย์บนท้องฟ้านั่นเองอย่างไรก็ตามหลังจากที่มีการเดินทางโดยแอร์บอลลูนแล้วก็มีการพัฒนามากยิ่งขึ้น 

         ผู้คนที่มีฐานะร่ำรวยหรือที่เราเรียกกันว่าเศรษฐีนั้นมักจะเดินทางโดยใช้แอร์บอลลูนซึ่งแน่นอนว่าการเดินทางไปไหนมาไหนนั้นทหารต้องหอบสัมภาระไปด้วยตนเอง

ก็อาจจะทำให้ไม่สะดวกต่อการเดินทางสำหรับคนที่ร่ำรวยอยู่แล้วดังนั้นพวกเขาจึงมักจะหาคนมาช่วยทำงานในช่วงที่เขากำลังเดินทางนั้นเองซึ่งแน่นอนว่านั่นคือจุดเริ่มต้นของตำแหน่งของอาชีพแอร์โฮสเตสขึ้นมา

       สำหรับอาชีพแอร์โฮสเตสนั้นเป็นอาชีพที่สาวๆหลายคนนั้นใส่ฝันถึงเงินจากว่าทำงานบนเครื่องบินมีเงินเดือนสูงและที่สำคัญได้เดินทางไปต่างประเทศอีกด้วยแต่คุณรู้ไหมว่าสำหรับอาชีพแอร์โฮสเตสนั้นใครเป็นคนแรกที่ได้ทำอาชีพนี้ซึ่งในบทความนี้เราจะมาพูดถึงประวัติแอร์โฮสเตสคนแรกของโลกกัน 

 Ellen Church  เธอคือหญิงสาวที่ได้ชื่อว่าเป็น แอร์โฮสเตสคนแรกของโลก  แต่ก่อนที่  Ellen Church  จะมาทำหน้าที่เป็นแอร์โฮสเตส เธอเป็นนางพยาบาลมาก่อนแต่ด้วยความชอบเกี่ยวกับการบินมากทำให้เธอได้ฝึกหัดขับเครื่องบินก่อนจะไปสมัครเข้าสายการบินโบอิ้ง Air Transport ในช่วงสัมภาษณ์เธอแนะนำสายการบินไปว่าควรมีคนที่มีความรู้ด้านการปฐมพยาบาลหรือนางพยาบาลมาประจำบนเครื่อง

เพื่อเพิ่มความอุ่นใจให้ผู้โดยสารและความคิดเห็นนี้ก็ทำให้เธอได้ทำงานในสายการบินแต่ไม่ได้เป็นนักบินตามที่หวังเพราะสายการบินจ้างเธอทำงานในตำแหน่งที่เธอแนะนำแทน 

       และในปี 1930 สายการบินก็จ้างนางพยาบาลมาประจำเครื่องบินถึง 8 คนหนึ่งในนั้นคือ Ellen Church  ที่บุกเบิกแนวคิดนี้และได้ขึ้นบินปฏิบัติการเป็นคนแรกซึ่งหน้าที่ก็มีตั้งแต่ดูแลความต้องการของผู้โดยสารขนสัมภาระขึ้นเครื่องเติมเชื้อเพลิงบินและช่วยนักบินเอาเครื่องบินลงจอด   Ellen Church  มีโอกาสทำงานตำแหน่งแอร์โฮสเตสได้เพียง 18 เดือนเท่านั้น

เธอได้ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ทำให้ไม่สามารถกลับไปทำงานแอร์โฮสเตสได้อีก เธอจึงเลือกที่จะเรียนต่อและกลับไปทำงานเป็นนางพยาบาลในตำแหน่งหัวหน้าหน่วยพยาบาลของกองทัพสหรัฐ 

 

สนับสนุนโดย.    หวยดี