ลุงหัวร้อน ทะเลาะเดือดกับพนักงานงานรักษาความปลอดภัยกลับมาอีกครั้ง

           หากยังคงจำกันได้ เมื่อวันที่ 23  เดือนกุมภาพันธ์ ปี พ.ศ. 2563  ได้มีคลิปฉาว ของชายหัวร้อนคนหนึ่งที่มีเรื่องทะเลาะวิวาทกับเจ้าหน้าที่ของพนักงานงานรักษาความปลอดภัยของหมู่บ้านแห่งโดย โดยในคลิปมีการระบุเอาไว้ถึงสาเหตุที่ทะเลากันว่า  ชายคนที่หัวร้อน เดินทางมายังบ้านญาติในหมู่บ้านแห่งหนึ่งแล้วถูกทางพนักงานงานรักษาความปลอดภัยสอบถามถึงเหตุผลที่มาบ้านหลังดังกล่าว ทำให้ชายคนดังกล่าวไม่พอใจ ด่าทอพนักงานพนักงานงานรักษาความปลอดภัยอย่างรุนแรง

ด้วยถ้อยคำหยาบคาย  และเกือบจะมีเรื่องชกต่อยกัน ซึ่งทาง พนักงานงานรักษาความปลอดภัยได้มีการถ่ายคลิปเก็บเอาไว้เป็นหลักฐาน และมีการนำมาโพสต์ลงเฟสบุ๊กส่วนตัวจนเป็นข่าวโด่งดังมาแล้วซึ่งในครั้งนั้นจบลงตรงที่ เจ้าของบ้านที่ชายคนดังกล่าวไปหา ได้ออกมาขอโทษพนักงานงานรักษาความปลอดภัย และตัวพนักงานงานรักษาความปลอดภัยก็ได้ขอโทษเจ้าของบ้าน ซึ่งในตอนแรกเจ้าของบ้านเองก็ได้ออกมาต่อว่าพนักงานงานรักษาความปลอดภัย เช่นกัน

พร้อมกับบังคับให้ลบคลิป แต่เมื่อเป็นข่าวใหญ่โต และชาวโซเชียลรวมถึงลูกบ้านทุกคนที่อยู่ในหมู่บ้านดังกล่าวต่างก็ออกมาให้กำลังใจกับ พนักงานงานรักษาความปลอดภัยทำให้ ฝั่งทางชายหัวร้อนต้องออกมาขอโทษในที่สุด แต่เหตุการณ์กลับไม่จบเพียงแค่นั้น เมื่อวันที่ 10 เดือนมีนาคม ปี พ.ศ. 2563  ทั้งพนักงานงานรักษาความปลอดภัยคนเดิมและชายหัวร้อนคนเดินกลับมาพบกันอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้ทั้งคู่ได้เผอิญมาเจอกันที่หน้าร้านเซเว่นแห่งหนึ่ง

โดยชายหัวร้อนได้ออกมาต่อว่าทางพนักงานงานรักษาความปลอดภัย ที่มองหน้าตนเอง ซึ่งทางพนักงานงานรักษาความปลอดภัย ก็บอกว่าที่มองเพราะเห็นว่ารู้สึกคุ้นหน้าว่าจะใช่คนที่เคยมีเรื่องกันหรือไม่ และกลัวว่าชายคนดังกล่าวจะทำอันตรายตัวเองหรือไม่ เพราะลุงหัวร้อนเคยขู่ทำร้ายพนักงานงานรักษาความปลอดภัยเอาไว้ ซึ่งทางลุงและภรรยาเองก็ไม่พอใจที่ทาง พนักงานงานรักษาความปลอดภัย มองอยู่นาน และเข้าใจว่าเป็นการมองเพื่อหาเรื่อง จึงได้เข้ามาต่อว่าและเกือบจะมีเรื่องชกต่อยกัน

ซึ่งทางพนักงานงานรักษาความปลอดภัยได้มีการถ่ายคลิปเหตุการณ์เอาไว้และนำมาโพสต์ลงโซเชียลอีกรอบ ซึ่งหลายคนที่ได้เห็นคลิปต่างก็พากันต่อว่าลุงหัวร้อนและภรรยาเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ดี เหตุการณ์ในครั้งนี้จบลงด้วยการแยกย้ายกันไป ไม่ได้มีเรื่องชกต่อยกันอย่างที่หวาดกลัว ซึ่งหลังจากที่มีข่าวคลิปออกไปเป็นครั้งที่สองนี้ คงต้องรอดูกันว่าทางครอบครัวของลุงจะออกมาตอบโต้ว่าอย่างไรบ้าง

 

สนับสนุนโดย  ติดต่อ rb88

อยู่ก็เครียด จะจากไปก็ลำบาก

จากเหตุการณ์การแพร่ระบาดของไข้ไวรัสโควิดในปัจจุบัน ส่งผลให้เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจของโลก และเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างมากมาย เนื่องด้วยหลายๆ บริษัทต้องมีการปิดกิจการชั่วคราว หรืออาจจะต้องปิดไปเลย เพราะธุรกิจไปต่อไม่ไหวกับสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ที่เกิดจากกับปิดประเทศของทั่วโลก หรือหากจะดื้อรั้นไม่ปิด ก็คงจะไม่ต่างกันเท่าไหร่นัก เพราะด้วยเวลาและปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน หลายๆ บริษัทก็ไม่มีเงินหรือรายได้ที่จะเอามาจ้างพนักงานหรือลูกจ้างให้ทำงานกันต่อ

อีกทั้งก็ไม่มีผู้ซื้อที่จะมาซื้ออีก เพราะคนเหล่านั้นก็ไม่รู้ว่าจะเอาเงินจากที่ไหนมาซื้อกันดี แม้แต่ขนาดองค์กรหรือธุรกิจใหญ่ๆ ก็มีผลกระทบเหมือนกัน ขนาดธุรกิจการบินที่เรียกว่าเป็นธุรกิจระดับโลกก็ยังเกิดความเสี่ยงที่อาจจะล้มละลายได้ในช่วงเดือนพฤษภาคมนี้ ถ้าหากสถานการณ์ยังคงเป็นเช่นนี้อยู่

และผลกระทบที่ตามมาก็คงเป็นพวกตัวเล็กอย่างพนักงานในองค์กร ไม่ว่าจะเป็นพนักงานภาคพื้นดิน หรือพนักงานต้อนรับบนเครื่อง เจ้าหน้าที่เอกสาร ตัวแทนจำหน่ายตั๋วเครื่องบิน ก็คงต้องมีผลกระทบกันทั้งหมด ส่วนผลกระทบทางอ้อมก็คงเป็นพวกบริษัททัวร์ ที่ทำธุรกิจท่องเที่ยวนั่นเอง ในขณะนี้พวกสายการบินต่างๆ ก็มีมาตรการให้ลดวันทำงาน ตัดเบี้ยเลี้ยง ปลดพนักงาน รวมไปถึงขอความร่วมมือ ในการไม่รับเงินค่าตอบแทน รวมไปถึงการขอความร่วมมือให้พนักงานยอมรับมาตรการในการลดเงินเดือนลง

หรืออาจจะให้ลาหยุดโดยที่ไม่นับเป็นวันลา แต่ไม่ได้รับเงินเดือน จนกว่าสถานการณ์ทุกอย่างจะดีขึ้น หากเลวร้ายไปกว่านั้น พนักงานบางสายการบินที่ยังทำงานไม่ถึงหนึ่งปี ก็จะโดนให้ออกและเลิกจ้างไปโดยปริยาย ซึ่งวิกฤตการณ์ครั้งนี้ทำให้พนักงานหลายคนต้องตั้งรับความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว เพราะไม่รู้ว่าตัวเองจะกลายเป็นคนว่างงานเมื่อไหร่

หากวันนี้องค์กรบอกให้หยุดงานโดยไม่ได้รับเงินเดือน แต่ยังคงสถานภาพเป็นพนักงานอยู่ แต่หากทุกอย่างยังไม่คลี่คลายและสถานการณ์เลวร้ายไปกว่านี้อีก อาจจะต้องถึงขนาดให้ออกจากงานเลยก็มีความเป็นไปได้สูง ดังนั้นจึงมีคำถาว่า หากทำงานต่อไปจะคุ้มกับความเหนื่อย หรือเพียงพอกับภาระที่ต้องแบกรับหรือเปล่า

และการหางานใหม่ในช่วงนี้คงไม่ใช่เป็นเรื่องง่ายหรือเป็นทางออกสักเท่าไหร่นัก ดังนั้นจึงเปรียบเหมือนสภาพที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกและนั่งรอคอยชะตาชีวิตการทำงานของตัวเอง โดยที่ตัวเองไม่ได้เป็นคนตัดสินใจเองหรือสามารถเลือกได้ เพราะสิ่งที่ตัดสินใจในชีวิตการทำงานของคนเหล่านี้ กับไม่ใช่คนหรือนายจ้าง แต่กลับเป็นสถานการณ์ไข้ไวรัสที่หยุดระบาดและดีขึ้นเมื่อไหร่นั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  rb88 สล็อต

ตำนานพระขวางพระกินคน

เชื่อว่าเรานัดอาจจะเคยได้ยินตำนานของพระขวางกันได้ตำนานของพระขวางมีอยู่ว่ามีพระองค์หนึ่งซึ่งเป็นพระพุทธรูปได้ลอยตามน้ำมามาขวางน้ำตรงหมู่บ้านแห่งหนึ่งทำให้น้ำนั้นไม่สามารถไหลมาที่หมู่บ้านได้ทำให้ชาวบ้านนั้นประสบปัญหาบางอย่างมากชาวบ้านพยายามยกพระพุทธรูปออกเท่าไหร่ก็ไม่สามารถยกออกได้มีอยู่วันหนึ่งที่พระพุทธรูปนั้นได้ไปเข้าฝันชาวบ้านให้ชาวบ้านนั้นจัดหาวัดเอาไว้พระองค์ได้อยู่ และพระองค์ก็จะออกจากน้ำไม่ขวางลำธารแม่นานอีกเมื่อชาวบ้านตื่นขึ้นชาวบ้าน

ก็ปรึกษาหารือกันว่าจะหาวัดให้แล้วเขานั้นก็ได้ไปที่วัดแห่งหนึ่ง และเล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่าพวกเขานั้นฝันว่าอะไรและได้เล่าว่ามีพระพุทธรูปขนาดใหญ่มาขวางแม่น้ำอยู่เมื่อเจ้าอาวาสของวัดได้ยินเรื่องราวทั้งหมดเจ้าอาวาสก็ตอบตกลงที่จะให้นำพระพุทธรูปนั้นมาอยู่ที่วัดนี้ในเย็นวันนั้นเองชาวบ้านพากันเดินทางไปที่แม่น้ำและพยายามยกพระพุทธรูปขึ้นมา

ปรากฏว่าสามารถยกได้โดยง่ายชาวบ้านก็รีบยกพระพุทธรูปขนาดยักษ์ นำไปไว้ที่วัด ทุกๆวันจะมีชาวบ้านมาจุดธูปขอพรกับพระพุทธรูปองค์นี้เสมอแต่มีอยู่วันหนึ่งที่เกิดเหตุการณ์ประหลาดขึ้นพระและเณรหลายๆคนค่อยๆหายไปอย่างปริศนาสุดท้ายชาวบ้านนั้นก็หวาดหวั่นว่าลูกหลานของตัวเองที่ไปบวชที่วัดแห่งนั้น

อาจจะหายตัวไปได้จึงได้ไปร้องเรียนกับเจ้าอาวาสของวัดแต่เจ้าอาวาสของวัดเองนั้นก็ไม่รู้ว่าสาเหตุคืออะไรคือ 1 ชาวบ้านนั้นได้ตกลงกันว่าจะไปแอบดูที่วัดและพบว่าพระพุทธรูปที่พวกเขานั้นเอามาจากแม่น้ำกำลังดูดกลืนกินวิญญาณของเณรและพระที่เดินผ่านมาเช้าวันต่อมาชาวบ้านรีบเดินทางไปหาเจ้าอาวาสของวัดและเล่าเหตุการณ์ให้ฟังเมื่อเจ้าอาวาสรู้เรื่องจะได้ทำการเดินทางไปที่พระพุทธรูปองค์นั้นทันทีและทำพิธีสะกดวิญญาณหลังจากสะกดวิญญาณไปสักพักก็ไม่เกิดเหตุการณ์ประหลาดอะไรอีกเลย แต่ถึงแม้ว่าจะทำการสะกดวิญญาณเรียบร้อยแล้วนั้นวิญญาณของคนที่ถูกลืมกินไปก็ยังไม่สามารถที่จะกลับมาได้

ในตำนานนี้นั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่ตำนานปรัมปราเป็นตำนานที่มีอยู่จริงตามนั้นสามารถที่จะถามคนเฒ่าคนแก่ที่อยู่ใกล้ๆวัดนั้นได้และนอกจากนั้นเรายังสามารถที่จะเดินทางไปกราบไหว้สักการะที่วัดแห่งนี้ได้เช่นเดียวกันโดยชาวบ้านนั้นไม่ได้มองว่าพระพุทธรูปองค์นี้นั้นเป็นพระพุทธรูปที่เป็นมงคลแต่มองว่าอาจจะมีวิญญาณร้ายกำลัง สิงอยู่ในพระพุทธรูปองค์นี้เจ้าอาวาสสะกดวิญญาณทุกๆปีจะมีการทำพิธีสะกดวิญญาณทุกๆครั้งหากใครสนใจก็สามารถที่จะลองไปค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมใน Google กันได้นะคะ

แต่นอกจากที่นี่นั้นจะมีตำนานที่น่ากลัวเรานั้นสถานที่นั้นก็ยังมีพระพุทธรูปอีกหลายองค์สถานที่สวยๆงามๆให้เราได้ไปไหว้กันค่ะถึงแม้ว่าจำหน่ายนี้นะคะจะเกิดขึ้นตั้งนานมาแล้วตั้งแต่สมัยที่คนนั้นกำลังนุ่งโจงกระเบนห่มสไบกันอยู่ แต่ตำนานนี้นั้นก็ยังถูกเล่าขานต่อมาเรื่อยๆไปจนถึงณปัจจุบันแห่งนี้นี่เอง

 

สนับสนุนโดย  rb88 ดีไหม

ตำนานความรักของตริตันและ ไอโซลเดอ

         เรื่องราวความรักที่ไม่สมหวังในครั้งนี้เป็นเรื่องราวความรักของ ไอโซลเดอหญิงสาวซึ่งเป็นลูกสาวของกษัตริย์ของประเทศไอร์แลนด์ซึ่งมีตำนานความรักที่แสนเศร้านี้โดยเรื่องเล่ามีอยู่ว่า  ไอโซลเดอ นั้นเธอได้ถูผู้เป็นพ่อนั้นให้หมั้นหมายกับกษัตริย์พระองค์หนึ่งซึ่งปกครองแคว้น คอร์นวอลล์ แต่อย่างไรก็ตาม  ไอโซลเดอไม่ได้รู้สึกรักพระองค์นั้นเลย

แต่เธอดันกลับไปต้องหลงรักหลานชายของกษัตริย์พระองค์นั้นแทนซึ่งหลานชายของกษัตริย์พระองค์ใดเป็นคู่หมั้นของเธอนั้นชื่อว่า ตริตัน และแน่นอนว่าเมื่อทั้งคู่เกิดความรักซึ่งกันและกันทั้งคู่ก็แอบมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับในที่สุดและความลับย่อมไม่มีในโลกในที่สุดกษัตริย์แห่งแคว้น คอร์นวอลล์ ก็รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นถึงความรักของคนทั้งคู่รวมถึงความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ด้วยจึงได้มีการเรียกตัวหลานชายนั่นก็คือตริตัน เข้ามาพบและมีการสั่งไม่ให้ตริตัน นั้นไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับภรรยาของตนอีกอีกทั้งยังมีการสั่งให้ ตริตัน เดินทางออกนอกเมืองไปทันทีไม่เช่นนั้นจะถูกกษัตริย์ประหารชีวิตซึ่งในที่สุด 

ตริตัน ก็หนีออกไปนอกเมืองคอร์นวอลล์ ในระหว่างทางนั้นเองเขาได้พบกับหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งหน้าตาของหญิงสาวคนนั้นมีความละม้ายคล้ายคลึงกับ ไอโซลเดอ ซึ่งเป็นผู้หญิงที่เขารักเป็นอย่างมากในที่สุดเขาก็ได้ตกลงที่จะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับเธอ  ตริตัน ตัดสินใจแต่งงานกับหญิงสาวดังกล่าว และถึงแม้ว่าทั้งคู่จะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันฉันสามีภรรยาแต่ว่า ตริตัน ก็ยังคงคิดถึงไอโซลเดออยู่เสมอแล้วเรื่องนี้ก็รู้ถึงหูภรรยาของเขาด้วยอย่างไรก็ตามด้วยความคิดถึงไอโซลเดอ อย่างมากมายทำให้ในที่สุดแล้ว ตริตัน ก็ล้มป่วยลง

เนื่องจากว่าเต็มใจและด้วยความคิดถึงที่ทนไม่ไหว ตริตัน ได้มีการเขียนจดหมายฉบับหนึ่งขึ้นมาเพื่อส่งให้ ไอโซลเดอ โดยใจความจดหมายนั้นระบุว่า เขามีความคิดถึงไอโซลเดอ เป็นอย่างมาก และอยากจะรู้ว่าไอโซลเดอ คิดถึงเขาด้วยหรือไม่ซึ่งถ้าหากนางยังมีใจให้เขาและยังคงคิดถึงเขาอยู่ขอให้นางนั้นลองเรือมาหาเขาโดยถ้าหากนางนั้นชักใบเรือเป็นสีขาว

ก็แสดงว่างานนั้นคิดถึงเขาเช่นเดียวกันกับที่เขาคิดถึงนางแต่ถ้าหากนางชักใบเรือเป็นสีดำก็แสดงว่านางนั้นหมดสิ้นความรักในตัวเขาเขาแล้ว เมื่อ ไอโซลเดอ ได้รับจดหมายจาก ตริตัน ด้วยความรักที่นางยังคงมีให้กับ ตริตัน อยู่เสมอนั่นเองนางจึงได้ร้องเรือมาหา ตริตัน โดยชักใบเรือเป็นสีขาวแต่เมื่อภรรยาของ ตริตัน รู้เรื่องนี้เข้านางจึงได้เดินทางไปบอกกับสามีของนางว่า ไอโซลเดอได้เดินทางมาแต่ซักเดือนเป็นสีดำทำให้ ตริตัน คิดว่าไอโซลเดอ ไม่รักเขาแล้ว ในที่สุดเขาก็ตรอมใจตาย

 

สนับสนุนโดย  rb888

วัฒนธรรมของไทยทางภาคเหนือ 

 ประเทศไทยนั้นแบ่งปันออกทั้งหมดสี่ภาคด้วยกันและแต่ละภาคนั้นก็จะมีวัฒนธรรมที่แตกต่างกันออกไป อย่างที่เราจะพูดถึงกันในวันนี้ก็คือวัฒนธรรมของทางภาคเหนือซึ่งวัฒนธรรมของทางภาคเหนือนั้นจะเน้นเป็นแบบวัฒนธรรมของทางล้านนาโดยจะมีการ สืบสานประเพณีวัฒนธรรมนี้กันมาอย่างยาวนานแล้วสำหรับวัฒนธรรมของทางภาคเหนือนั้นแบ่งออกเป็นได้หลายกรณีเช่น 

   วัฒนธรรมด้านอาหารการกินเนื่องจากทางภาคเหนือนั้นจะนิยมการกินเป็นแบบขันโตกซึ่งถือว่าเป็นประเพณีของชาวล้านนาโดยเฉพาะซึ่งถ้าหากว่าคนทางภาคเหนือตอนบนได้มีการจัดงานเลี้ยงต่างๆแล้วแล้วก็พวกเขาก็จะมีการจัดงานเลี้ยงเป็นแบบขันโตกซึ่งการจัดงานเลี้ยงแบบนี้ก็จะต้องมีนางรำมาฟ้อนรำให้ดูในระหว่างที่ คนที่อยู่ในงานเลี้ยงนั้นกำลังรับประทานอาหารกันและกันกินอาหารแบบขันโตกนั้น

ก็จะเป็นการนั่งกินกับพื้นซึ่งอาหารก็จะกินแบบร่วมกันโดยมีการนำข้าวเหนียว มาใส่กระติกแล้วนำไปแจกจ่ายให้กับคนไทยในงานได้กินร่วมกันส่วนอาหารของคนภาคเหนือที่จะกินในขันโตกนั้นก็จะเป็นอาหารประเภทแกงออม แกงฮังเล. น้ำพริกหนุ่ม  น้ำพริกอ่อง ผักสดรวมถึงไซ่อั่วเป็นต้น 

    ส่วนทางด้านวัฒนธรรมศาสนาและความเชื่อคนทางภาคเหนือนั้นจะนิยมทำบุญทำทานโดยจะมีการจัดงานไม่ว่าจะเป็นงานบุญตาลก๋วยสลากเรือ หรือแม้แต่งานประเพณีสืบชะตาและยังมีงานบุญต่างๆอีกมากมายซึ่งงานบุญแต่ละงานนั้นก็จะต้องมีการกำหนดวันและเวลาในแต่ละปีใครขายกันซึ่งคนในหมู่บ้านต่างก็จะต้องมาร่วมงานบุญและทำบุญร่วมกันงานบุญของคนในภาคเหนือนั้นจัดขึ้นมาเพื่อหวังว่าให้คนในหมู่บ้านนั้นเกิดความรักความสามัคคีกันและต้องการให้คนนั้น หัดทำบุญซึ่งสิ่งที่กล่าวมานี้ก็คือเป็นวัฒนธรรมที่มีการสืบทอดต่อๆกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายายมาจนถึงรุ่นลูกหลาน

      สำหรับวัฒนธรรมของทางภาคเหนือนั้น ค่อนข้างจะไม่เหมือนกับภาคอื่นอื่นของไทย ซึ่งวัฒนธรรมและประเพณีที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณนั้น ปัจจุบันคนรุ่นหลังก็ยังคงมีการสืบทอดกันอยู่ อย่างการที่ชาวบ้านจะแต่งงานกันก็จะต้องมีการผู้ข้อไม้ข้อมือกัน จะไม่ไปอยู่ด้วยกันเฉยๆเพราะคนทางภาคเหนือเชื่อกันว่า ผีบรรพบุรุษจะไม่พอใจ 

สำหรับวัฒนธรรมของคนเหลือนั้น จะมีการสืบทอดประเพณีและวัฒนธรรมกันหลายอย่าง และส่วนใหญ่มักจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับทางพระพุทธศาสนาเกือบทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น  งานบวชลูกแก้ว ซึ่งก็คือการที่เรานำเด็กมาบวชเป็นสามเณรนั่นเอง  หรือการที่เราจะมีการจัดงานสมโภชทุกปี อย่างที่จังหวัดพิษณุโลกที่ฉลองสมโภชให้กับพระพุทธชินราช นั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  entaplay

เรื่องscp fouadqtioa

สำหรับเรื่องของscp fouadqtioaถ้าจะให้เราได้แปลเป็นภาษาอังกษฤ Sก็คือSecure Cก็คือContain Pก็คือProtectและถ้าได้แปลเป็นภาษาไทยแล้วก็คือ ควบ คุม กักกัน และ ป้องกัน ถามว่ากักกันอะไรต้องบอกก่อนเลยว่าscp fouadqtioaมันได้เป็นองค์กรที่คอยทำหน้าที่ป้องกันปรากฎการเหนือธรรมชชาติทั้งที่เป็นสิ่งที่มีชีวิตและก็ไม่มีชีวิตรวมถึงซึ่งที่นักวิทยาศาสตร์บอกได้และก็บอกไม่ได้รวมไปถึงไสยศาสตร์มันก็ยังได้รวมอยู่ในscp fouadqtioaด้วยเหมือนกัน

แต่อย่างจะบอกก่อนเลยว่าส่วนมากร้อยละ95%มักจะเป็นบทความที่ได้ถูกแต่งขึ้นมาจากความทรงจำในสมัยเด็กที่ได้เกิดจากการจินตนาการหรือได้เกิดขึ้นมาจริงหรือมันอาจจะมโนไปเองยกตัวอย่างเช่นเราเชื่อว่าหลายๆคนจะต้องเคยเป็นสมมุติบ้านเราได้มีสองชั้นเราก็จะต้องปิดไฟชั้นล่างเพื่อที่จะไปนอนข้างบนปิดไฟแล้ว

ก็รีบวิ่งขึ้นไปบนบ้านเพราะเราได้มีความเชื่อส่วนตัวว่าถ้าเราปิดไฟแล้วเราขึ้นช้าเราก็จะเจอผีอันนี้มันก็ได้เป็นตัวอย่างที่เราได้ยกมาถามว่ามันได้มีอยู่ในscp fouadqtioaหรือไม่มันอาจจะมีอยู่หรือมันอาจจะไม่มีอยู่ก็ได้แต่เราก็ได้บอกไปก่อนข้างต้นแล้วว่าร้อยละ95%มันได้เป็นเรื่องที่ได้ถูกแต่งขึ้นมาและอีก5%มันเป็นเรื่องจริงหรือเปล่าอันนี้เราก็ไม่ทราบเหมือนกันเพราะเนื่องจากข้อมูลที่เราได้ไปสืบหามามันมีบางเคสที่ัมันได้มีการาบล็อคเนื้อหาที่มันไม่สามารถที่จะเข้าไปดูได้และก็ได้มีการเก็บและก็ไม่มีการพูดถึงเลยมันก็จะมีอยู่ประมาณ5%

ซึ่งเราก็หาคำตอไม่ได้เหมือนกันว่ามันได้เป็นเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งหรือว่ามันคืออะไรและวันนี้เราก็ได้มีตัวอย่างมาให้ได้ดูด้วยว่ามันได้เป็นคลิปจริงหรือว่ามันเป็นคลิปที่ได้ถูกแต่งขึ้นแต่ก่อนที่เราจะเข้าไปดูเราข้อพูดถึงประวัติที่มาของscp fouadqtioaเราเชื่อว่าหลายๆคนก็อาจจะสงสัยว่าไอคำว่าscp  มันได้มาจากอะไรย้อนความกลับไปเมื่อประมาณปี2017เว็บไซค์เว็บหนึ่งที่มีชื่อว่า4chanที่ได้มีการโพสเรื่องราวที่เกี่ยวกับองค์กรลับ

องค์กรหนึ่งที่ได้มีชื่อย่อว่าscp และยังได้มีการตั้งกรุทู้ในเว็บนั้นเกี่ยวกับเรื่องของสัตว์ประหลาดลึกลับรวมไปถึงรูปภาพและได้มีคำบรรยายอยู่ด้านล่างโดยส่วนแรกที่ได้ตั้งขึ้นคือscp หมายเลข173หรือThe Sculpture ซึ่งเขาได้บอกว่าscp 173หรือThe Sculptureได้เป็นสัตว์ประหลาดที่เป็นสิ่งมีชีวิตรูปร่างประหลาดผิดปกติไม่เหมือนกันมนุษย์ทั่วไปจะบอกว่าเป็นสัตว์ก็ไม่ใช่จะบอกว่าเป็นมนุษย์มันก็ไม่เชิงแต่ใบอกเลยว่ามันไม่น่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่มันสามารถเกิดขึ้นมาเองได้ตามธรรมชาติ

 

สนับสนุนโดย  next88      

เรื่องราวเกี่ยวกับกลุ่มอิลลูมินาติ

โดยกลุ่มอลิลูมินาติได้ก่อตั้งขึ้น เมื่อวันที่1 พ.ค.ปี1776 ที่เมืองINGOLSTADT ซึ่งได้ก่อตั้งขึ้นมาโดย Adam Weishaup /อดัม ไวส์ฮอพ ที่ได้เป็นบุคคลที่เลื่อมใสในเยซูอิฐและได้เป็นศาสตราจารย์การประมงกฎหมายโรมันที่เกี่ยวกับศาสนาคนแรกของมหลัยและ นายอดัม ไวส์พอพ ก็ยังได้ยึดหลักปรัชญาในความคิดอิสระ

โดยที่ไม่ยึดความเชื่อเก่าๆที่ได้ถูกสั่งสอนกันมาในทั้งเรื่องของระบบการปกครองและศาสนาเพื่อที่ว่าจะนำพาผู้คนเข้าสู้ยุคใหม่หรือว่าการปกครองใหม่ๆนั่นเอง โดยกลุ่มอิลลูมินาติ ก็ได้ถูกมองว่าเป็นผู้ที่ได้อยู่เบื้องหลังการล้มล้างการปกครองระบอบกษัตริย์ในหลายๆประเทศในทวีปยุโรปรวมถึงการประกาศอิสระภาพในปี 1776ของสหรัฐอเมริกาอีกด้วย

เท่าที่ได้ฟังกันมาอลิลูมินาติไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องของมนุษย์ต่างดาวหรืออะไรเลยแต่อยากให้รองฟังกันไปเรื่อยๆว่าจริงๆแล้วในกลุ่มนี้มันอาจจะมีอะไรบางอย่างที่ชักโยงมนุษย์โลกอย่างเราอยู่ก็เป็นได้และอย่างเหตุการณ์ที่สำคัญที่ได้เกิดขึ้นยกตัวอย่างปี 1984 ผู้ปกครองบาวาเรียก็ได้ออกกฎหมายมาหนึ่งกฎหมายก็คือกฎหมายห้ามก่อตั้งสมาคมลึกลับและได้ทำการจับกุมชิกของกลุ่มอิลลูมินาติและกลุ่มก็ได้ถูกยุบลง

แต่ในการเคลื่อไหวในกลุ่มในชมาชิกอิลลูมินาติที่ยังลอดอยู่ถึงแม้จะถูกยุบไปแล้วก็ตามแต่ก็ยังได้มีการเคลื่อไหวและยังได้มีการทำผลงานกันอยู่เรื่อยๆยกตัวอย่างเช่นการปฏิวัติในปี1789 ของฝรั่งเศสและในการปฏิวัติของรัสเซียในปี1905และในปี1917และในปัจจุบันก็ยังได้มีสิ่งของเครื่องใช้บางอย่างมีลัญลักษณ์อิลลูมินาติติดอยู่นั่น

ก็คือธนบัตร1ดอลลาร์ของสหรัฐอเมริกาถ้าจะให้ย้อนความกลับไปในปี1782สหรัฐอเมริกาก็ได้ออกตราแผ่นดินใหม่ขึ้นมา โดยด้านหลังของตราจะเป็นรูปพีระมิดที่ยังสร้างไม่เสร็จและได้มีสามเหลี่ยมที่ลอยอยู่ด้านบนและมีดวงตาอยู่ตรงกลาง โดยได้มีภาษาลาตินที่เขียนว่า Novus Ordo Seclorum โดยหลายคนได้เชื่อกันว่าเป็นสัญลักษณ์กลุ่มของอิลลูมินาติ

เพราะดาวตาบนยอดของพีระมิดมันหมายถึงสมาชิกของกลุ่มที่กำลังจ้องมองโลกและคำว่า Novus Ordo Seclorumหรือโลกใหม่ที่มี4จักรพรรดิปกครองอยู่เอาจริงๆแล้วNovus Ordo Seclorumคือการเข้าสู่ในยุคสมัยใหม่ของการปกครองโลกและในปี1935ประธานาธิบดีคนที่32ได้ประกาศให้ตีพิมพ์สายสัญลักษณ์ของกลุ่มอิลลูมินาติลงในธนาบัติในปีนั้นอีกด้วย

โดยลายละเอียดภายในจะมีรูปเหยี่ยวออยู่ด้านหน้าพีระมิดที่ยังสร้างไม่เสร็จโดยมียอดปลายแหลมที่ลอยอยู่ด้านบนและมีตราอยู่ตรงกลางอยู่ทางด้านหลังโดยความหมายของสัญลักษณ์เหล่านี้มันค่อนข้างที่จะละเอียดซับซ้อน

 

สนับสนุนโดย  next88 มือถือ

ตำนานกล่องข้าวน้อยฆ่าแม่

 

       เรื่องเล่าตำนานก่องข้าวน้อยฆ่าแม่นั้นเป็นเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ซึ่งมีการสร้างหลักฐานไว้เป็นเจดีย์ดูตำนานก่องข้าวน้อยฆ่าแม่นั้นมีเรื่องเล่ากันว่ามีหญิงชาวนาคนหนึ่งอาศัยอยู่กับลูกชายเดินในทุกๆวันนั้นลูกชายจะออกจากบ้านตั้งแต่เช้ามืดเพื่อไปทำนาแต่เช้าส่วนผู้เป็นแม่ซึ่งเป็นหญิงชรานั้นก็จะอยู่บ้านค่อยหุงหาอาหารหลังจากนั้นก็จะนำอาหารนั้นไปให้กับลูกชายที่ทำงานอยู่ที่นาในทุกๆวันอยู่มาวันหนึ่ง

ในขณะที่ลูกชายออกจากบ้านแต่เช้าตรู่เหมือนกับทุกวันที่ผ่านมานั้นหญิงชราก็ได้เตรียมอาหารให้กับลูกชายตามปกติแต่ว่าวันนี้เกิดอาการที่หญิงชรานั้นระหว่างเดินทางเอาอาหารไปให้กับลูกชายนั้นด้วยความแก่ชรามากแล้วเธอจึงเดินไปล้มลุกคลุกคลานไปทำให้กว่าจะเดินทางไปถึงที่ลูกชายทำไร่ไถนาอยู่นั้นก็เป็นเวลาสายมากแล้วทางด้านลูกชายเองนั้น

ก็เฝ้ารอว่าแม่เมื่อไหร่จะนำอาหารมาให้เนื่องจากว่าเป็นช่วงเวลาสายแล้วและตนเองก็หิวข้าวมากแล้วแต่รอแล้วรอเล่าแม่ก็ยังไม่มาสักทีจนเมื่อช่วงเวลาเกือบใกล้เที่ยงแม่ก็เดินทางมาถึงด้วยความโมโหหิวจากการที่แม่นั้นเอาข้าวมาส่งช้าและเมื่อมองเห็นกล่องข้าวที่แม่เอามาให้นั้นก็มองเห็นว่ากล่องเล็กนิดเดียวซึ่งเขาคิดว่ากล่องข้าว

แค่นี้เขาไม่พอกินอย่างแน่นอนด้วยความที่เขาหิวมากจึงทำให้มีอารมณ์โกรธมากดังนั้นเขาจึงได้เอาคันไถที่อยู่ในมือของเขานั้นฟาดไปที่แม่ของเขาจนล้มลงหลังจากนั้นเขาก็เอาข้าวกล่องที่แม่เตรียมมานั้นมากินแต่ข้าวกล่องเพียงน้อยนิดที่เขาเห็นในครั้งแรกนั้นเมื่อเขากินเข้าไปยังไม่ถึงครึ่งกล่องเขาก็รู้สึกอิ่มทันทีหลังจากนั้นเขาก็พยายามกิน

แต่กินเท่าไหร่ก็กินข้าวกล่องนั้นไม่หมดเขาจึงได้ย้อนกลับมาดูแม่ซึ่งก็พบแม่ว่าเสียชีวิตแล้วเขารู้สึกเสียใจมากเมื่อเขาอิ่มเขาก็เริ่มได้สติว่าสิ่งที่เขาโมโหแม่ไปนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ดีเพราะถึงแม้ว่าข้าวกล่องที่เห็นเป็นกล่องน้อยนิดนั้นแต่เมื่อกินเข้าไปจริงๆแล้วก็ทำให้เขาอิ่มได้เขารู้สึกเสียใจมากที่เห็นแม่นอนเสียชีวิตจากฝีมือของเขาเองเขาจึงได้นั่งร้องไห้อยู่ตรงบริเวณที่ฆ่าแม่หลังจากนั้น

เขาก็มีการสร้างพระธาตุขึ้นมาตรงบริเวณที่เขาฆ่าแม่ของเขาเพื่อนำอัฐิของแม่ของเขานั้นมาเก็บไว้โดยเขาหวังว่าพระธาตุที่เขาสร้างขึ้นมาให้แม่เขาอยู่นี้จะสามารถทดแทนบาปกรรมที่เขาได้ทำร้ายแม่เขาลงไปได้หลังจากนั้นเป็นต้นมาพระธาตุดังกล่าวก็ถูกชาวบ้านเรียกขานกันเรื่อยมาว่าพระธาตุก่องข้าวน้อยซึ่งเรื่องราวนี้ก็เป็นตำนานเล่าขานกันมาตั้งแต่รุ่นปู่รุ่นยายตกทอดมายังรุ่นลูกรุ่นหลานเลยมาเกี่ยวกับเรื่องของความโมโหทำให้คนเรามักขาดสติและทำอะไรโดยที่ไม่ได้ตั้งใจลงไปนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  entaplay thailand

การค้นพบเจอ อนุภาคTachyon,เตคีออน

ถ้าสมมุติมนุษย์เราสามารถยอตัวให้เล็กลงได้และเราทำให้Space timeหรือกาลอวกาศเกิดการโค้งงอได้และเราเคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่สูงระดับใกล้เคียงกับแสงหรือเทียบเท่ากับแสงได้เราก็อาจจะไปอยู่ในมิติที่เวลายืดออกไปเป็นสิบยี่สิบเท่าตามที่ทฤษฎีที่บอกก็เป็นได้และตรงนี้ก็น่าจะมีอีกหนึ่งคำถามที่ตั้งขึ้นมาเช่นกันว่าแล้วถ้าเกิดสมมุติว่าเราย่อตัวเล็กได้เราสามารถเข้าไปอยู่ในมิติที่เวลายืดออกได้และเราสามารถที่จะไปปกลับอดีตหรืออนาคตได้ใช่หรือไม่

คือตรงนี้มันคือคนละหลักทฤษฎีกันคือถ้าเกิดว่าเราได้พูดถึงเรื่องของหลักการไปกลับอนาคตหรือSpace timeเราจะต้องมองทฤษฎีในเรื่องของทฤษฎีLiht Cone,หรือกรวยแสงแต่ถ้าเกิดเราพูดถึงเรื่องของการเดินทางข้ามเวลาหรือว่าการไปในอดีตเราจะนึกถึงเรื่องของทฤษฎีรูหนอนหรือว่าEinstein Rosen Bridge Theory

ซึ่งตรงนี้มันได้แตกต่างกับกรวยแสงอยู่นิดหน่อยและถ้าเราจะพูดให้เห็นภาพทีละอย่างแล้วอย่างทฤษฎีกรวยแสงภาพที่เราได้เห็นมันออกมาตามงานวิทหรือตามงานสิ่งที่เราเคยเรียนมามันจะเป็นรูปที่มัมนคล้ายกับมีกรวยอยู่สองอันโดยทางด้านก้นกรวยจะติดกัน โดยไอน์สไตน์ เขาได้บอกเอาไว้ว่ากรวยแสงตรงนี้มันจะมีเส้นแนวขวางที่พุ่งขึ้นไปมันคือเส้นความเร็วแสง

ที่เขาบอกว่ามนุษย์เราจะสามารถเห็นได้เพียงสิ่งที่อยู่ในเส้นของความเร็วแสงนี่เท่านั้นถ้าเกิดออกไปจากเส้นความเร็วแสงนี่มนุษย์เราจะไม่สามารถที่จะเห็นได้แต่ถามว่ามันมีอะไรที่อยู่นอกเส้นของความเร็วแสงนี้มั้ยเขาก็ยังบอกไม่ได้และยังยืนยันไม่ได้ว่ามันมีหรือเปล่าแต่เขาคาดการณ์กันว่ามันน่าจะมีและเขาได้บอกว่าการตรวจสอบล่าสุดเขาได้ค้นพบอนุภาคหนึ่งอย่างที่ชื่อว่า อนุภาคTachyon,เตตคีออนอยู่ในพื้นที่ที่มันได้อยู่นอกเส้นของความเร็วแสงนั่นก็เเสดงว่า

ซึ่งนี้น่าจะยืนยันได้แล้วเกือบร้อยเปอร์เซนว่ามันน่าจะมีบางอย่างที่มนุษย์เราไม่สามารถมองเห็นได้และได้อยู่เหนือการมองเห็นขอบเขตของมนุษน์เรานั้นเอง โดยถามว่าถ้ามันได้อยู่เหนือขอบเขตการมองของมนุษย์ได้มันจะสามารถเกิด Liht Coneได้ยังไง ซึ่งถ้าหากเราสงเกตุดูว่ามันจะมีเส้นสีแดงที่เป็นเส้นความเร็วของแสง 

ซึ่งตรงจุดนี้มันได้เป็นจุดที่ได้ค้นพบTachyon ซึ่งในปัจจุบันมนุษย์เราสามารถที่จะมองเห็นได้แค่เส้นความเร็วของแสงแต่ว่าถ้าเราสามารถเอาตัวเราไปอยู่นอกจุดของเส้นความเร็วแสงได้นั่นก็แสดงว่าเราจะสามารถเดินทางไปข้างหน้าหรือเดินทางย้อนกลับก็ได้นั่นก็คือทาง Liht Coneนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  rb88

ถ้าวิทยาศาสตร์สามารถคืนชีพสิ่งมีชีวิตได้จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

ถ้าเราพูดถึงเกี่ยวกับการคืนชีพสิ่งมีชีวิตเอาจริงๆแล้วมันมีข่าวสำหรับเรื่องนี้มันสักพักหนึ่งแล้วทั้งเรื่องของการคืนชีพมนุษย์จากการแช่แข็งหรือกระบวนการไครโอนิกส์การทดลองคืนชีพสัตว์โดยใช้หัวของรัสเซียเมื่อประมาณ1900กว่าๆแล้วก็การคืนชีพสัตว์ดึกดำบรรพ์จากการสักดีเอ็นเอและเอาไปฝากสิ่งที่มีชีวิตที่มีสปีชีส์ที่ใกล้เคียงกันกับสัตว์ตัวนั้นให้ได้มากที่สุด ซึ่งทั้งหมดนี้มันคือการคืนชีพจากผลงานทางวิทยาศาสตร์ทั้งหมดแล้ว

หัวข้อที่เราได้บอกว่าถ้าเราสามารถคืนชีพสิ่งมีชีวิตหรือว่าควบคลุมการตายการเกิดของประชากรสิ่งมีชีวิตได้มันจะเกิดอะไรขึ้นอย่างกรณีแรกคือการคืนชีพมนุษย์หรือกระบวนการไครโอนิกส์ซึ่งตรงนี้เราได้เคยบอกไปแล้วและเราจะขอสรุปให้ฟังกันสั้นๆให้ฟังก็แล้วกัน สำหรับกระบวกการไครโอนิกส์ถ้าเอาตามหลักทฤษฎีเขาบอกว่าจะนำเอามนุษย์ที่พึ่งเสียไป

ได้ไม่นานเข้าไปในกระบวนการแช่แข็งที่มีอุณหภูมิติดลบหลายร้อยองศาเพื่อเป็นการเก็บรักษาเซลล์ที่อยู่ในร่างกายอวัยวะต่างๆให้มีสภาพที่สมบูรณ์มากที่สุดและรอการคืนชีพจากวิทยาการมนุษย์ในอนาคต ซึ่งแนวคิดตรงนี้มันจะเป็นแนวคิดเดียวกันกับการทำมัมมี่แต่มันจะต่างกันในด้านการใช้เทคโนโลยีถ้าอย่างการทำมัมมี่หลายๆคนก็น่าจะรับรู้กันแล้วว่ามันเป็นเพียงแค่การนำเอาร่างกายนำเอาอวัยวะต่างๆ

มาทำความสะอาดและดูดความชื่นออกให้หมดด้วยการนำเอาอวัยวะเหล่านั้นเข้าไปอยู่ในภาชนะและนำเอาทรายมากบจนมิดหลังจากนั้นพออวัยวะเหล่านั้นแห้งก็จะนำเอากลับที่เดิมก่อนที่จะนำไปใส่ในโลงศพและยัดทรายเข้าไปในโลงศพไปด้วยส่วนหนึ่งเพื่อดูดความชื่นศพที่อยู่ในโลงจะได้ไม่เน่าเปื่อยซึ่งตรงนี้มันได้เป็นหลักการในการทำมัมมี่ที่เขาได้มีการเฉลี่ยกันออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

แต่ในกรณีของการทำมัมมี่นั้นเซลล์ที่มันได้อยู่ในร่างกายที่มันไม่เน่าไม่เปื่อยก็จริงแต่มันไม่ได้รับการคงรักษาเอาไว้ให้มีสภาพที่ใกล้เคียงคำว่าสมบูรณ์มากที่สุดมันก็เลยมากไกลจากคำว่าจะคืนชีพมนุษย์จากมัมมี่ได้แต่ทว่ากระบวนการไครโอนิกส์เขาได้บอกว่าจะเอาร่างกายของมนุษย์ที่พึ่งจะเสียชีวิตไปได้เมื่อไม่นานเอาไปแช่แข็งด้วยไดรโตเจนเหลวแล้วก็รักษาให้คงอยู่สภาพแบบนั้นไว้เพื่อรอวิทยาการของมนุษย์ข้างน่าที่จะมาละลายร่างกายอวัยวะต่างๆแล้วก็ฟื้นฟูให้กลับมามีชีวิตได้อีกครั้ง

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนัน ไฮโล