สัตว์เทพจีน ตำนานศักดิ์สิทธิ์ตามความศรัทธาของคนจีน

ตามตำนานจีนนั้นจะมีสิ่งที่เกี่ยวข้องกับสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ สัตว์เทพมงคลอยู่เยอะแยะ และได้เข้าใจกันว่าเป็นเครื่องหมายของโชคลาภ ความสำราญ และก็อายุยืนยาว ผู้ใดที่มีการอ่านนิยายพลังภายใน และก็ยังรวมทั้งหนังสมัยใหม่ๆก็มักจะมีสิ่งเหล่านี้ปรากฏอยู่เยอะไปหมด เราก็เลยเก็บรวบรวมสัตว์ดีเลิศกลุ่มนี้มาให้ดูกัน มาดูกันว่ามีตัวอะไรที่คุ้นตาชินตากันบ้าง

  1. มังกร

กล่าวถึงสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ มังกร จะเป็นสิ่งที่จะต้องนึกขึ้นมาเป็นขั้นแรกเสมอ นับเป็นเลิศในสิ่งมีชีวิตที่สำคัญที่สุดสิ่งหนึ่งของประเทศจีน เพราะว่าเป็นเครื่องหมายของพลัง โชคลาภ และก็ความแข็งแกร่ง เรียกได้ว่าเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ประจำทิศตะวันออก มักปรากฏในรูปลักษณ์ของสัตว์ที่มีสี่ขา ลำตัวยาว หายใจเป็นเปลวไฟ เช้าใจกันว่ามังกรเป็นสิ่งมีชีวิตเพียงแค่ประเภทเดียวที่สามารถทำการขัดขวางการจู่โจมของสัตว์อื่นๆบนโลกได้

ในประเทศจีนเล่ากันว่ามังกรเป็นราชาของสิ่งมีชีวิตทั้งหมด เป็นเครื่องหมายของวงศ์สกุลหรืออำนาจ ยิ่งไปกว่านี้ยังถูกเห็นว่าเป็นเครื่องหมายที่ความดี ความเหมาะสม ความสงบสุข รวมทั้งความยั่งยืนของชาติบ้านเมือง ก็เลยเป็นเหตุผลว่าเพราะอะไรเราก็เลยมักจะพบเจอภาพมังกรประดับอยู่ทั่วๆไปตามตึกหรือบ้านใหม่ในประเทศจีน

  1. กิเลน

เป็นสัตว์กีบเท้าที่อยู่ในตำนานที่มีรูปร่างเสมือนกวาง มีหัวคล้ายกับม้าหรือสิงโต มีนิสัยอ่อนโยน แล้วก็มีนิสัยที่ขี้อาย แต่ว่าก็ว่องไวรวดเร็ว เต็มเปี่ยมด้วยกำลังวังชา เช้าใจกันว่า ถ้ากิเลนเผยตัวขึ้น หมายความว่ามักจะมีเรื่องที่เป็นเรื่องมงคลตามมา หรือจะมีแม้กระนั้นโชคดี ไม่มีเรื่องร้าย แล้วก็ยังเช้าใจกันว่าการตั้งกิเลนไว้จะช่วยกรองและก็กำจัดสิ่งอวมงคลต่างๆด้วย

  1. จิ้งจอกเก้าหาง

เป็นหนึ่งในสัตว์ตำนานที่มีชื่อเสียงมากไม่ว่าจะเป็นในจีน ประเทศเกาหลี รวมทั้งประเทศญี่ปุ่น ตามตำนานของจีน ว่ากันว่าเป็นเทพปีศาจที่มีพลังสำหรับการแปลงตัว และก็ลวงล่อให้คนหลงเสน่ห์ เป็น 1 ในปีศาจที่ให้ทั้งยังคุณแล้วก็โทษได้ มีชีวิตอมตะ รวมทั้งมีไหวพริบปฏิภาณสูง ยิ่งมีปริมาณหางมากมากแค่ไหน ก็ยิ่งฉลาด แล้วก็ทรงประสิทธิภาพมากขึ้นมากเลย

  1. หงส์แดง

สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ทางใต้ ที่มีรูปลักษณ์ประสมประสานจากนกหลายประเภท อย่างเช่น ห่านฟ้า นกกระจอก นกนางแอ่น ฯลฯ เป็นสัตว์สื่อถึงความสวยสดงดงาม แล้วก็คุณความดี 5 ประการ ดังเช่น คุณงามความดี เป็นธรรม จริยธรรม มนุษยธรรม รวมทั้งความจริง มักเผยตัวในยามมงคลแค่นั้น พร้อมด้วยปลวไฟที่ส่องสว่าง รวมทั้งเสียงขับร้องอันน่าคลั่งไคล้

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  ทดลองเล่นบาคาร่า se

การก่อรัฐประหารของเมียนมา

นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยเกษตรได้บอกว่าการทำรัฐประหารครั้งนี้สร้างความประหลาดใจ ให้กับหลายๆคน  การก่อรัฐประหารของเมียนมา เนื่องจากต่างคิดว่าทหารไม่มีเหตุผลที่แท้จริงของการรัฐประหารและรัฐธรรมนูญปี2557 เกิดขึ้นมาจากทหารเพื่อทหี่แบะเพื่อการรักษาอำนาจของทหารเอาไว้

ทหารยังมีโควต้าเหลือเอาไว้อยู่ 25% ในรัฐสภาของเมียนมาโดยอัตโนมัติโดยไม่ต้องผ่านการเลือกตั้งอีกทั้งยังมีรองประธานาธิบดีคนที่ 2 ที่เป็นของทางกองทัพโดยตรง โดยไม่ต้องผ่านการเลือกตั้งแต่อย่างใดและถุกแต่งตั้งเป็นประธานาธิบดีชั่วคราวหลังการยึดอำนาจ

ทว่าเหตุที่ว่าในที่สุดกองทัพทำรัฐประหารก็เพราะว่าเป็นสิ่งที่ทางกองทัพได้วางแผนมานานแล้วนั่นเอง แล้วทำตามธงที่รัฐธรรมมนูญเปิดช่องเอาไว้เพียงแต่ว่ารอเวลาที่เหมาะสมเท่านั้นเอง สิ่งที่ควบคุมไม่ได้ในรัฐธรรมนูญที่ออกแบบโดยทางกองทัพ

ผู้ช่วยศาสตร์ตราจารย์ลลิตาบอกว่าสิ่งที่กองทัพควบคุมไม่ได้ในทางทฤษฎีแทบจะไม่มีทว่าในทางปฏิบัติ เนื่องจากพรรคnldไม่ถูกกับทางกองทัพอยู่แล้วจึงทำให้มีการเยียบหางเสือหรือซ้อนลายกันหลายครั้งและการที่พรรคNLDไม่ปฏิบัติตามล่าสุดเมื่อหลายปีที่ผ่านมาเกี่ยวกับการเลือกตั้งทำให้ทางกองทัพอาจมองว่านี่เป็นการกระทำที่กระด้างกระเดื่องหรือไม่

ซึ่งก็สามารถตีความได้หลายประเด็นเลยทีเดียวอกีกรณีหนึ่งเริ่มรู้สึกกลัวอาจจะมีเหตุการณ์บางอย่างข้างในที่ประชาชนไม่รู้และอาจจะมีเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้ทางกองทัพที่เพิ่มความกลัวและความหวาดระแวงในตัวของอองซานซูจีและคนในพรรค

เมื่อหลายปีที่แล้ว พลเอก มิงอองหลาย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และ หัวหน้าคณะรัฐประหารครั้งนี้ได้ออกมาแถลงการอย่างเป็นทางการณ์ว่าไม่ว่าใจในการทำงานของ กกต. ทั้งที่ปกติแล้ว กองทัพเมียนมาจะไม่ออกมาให้ความคิดเห็นทางด้านการเมืองเลย ความเคลื่อนไหวครั้งนี้คิดว่าเป็นเรื่องใหญ่เพราะว่าทางกองทัพไม่เหลืออดจริงๆก็คงไม่ทำอย่างนี้

แต่อาจจะกดดันในรูปแบบอื่นแต่นี่คือการออกแถลงการที่เรียกเป็นภาษาชาวบ้านว่าอย่างจะพูดกับชาวบ้านว่ากองทัพNLDและกกต.พม่า ขัดแย้งกันและนี่เตือนแล้วนะ

เมื่อครบ1ปีเราจะทำตามสัญญาในช่วง1ปีระหว่างการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินผู้ช่วยศาสตร์ตราจารย์ลลิตาเห็นว่าจำดำเนินการออกแบบกลไกลในการเลือกตั้งขึ้นมาเพื่อที่จตะเตรียมความพร้อมไปสู่การเลือกตั้งแล้วจะทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้ทางพรรคNLDกลับมาเป็นรัฐบาลได้เพื่อให้คนของตัวเองขึ้นมาเป็นรัฐบาลอีกรอบนึง

ส่วนชะตากรรมของนางอองซานซูจีและคนของพรรคNLDเธอวิเคราะห์ว่าอาจจะถูกกักกันอยู่ภายในบ้านเช่นการกักบริเวณในช่วงปี2552ถึง2553หรืออย่างน้อยจะมีการเจรจากันก่อนปล่อยตัว

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  huaydee

Chupacraba เป็นสิ่งมีชีวิตที่หาคำตอบไม่ได้

Chupacraba เป็นสิ่งมีชีวิต สำหรับเหตุการณ์ตรงนี้ที่เราได้ไปหาข้อมูลมาเราขอบอกเลยว่ามันค่อนข้างที่จะน่ากลัวและน่าสนใจเป็นอย่างมากเลยซึ่งแน่นอนแล้วว่าหลังจากที่ได้เกิดเหตุการณ์ประหลาดๆเหล่านี้มากขึ้นเรื่อยๆคนก็เริ่มหวาดกลัวกันมาขึ้นแต่ว่าปรากฏการณ์แบบนี้เกิดขึ้นไม่มีใครหาหลักฐานได้ว่าเจ้าสิง่นี้มันคืออะไรกันแน่

ซึ่งมันอาจจะเป็นสิ่งที่ได้เกิดขึ้นมาจากฝีมือของมนุษย์หรือสิ่งที่ได้เกิดขึ้นมาจากฝีมือสัตว์หรือมันอาจจะเกิดขึ้นกับสิ่งลี้ลับที่เรานั้นไม่เคยได้พบเจอตรงนี้มันก็ยังไม่สามารถที่จะพิสูจน์อะไรได้เพราะหลักฐานในการค้นพบเจอค่อนข้างที่จะน้อยมากมีแต่เพียงคำพูดลักษณะที่เห็นสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นในตอนกลางคืนเท่านั้น

โดยทัศนียภาพในการมองเห็นในตอนนั้นในตอนกลางคืนมันค้อนข้างที่จะต่ำอยู่แล้วและการมองเห็นมันก็บ่งบอกไม่ได้ว่าเจ้าสิ่งที่ได้เห็นตรงนั้นมันเป็นอะไรกันแน่ได้แต่เพียงคาดเดากันไปว่ามันอาจจะเป็นChupacrabaมันอาจจะเป็นผีดูดเลือดหรือมันอาจจะเป็นมนุษย์ที่เกิดจากความวิปริตที่อยากจะกินเลือดสัตว์ดิบก็อาจจะเป็นไปได้เหมือนกัน

เพราะฉะนั้นแล้วมันก็เป็นข้อมูลที่เกี่ยวกับChupacrabaที่เราได้หามาได้และตรงนี้ด้วยความสงสัยส่วนตัวของเราเราค่อนข้างที่จะอยากรู้มากว่าข้อสรุปของเรื่องนี้นั้นมันคืออะไรกันแน่และเราก็เชื่อวึคนที่กำลังอ่านอยู่นี้ก็น่าจะอยากรู้เหมือนกัน

ดังนั้นเราเลยเข้าไปที่เว็บต่างประเทศแล้วก็ลองไล่อ่านทฤษฎีที่เขาได้ตั้งเอาไว้ที่มีความเกี่ยวข้องกับChupacrabaกันปรากฏว่าข้อมูลที่เราได้มามันก็จะมีอยุ๋หลายทฤษฎีด้วยกันโดยเราจะอธิบายเป็นแต่ละทฤษฎีไปว่าเขาคิดยังไงกันบ้าง

นอกจากนี้ทฤษฎีแรกที่เขาได้ตั้งกันเอาไว้นั่นก็คือ สิ่งมีชีวิตตัวนี้เป็นสัตว์ทั่วไปก็อย่างที่บอกไปในข้างต้นตอนแรกว่ามันเคยได้มีคนเจอChupacrabaที่เขากำลังดูดเลือกสัตว์เลี้ยงของเขาอยู่และเขาก็ได้ทำการยิงจนทำให้Chupacrabaตัวนั้นเสียชีวิตและเขาได้ฝังเอาไว้หลังบ้านหลังจากที่ได้มีการนำเอาตัวอย่างไปพิสูจน์นำผลเลือดไปพิสูจน์

ซึ่งมันก็ได้เป็นเพียงหมาป่าคาโยตี้ธรรมดาที่มีลักษณะขี้เรื้อนดังนั้นแล้วเป็นไปได้ว่าเจ้าChupacrabaที่เรากำลังพูดถึงตรงนี้มันก็อาจจะเป็นสัตว์ป่าทั่วไปที่มีลักษณธอาจจะเป็นโรคขี้เรื้อนจนทำให้ลักษณะทางพันธุกรรมในร่างกายผิดแปลกไปแล้วทำให้เรานิดมโนภาพกันไปว่ามันอาจจะเป็นสิ่งมีชีวิตลี้ลับก็เป็นได้

เนื่องจากนี้ในส่วนนี้มันก็ยังไม่มีความชัดเจนเพราะมันยังมีคนสงสัยและก็ได้ตั้งทฤษฎีขึ้นมาในอีกหลายๆทฤษฎีด้วยกันและสิ่งมีชีวิตตัวนี้มันอาจจะเกิดจากการกลายพันธุ์ก็เป็นได้

 

สนับสนุนโดย.    สูตรหวยยี่กี หวยดี

ตำนานโศกนาฏกรรมเรือเซวอล 

          ในปี ค.ศ 2014   ในวันที่ 16  เดือนเมษายน   โศกนาฏกรรมเรือเซวอล  ที่ประเทศเกาหลีใต้ได้มีโศกนาฏกรรม ครั้งยิ่งใหญ่เกิดขึ้น โดยมีผู้เสียชีวิตจากเหตุโศกนาฏกรรมในครั้งนี้มากกว่า 300 คนโดยคนส่วนใหญ่ที่เสียชีวิตนั้นเป็นเด็กนักเรียนและนักศึกษาซึ่ง เหตุการณ์ในครั้งนี้ สร้างความเศร้าโศรกเสียใจให้กับคนทั้งประเทศเป็นอย่างมาก 

           โดย โศกนาฏกรรมเรือเซวอล  ในครั้งนี้ คือเหตุการณ์โศกนาฏกรรมเรือเซวอลล่มในแม่น้ำซึ่ง rachan นั้นเป็นเรือที่ใช้สำหรับในการข้ามฟากเหตุการณ์ในครั้งนั้นเกิดขึ้นเมื่อเดือนเซลล์ออนได้มีการบรรทุกเด็กนักเรียนและผู้โดยสารคนอื่นๆที่จะเดินทางข้ามไปยังเกาะเชจูแต่ปรากฏว่าวันนั้นได้มีการแอบลักลอบบรรทุกสินค้ามาในเรือด้วยและสินค้าที่บรรทุกมานั้นก็มีน้ำหนักเกินจากที่เหลือจะสามารถรับน้ำหนักได้ถึง 2 เท่าเลยทีเดียว

            ดังนั้นจึงทำให้เรือนั้นเมื่อมาถึงบริเวณกลางแม่น้ำเรือจึงได้มีการเอียงและจะพลิกคว่ำ แต่ที่สร้างความเศร้าโศกเสียใจให้กับคนทั้งโลกนั่นก็คือ ในจังหวัดที่เรือกำลังจะออกจากนั้นบรรดาเด็กนักเรียนทั้งหลายที่อยู่ภายในเรือหรือผู้โดยสารที่อยู่ภายในเรือนั้นพวกเขาได้มีการถ่ายทอดสดรวมถึงส่งข้อความไปยังครอบครัวของพวกเขาเพื่อเป็นการอำลาและบอกว่าตนเองนั้นกำลังจะเสียชีวิตโดยข้อความนั้นมีการแชร์กันอย่างมากในโลกออนไลน์

              ซึ่งคนที่เห็นเหตุการณ์ในการถ่ายทอดสดระหว่างที่เรือเซวอลกำลังจะปานนั้นต่างก็พากันร้องไห้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมากซึ่งโศกนาฏกรรมในครั้งนี้เป็นเหตุการณ์ที่โด่งดังไปทั่วโลกเลยทีเดียวแน่นอนว่าสิ่งที่ทำให้คนเกาหลีใต้โดยเฉพาะครอบครัวของผู้ที่เสียชีวิตนั้นไม่พอใจกับเหตุการณ์ในครั้งนี้ก็เพราะว่ากัปตันเรือที่ดูแลรำนี้ไม่ได้มีการห่วงพลเมืองที่อยู่บนเรือเลยแต่กลับลงเรือเล็กแล้วหนีเอาตัวรอด

             ซึ่งเหตุการณ์เรืออับปางในครั้งนี้นั้นมีคนรอดชีวิตเพียงแค่ 170 สองคนเท่านั้นและคนที่เสียส่วนใหญ่นั้นกลับกลายเป็นเด็กนักเรียนซึ่งในวันดังกล่าวนั้นมีเด็กนักเรียนของโรงเรียนดันวอนต้องมีการนั่งเรือเซวอลเพื่อข้ามไปยังเกาะเชจูเนื่องจากว่าทางโรงเรียนได้มีการจัดทัศนศึกษาในวันดังกล่าวนั้นเอง

          เหตุการณ์ในครั้งนั้นถึงแม้ว่าจะผ่านมานานหลายปีแล้วแต่ประชาชนพลเมืองชาวเกาหลีใต้ต่างก็ยังเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เป็นอย่างมากพวกเขามองว่าประเทศเกาหลีใต้ควรจะต้องมีการดูแลรักษาความปลอดภัยของประชาชนของตนเองให้ดีกว่านี้ถ้าหากว่าไม่มีการทุจริตเกี่ยวกับเรื่องของการสร้างเรือเซวอล ที่มีการออกแบบผิดจากที่สถาปนิกได้มีการออกแบบเอาไว้

       ถ้าไม่มีการแอบขนสินค้าภายในเรือดังกล่าวแล้วใส่จนเกินน้ำหนักมากจนเกินไปก็คงไม่มีโศกนาฏกรรมที่ทำให้คนทั้งโลกเสียใจแบบนี้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน   และจากเหตุการณ์โศกนาฏกรรมในครั้งนี้นั่นเองทำให้ประเทศเกาหลีใต้ มีการกำหนดว่าทุกวันที่ 16 เมษายนของทุกปี เป็นวันปลอดภัยแห่งชาติ 

 

สนับสนุนโดย.  หวยออนไลน์ ไม่อั้นเลข

ตำนาน เทพเจ้ากรีกเซนต์วาเลนไทน์

         ในสมัยทศวรรษที่ 3 ซึ่งเป็นยุคของอาณาจักรโรมันเป็นยุคที่มีการถือกำเนิดของวันวาเลนไทน์เกิดขึ้นในยุคดังกล่าวนั้นมีการปกครอง เทพเจ้ากรีกเซนต์วาเลนไทน์ โดยจักรพรรดิคลอดิอุส ที่ 2   และสมัยดังกล่าวนั้นเองที่ จักรพรรดิคลอดิอุส ที่ 2  เป็นจักรพรรดิ ที่มีนิสัยโหดร้ายและชอบข่มเหงรังแกประชาชนโดยพระองค์มักจะบังคับให้กับประชาชนของพระองค์นั้น

นับถือพระเจ้าที่พระองค์นับถือด้วยซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 12 องค์ด้วยกันและหากใครก็ตามที่ต่อต้านหรือไปนับถือศาสนาอื่นหรือนับถือพระเจ้าองค์อื่นพระองค์ก็จะมีการทำร้ายและลงโทษประชาชนเหล่านั้นที่สำคัญในสมัยดังกล่าวนั้น จักรพรรดิคลอดิอุส ที่ 2 ยังมีการสั่งหัวประชาชนของตนเองไม่ให้เกี่ยวข้องกับพวกที่นับถือศาสนาคริสเตียนอีกด้วย

           อย่างไรก็ตามในยุคดังกล่าวนั้นได้มีนักบุญคนหนึ่งชื่อว่า venosus    ก็เป็นนักบุญที่นับถือเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาเป็นอย่างมาก และเมื่อ  จักรพรรดิคลอดิอุส ที่ 2 ส่งรู้เรื่องจึงได้สั่งให้ทหารนั้นมาจับเขาไปเข้าคุกและกักขังเอาไว้ระหว่างนั้นเองผู้คุมขังของเขาได้มีการมาร้องขอให้กับ Valentino ช่วยสอนหนังสือให้กับลูกสาวของเขาซึ่งในตอนนั้นลูกสาวของผู้คุมขังนั้นเป็นหญิงสาวที่ตาบอดมาตั้งแต่เกิดแต่ว่าเป็นผู้หญิงที่มีความงดงามเป็นอย่างมากเธอชื่อว่า julius   

         ระหว่างที่ Valentino และ julius สอนหนังสือกันนั้นทั้งคู่ก็เกิดตกหลุมรักกัน เทพเจ้ากรีกเซนต์วาเลนไทน์  อย่างไรก็ตามในท้ายที่สุดแล้ว จักรพรรดิคลอดิอุส ที่ 2 ก็ได้มีการสั่งประหารชีวิต  Valentino   แต่ก่อนวันที่เขาจะถูกประหารนั้นเขาได้จับมือกับสาวคนรักของเขาก็คือ julius และได้อธิษฐานต่อพระเจ้าเลยเขาต้องการให้จูเลียนั้นสายตากลับมาเป็นปกติหลังจากที่ทั้งคู่ร่วมมือกันอธิษฐานจากนั้นไม่นานจะค่อยๆลืมตาขึ้นและเธอก็สามารถมองเห็นได้ในที่สุดซึ่งนี่คือปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นจากการที่ทั้งคู่มีการนับถือในพระเจ้า 

           อย่างไรก็ตามแต่  ท้ายที่สุดแล้ว วาตินุส ก็ถูกประหารชีวิต โดยก่อนที่เขาจะถูกตัดหัวนั้นเขาได้แอบส่งจดหมายให้กับสาวคนละของเขาก็คือ terius ซึ่งข้อความในจดหมายนั้นมันได้ถึงความรักที่เขามีต่อเติมและลงท้ายด้วยคำว่า from your Valentine และจดหมายฉบับดังกล่าวนั้นถูกส่งเมื่อวันที่ 14 เดือนกุมภาพันธ์  ปี ค.ศ. 270

และในตอนนั้น จูเรียสได้มีการปลูกต้นอามันต์กับต้น อัลมอลต์สีชมถู  เอาไว้ที่ข้างหลุมศพของ วาตินุสด้วย  นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเรื่องราวความรักของ วาตินุสกับ julius ก็กลายเป็นอนุสรณ์แห่งความรักมาจนถึงปัจจุบันนี้   

 

สนับสนุนโดย.  u12

สงครามครูเสด เกิดขึ้นเมื่อปีค.ศ.1096-1099

สงครามครูเสด เป็นสงครามแย้งชิงดินแดนระหว่างศาสนิกชนศาสนาคริสต์และอิสลามโดยชาวคริสต์ต้องการชิงดินแดนศักดิ์สิทธิของพวกตนคือจากชาวมุสลิมที่ป้องครองดินแดนแห่งนั้นสงครามครูเสดเริ่มต้นในปี ค.ศ.1095-1291พระเยซุคริสต์ศาสดาของศาสนา คริสต์

ได้ถือกำเนิดที่ดินแดนปาเลสไตน์ด้วยเหตุนี้ชาว คริสต์ จึงมีความศรัทธาต่อปาเลสไตน์ในฐานะดินแดนที่ศักดิ์สิทธิในทีแรกดินแดนปาเลสไตน์อยู่ในความปกครองของพวกชาวยิวอาหรับที่นับถือศาสตร์อิสลามแต่แม้จะนับถือศาสนาต่างกันชาวมุสลิมกลุ่มนี้ไม่ได้รังเกียจการเดินทางจาริกแสวงบุญของชาวคริสต์ปี1076

สงครามครูเสด ซึ่งเหตุการณ์ก็ไม่ได้ราบลื่นดังเช่นที่เคยเป็นมาเมื่อพวกเติร์กมุสลิมอีกกลุ่มนึงได้เข้ามามีอำนาจเหนือดินแดนปาเลสไตน์แทนชาวมุสลิมกลุ่มเก่าชาวเติร์กปล้นฆ่ากับชาวคริสต์ที่เดินทางมาจาริกแสวงบุญอย่างโหดร้ายอีกทั้งยังได้ทำลายโบสถ์ของชาวคริสต์จนเกือบจะหมดสิ้น

การกระทำของพวกเติร์กสร้างความโกรธแค้นให้กับชาวคริสต์เป็นอย่างมากข่าวนี้ทำให้พระสันตะปาปาและจักรพรรดิแค่โรมันตะวันออกโดยมองเห็นว่าจักรวรรดิเสื่อมลงเป็นอย่างมากเพราะการรุกรานจากคนเถื่อนจากหลายเชื้อชาติแถมตอนนี้ยังเสียเอเชียไมเนอร์ให้กับชาวเติร์กอีกทรงอยากจะทำสงครามให้กู้จักรวรรดิให้คืนมา

โดยพระองค์ยังไม่มีความพร้อมในทุกๆกรณีก็ได้มีสารไปถึงพระสันตะปาปาองค์ที่สองแจ้งว่าชาวเติร์กได้ทำการรุกรานใหญ่และกำลังทำลายศาสนาคริสต์ในตะวันออกของให้ส่งกำลังไปช่วยปราบปรามด้วยพระสันตะปาปาองค์ที่สองต้องการรวบรวมศาสนจักรทางภาคตะวันตกและตะวันออกเข้าด้วยกันให้มีศูนย์กลางอยู่ที่โรม

นอกจกานี้พระอค์จึงได้นับประชุมบาทหลวงเจ้าชายและขุนนางประเทศฝรั่งเศสเมื่อปี ค.ศ.1095 แจ้งข่าวทางเหตุการร์ทางภาคตะวันออกและได้กล่าวชวนผู้คนที่เป็นประมุกเหล่านั้นให้เลิกทำสงครามกันเองแต่ขอให้พร้อมใจกันจับอาวุธไปทำสงครามกับพวกเติร์กที่ได้ดูถูกศาสนาคริสต์

สงครามครูเสดในครั้งแรกเกิดในปีค.ศ.1096-1099ชาวยุโรปที่ได้เข้าร่วมกับทัพครูเสดในครั้งนี้มีมากถึง250,000คนโดยปีเตอร์เป็นผู้นำทัพแม้จะมีผู้ร่วมจำนวนมากแต่ส่วนใหญ่กลับเป็นชาวบ้านโดยทั่วไปที่มีผู้หญิงเด็กและคนชราติดตามและเมื่อต้องมาประจันหน้ากับนักรบเติร์กที่ได้รับการฝึกฝนมาเพื่อการศึกโดยเฉพาะ

กองทัพครูเสดชาวบ้านจึงต้องพบกับความพ่ายแพ้หลังจากกองทัพครูเสดชาวนาได้รับความพ่ายแพ้กลับมาก็เกิดการรวบรวมกำลังพลครูเสดขึ้นมาใหม่ได้ราวประมาณ6แสนคนในปี ค.ศ.1096ผู้เข้าร่วมสงครามอัศวินและทหารที่อยู่ภายใต้การควบคุมบัญชาของขุนนางบุคคลสำคัญและเจ้าผู้ครองนครต่างๆในยุโรปที่ส่งกำลังของตนมาร่วมรบ

 

สนับสนุนโดย.    heng868

ตำนานสังหารหมู่คนจีนที่ นานกิง

  สำหรับตำนานนี้เป็นตำนานที่เกิดขึ้นจริงและเป็นความโหดร้ายที่เกิดขึ้นในประเทศจีนจะมีการบันทึกเอาไว้ในประวัติศาสตร์ของโลกถึงความโหดเหี่ยมที่เกิดขึ้น  เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งช่วงนั้นเป็นช่วงที่ญี่ปุ่นบุกเข้าไปในประเทศจีน

สำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้ที่มีการบันทึกเอาไว้นั่นก็คือเป็นเหตุการณ์ที่ทหารญี่ปุ่นได้มีการฆ่าคนจีนโดยเป็นการฆ่าข่มขืนหญิงสาวชาวจีนทุกเพศทุกวัยไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือคนแก่  โดยเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นที่เมืองนานกิง

         ซึ่งในสมัยนั้น เมืองนานกิงถือว่าเป็นเมืองหลวงของประเทศจีนและในเหตุการณ์โศกนาฏกรรมในครั้งนั้นทำให้มีผู้เสียชีวิตรวมทั้งสิ้นเกือบสามแสน คนด้วยกัน  โดยเหตุการณ์ในครั้งนั้นเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2480 และก่อนที่ทหารญี่ปุ่นจะบุกไปถึงเมืองหนานจิงนั้นได้มีการผ่านเมืองซูโจวก่อนซึ่งทหารญี่ปุ่นเองก็ได้มีการฆ่าคนจีนไปเป็นจำนวนมากเช่นเดียวกัน

โดยเหตุการณ์ในครั้งนั้นเหลือชาวเมืองซูโจวแค่เพียง 500 คนเท่านั้นเองซึ่งในตอนนั้นชาวเมืองซูโจวมีด้วยกันทั้งสิ้นเกือบ 300 เลยทีเดียว แต่กลับถูกทหารญี่ปุ่นฆ่าทิ้งทั้งหมดหลังจากนั้นทหารญี่ปุ่นก็บุกเข้าเมืองนานกิงและใช้เวลาเพียงแค่ 4 วันเท่านั้นก็สามารถยึดเมืองนานกิงด้แล้ว 

       สำหรับเหตุการณ์ที่สร้างความสะเทือนใจให้กับคนที่รู้เหตุการณ์ซึ่งก็คือกรณีขั้นตอนการสังหารคนในเมืองนานกิง เพราะโหดร้ายมากไม่ว่าจะเป็นการที่ทหารญี่ปุ่นนำชาวเมืองหนานกิ่งมาตัดเป็นท่อนๆแล้วโยนให้สุนัขกินหรือแม้แต่การที่นำชาวบ้านมามัดผูกติดกับไม้กระดานจำนวนหลายคนติดต่อกันหลังจากนั้นก็ใช้รถถังบดขยี้ร่างคนที่ผูกมัดไว้กับไม้กระดานจนเสียชีวิต 

      ยังมีเหตุการณ์เลวร้ายอีกมากมายเช่นบางคนถูกทหารญี่ปุ่นตัดแขนซ้ายข้างหนึ่งแล้วนำไปต่อแขนซ้ายให้กับอีกคนหนึ่งหรือแม้แต่การที่ทหารญี่ปุ่นตัดคอเสร็จแล้วได้มีการควักไส้ของคนตายออกมา หรือแม้แต่บางคนถูกตัดหัวแล้วไปต่อให้กับอีกคนหนึ่งซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้สร้างความโกรธแค้นให้กับชาวจีนเป็นอย่างมากนอกเหนือจากนี้สิ่งที่สร้างความโกรธแค้นให้กับชาวจีนมากที่สุดนั่น

ก็คือผู้หญิงชาวจีนถูกข่มขืนจากทหารญี่ปุ่นโดยเพียงแค่ประมาณ 4 สัปดาห์เท่านั้นมีคนถูกข่มขืนมากกว่า 2 หมื่นคน  และเมื่อทหารญี่ปุ่นข่มขืนเสร็จเรียบร้อยแล้วทหารญี่ปุ่นก็จะฆ่าหญิงสาวคนดังกล่าวทิ้ง 

       ซึ่งเหตุการณ์สังหารโหดแบบนี้ได้มีการถูกบันทึกเอาไว้โดยบาทหลวง ซึ่งกลายมาเป็นตำนานที่คนจีนไม่เคยลืมเลือนเหตุการณ์ในครั้งนี้เลยมาจนถึงปัจจุบัน

 

สนับสนุนโดย .    แทงหวยฮานอย

ตำนานเขานมนาง ในจังหวัดสุพรรณบุรี 

      หากพูดถึงตำนานที่เล่าขานกันเกือบทุกจังหวัดก็จะมีตำนานเป็นของตนเองซึ่งจะเป็นเรื่องเล่าบอกถึงที่มาของสถานที่นั้นๆ ซึ่งในแต่ละจังหวัดนั้นก็จะมีทั้งสถานที่ท่องเที่ยวและหมู่บ้านต่างๆสิ่งเหล่านี้ทุกที่มีที่มาที่ไปของตำนานทั้งหมดในตำนานที่เราจะพูดถึงจังเลยวันนี้เป็นตำนานสถานที่แห่งหนึ่งในจังหวัดสุพรรณบุรีซึ่งสถานที่แห่งนี้มีชื่อว่าเขานมนางเป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่งของจังหวัดสุพรรณบุรีเลยที่เดียว

สำหรับตำนานเขานมนางนั้นมีการเล่าถึงเรื่องราวนี้ว่าในสมัยก่อนนั้นมีหญิงสาวคนหนึ่งเธอมีรูปร่างสวยงามและหน้าตาสวยแน่ใจว่าในหมู่บ้านนั้นมีเธอเป็นหญิงงามที่สุดในหมู่บ้านเลยก็ว่าได้ชายทุกคนที่ได้เคยเห็นหน้าของหญิงสาวคนดังกล่าวต่างก็ตกหลุมรักพากันมาเกี้ยวพาราสีเธอกันอยู่เป็นประจำจนทำให้เกิดเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกันไม่เว้นแต่ละวัน

ซึ่งหญิงสาวคนดังกล่าวนั้นมีชื่อว่านางพิมสุราลัยและเนื่องจากสาเหตุที่มักจะมีคนมาทะเลาะเบาะแว้งและต่อสู้กันอยู่ที่บ้านของเธอทำให้นางพิมพิลาไลยเกิดรู้สึกรำคาญและเบื่อหน่ายกับชีวิตที่เป็นอยู่เธอจึงได้ตัดสินใจเดินทางออกจากบ้านเพื่อเข้าไปอาศัยอยู่ในป่าแต่เพียงลำพังเพื่อตัดปัญหาไม่ต้องมีใครมากวนใจซึ่งเธอใช้ชีวิตอยู่ในป่าด้วยการปลูกผักและทอผ้าอย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าจะหนีเข้าไปอยู่ในป่าแล้วแต่เธอก็ยังเป็นที่หมายปองของชายหนุ่มเมื่อได้มีนายพรานหนุ่มคนหนึ่งบังเอิญเดินทางมาล่าสัตว์ในป่าแล้วพบกับนางพิมพ์สุราลัยเข้าเกิดตกหลุมรักนาง

และพรานหนุ่มคนนี้มีคาถาอาคมสามารถแปลงกายได้เขาจึงได้แปลงกายเป็นงูแล้วเลื้อยไปแอบซ่อนตัวอยู่ในกระท่อมของนางพิมสุราลัย เมื่อนางพิมสุราลัยทำงานเสร็จในช่วงเย็นและกลับเข้ามาพักภายในกระท่อมของตนเองในพานที่แปลงร่างเป็นงูก็เลื้อยมารับร่างของนางพิมสุราลัยซึ่งนางพิมสุราลัยนั้นเกิดตกใจกลัวจึงได้คว้ามีดที่อยู่ใกล้กับมือมาทำการแทงไปที่งูตัวดังกล่าวจนทำให้งูตัวนั้นตายและเมื่องูตัวนั้นตายร่างของงูก็กลับกลายมาเป็นคนทำให้นางพิมพิลาไลยหรือว่างูตัวดังกล่าวนั้นเป็นคนที่แอบแปลงร่างมา

  เมื่อนางเห็นว่าตนเองนั้นได้ฆ่าคนตายนางรู้สึกตกใจ มากและนางรู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นโดยนางโทษว่าเพราะความสวยของนางที่ทำให้นางต้องมาพบกับชะตากรรมเช่นนี้ในที่สุดนางก็ตัดสินใจเอามีดตัดเต้านมทั้งสองข้างของนางแล้วโยนทิ้งไปซึ่งตรงจุดที่เต้านมทั้งสองข้างไปหล่นนั้นเกิดเป็นภูเขาขึ้นมาจำนวน 2 รูปนั่นเอง

โดยภูเขาดังกล่าว ต่อมาชาวบ้านเรียกกันว่าภูเขานมนาง นั่นเองซึ่งและนี่คือที่มาของตำนานของเขานมนางที่เรารู้จักกันดีในปัจจุบันอย่างไรก็ตามหลังจากที่นางได้มีการตัดนมของตนเองแล้วโยนทิ้งนางก็ได้หนีเข้าป่าไปอีกและนางได้ไปอาศัยวัดแห่งหนึ่งเป็นที่ปฏิบัติธรรมซึ่งหลังจากนั้นนางก็บวชแล้วไม่ศึกอีกเลย

 

สนับสนุนโดย    แทงบอลออนไลน์

ลัทธิทังก้า

สำหรับศิลปะชนิดนี้จะสามารถนำเอาไปใช้ในลักษณะที่แตกต่างมากมายเลยโดยทั่วไปแล้วเขาจะนำยมแขวนไว้ตามสถานที่จัดพิธีกรรมทางกลุ่มศาสนาต่างๆเหมือนกับที่บ้านเราเวลาจะประกอบพิธีอะไรก็จะมีองค์พระพุทธรูปมาเป็นองค์พระประธานเพื่อที่จะให้ผู้ที่ศรัทธาทั้งหลายได้กราบไหว้บูชาแล้วก็เสริมความเป็นสิริมงคล

นอกจากนี้ก็ยังเป็นเครื่องมือในการเรียนการสอนการทำสมาธิรวมไปถึงการสวดมนต์ในการทำพิธีกรรมต่างๆแล้วมันก็เหมือนบ้านเราอีกศาสนามันก็ต้องมีการทะเลไปบ้างต่อมาก็มีคนนำเอาภาพทังก้านี้ออกมาเอาไปทำเป็นเครื่องรางของขังเสริมอะไรต่างๆกันภูตผีวิญญาณร้ายป้องกันไม่ใช้เอาวิชามาย่างกายแล้วก็จะมียังทังก้าจำนวนหนึ่งที่ไม่ได้มีเนื้อหาเกี่ยวกับศาสนาเลย

ซึ่งพวกนี้ก็จะเขียนเป็นข้อมูลของอาณาจักรต่างๆในยุคนั้นเป็นเรื่องราวของประวัติศาสตร์วัฒนธรรมการเมืองสังคมวิทยาวิทยาศาสตร์เรียกได้ว่าเป็นวิกิพีเดียยุคโบราณของชาวธิเบตเลย

เนื่องจากนี้ในภูฏานรัฐบาลก็ยังให้กำหนดให้ใช้ผ้าทังก้าเป็นเครื่องพวกบรรณานาการแด่แขกบ้านแขกเมืองทั้งหลายที่มาจากประเทศที่นับถือศาสนาพุทธด้วยกันอีก

โดยเราจะเห็นได้ว่างานศิลปะชนิดนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในดินแดนแทบหลังคาโลกดินแดนที่ฉาบไปด้วยภาพลักษ์ของเขามาเป็นศาสนาที่แสวงหาที่สันติและในความสวยเหล่านี้มันไม่ได้ถูกนำเอาไปวาดบนผืนผ้าเท่านั้นแต่มันยังถูกนำเอาไปวาดบนผิวหนังของคนอีกด้วย

ซึ่งหากมันเป็นแค่รอยสักมันก็โอเคอยู่แต่เขาเขียนเสร็จเขาเอาหนังมันออกมาด้วยเลยทังก้าหนังมนุษย์ได้บ่งบอกเรื่องราวอีกด้านหนึ่งของชาวทิเบตเป็นเรื่องราวที่สะท้อนถึงสังคมเกษตรกรสังคมทาสที่จะต้องพบกับความโหดร้ายในสมัยก่อนพวกเขาเหล่านี้เป็นเพียงแค่ทาสของนายเจ้าเท่านั้นที่จะสามารถจิกหัวไปทำอะไรก็ได้

โดยทาสเหล่านี้ก็จะถูกเลือกตัวนำเอามาวาดรูปและสักลายต่างๆลงไปแล้วเมื่อถึงเวลาเชือดเขาก็จะถูกถลกหนังออกมาอย่างทารุณ

เมื่อรู้เหล่านี้ช่วงแรกๆหลายคงจะคิดว่าเรื่องราวเหล่านี้จะเป็นจริงได้ยังไงถ้ามันเป็นเรื่องของยุคกลางของยุโรปที่มีการถลกหนังนักบุญจับมาย่างเพื่อความเชื่อทางศาสนามันก็คือความเชื่ออีกเรื่องหนึ่งแต่นี่มันคือดินแดนศาสนาพุทธที่คนส่วนใหญ่มองว่าเป็นศาสนาที่สงบมันจะเป็นไปได้หรือว่าที่จะถลกหนังออกมาแต่ถ้าเป็นไปแล้วมันจะมีวิธียังไงกันต่อไปล่ะสงสัยกันใช่ไหมและทันทีที่เราได้คิดแบบนี้ต่อมเผือกของเรามันก็เลยทำงานจึงทำให้เราต้องไปหาข้อมูลมาเพิ่มอย่างเร่งด่วน

 

สนับสนุนโดย  หวยออนไลน์บาทละ 1000

ตำนานพระแก้วมรกต

ใครที่เคยได้ยินคำสาปของพระแก้งมรกตหรือไม่ใครจะไปคิดว่าพระคู่บ้านคูเมืองแบบนี้จะมีเรื่องราวแบบนี้แอบอยู่และมันก็น่าขนลุกแล้วตั้งแต่คำสาปให้น้ำท่วมกรุงหรือว่าเหตุการณ์วุ่นวายทางการเมืองอยู่

ซึ่งเคยสงสัยกันหรือไม่ว่าทำไมถึงมีน้อยคนนักที่ได้รู้เรื่องนี้แล้วสรุปแล้วพระแก้วมรกตเป็นของลาวหรือของไทยกันแน่แต่ทำไมลาวถึงได้บอกว่าไทยไปเอาของเขามาแต่เราได้บอกว่ามันเป็นของเราอยู่แล้วเรื่องราวทั้งหมดเราจะเอามาเล่าให้ฟัง

สิ่งแรกเลยที่เราอยากจะขอทำความเข้าใจกับเพื่อนๆกันก่อนกับพระแก้วมรกตไม่ได้ทำมาจากมรกตคือจริงๆแล้วพระแก้วมรกตทั้งหมดได้ทำขึ้นมาจากหยกเป็นหยกอ่อนที่จะมีสีเขียวเข้มเหมือนกับสีเขียวมรกตเลยและทำไมถึงได้เรียกกันว่ามรกต

โดยเขาได้มีการสันนิษฐานว่ามันจะมีตำนานของพระแก้วในตำนานหนึ่งที่ได้กล่าวว่าองค์พระได้สร้างมาจากหินมรกตมันเป็นหินที่หายยากอะไรก็พูดกันไปอีกเหตุผลหนึ่งง่ายๆเลยก็อาจจะเป็นสีของพระแก้วเองนี่แหละที่ได้ทำมาจากหยกที่มีสีเข้มเหมือนมรกตคนก็เลยเรียกตามเสียงง่ายดีดังนั้นมันจะมีความเป็นไปได้หรือไม่ว่าถ้าจะเรียกให้ถูกจะต้องเรียกว่าพระแก้วหยก 

นอกจากนี้เรามาฟังถือเรื่องกำเนินของพระแก้วกันเลยดีกว่าก่อนที่ท่านจะไปอุทัยท่านได้พบเจออะไรมาบ้างโดยพระแก้วมรกตนี่จัดได้ว่าเป็นพระที่ท่องโลกมาเยอะอยู่เหมือนกัน

ว่ากันว่าพระแก้วมรกตได้ถูกสร้างขึ้นครั้งแรกที่อินเดียตั้งแต่43ปีก่อนคริสตกาลคือมีอายุเก่าแก่มากกว่าพระเยซูและในตำนานในการสร้างพระแก้วนั้นก็จะเป็นตำนานที่อลังการมากๆจะมีเรื่องราวของเทพที่ลงมาช่วยสร้างคือมันก็เป็นเรื่องปกติของพวกสิ่งของที่สวยงามในอดีตที่มักจะบอกว่างามขนาดนี้มนุษย์ไม่สามารถสร้างได้ก็เลยต้องเอาผีต่างๆนาๆเข้ามาและก็บอกว่าเทพมาสร้างบ้างมาทำสัญญากับซาตานบ้าง

ซึ่งมันก็เป็นหลักสูตรที่คลาสสิคที่จะเห็นได้ในหลายๆที่แต่เราจะไม่ขอพูดตรงนี้เยอะเกินไปแล้วกันเรามาดูในเนื้อเรื่องกันดีกว่า

กล่าวถึงพระสงฆ์รูปหนึ่งในอินเดียที่ท่านได้มีความเลื่อมใสในศาสนาพุทธเป็นอย่างมากก็ได้ชื่อว่าพระนาคกะเสริมเถระด้วยความที่ว่าท่านมีความเลื่อมใสในศาสนาพุทธนี่เองก็เลยคิดที่อยากจะสร้างพระพุทธรูปองค์หนึ่งขึ้นมาเพื่อเป็นตัวแทนให้คนเหล่านี้ได้มีความระลึกถึงพระพุทธศาสนา

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  หวยออนไลน์บาทละ 950