การปฏิรูปล้มสลายของสหภาพโซเวียต

สงครามเย็นCOLD WARได้เป็นความเห็นต่างจากสองแนวคิดโดยฝ่ายโลกเสรี นำโดยAMERICAกับฝ่ายโลกคอมมิวนิสต์ที่ได้มีSOVIETเป็นผู้นำ สงครามเย็นได้มีการทำสงครามกับระหว่างชาติมหาอำนาจทั้ง2แต่ใช้ในรูปแบบของสงครามตัวแทนPROXY WARเช่นสงครามเกาหลีและสงครามเวียดนามหลังสงครามโลกครั้งที่2ได้ขยายลัทธิคอมมิวนิสต์เข้ามาทางยุโปรทางตะวันออกหลายประเทศได้ตกเป็นบริวาลNIKITAKHRUSHCHEVเป็นเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ของสหภาพโซเวียต

ส่งผลให้HARRY s. TRUMANประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาได้ประกาศ “วาทะทรูแมน”เมื่อวันที่12มีนาคม ค.ศ.1947 โดยได้กล่าวว่าจะให้ความช่วยเหลือและคุ้มครองแก่ประเทศเอกราชที่กำลังจะถูกลัทธิคอมมิวนิสต์เข้ายึดครองวาทะนี้ถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามเย็นสหภาพโซเวียตเป็นประเทศแรกของโลกที่ปกครองด้วยระบอมของสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ตามแนวคิดของKARL MARXมาตั้งแต่  ค.ศ. 1917

จากนั้นได้ล่มสลายลงเมื่อวันที่25ธันวาคม ค.ศ.1991ในสมัยของประธานาธิบดีmikhail gorbachev จากนั้นmikhail gorbachevก็พยายามที่จะปฏิรูปสหภาพโซเวียตตามนโบายglasnostคือการเปิดกว้างรับการติดต่อจากโลกภายนอกหลังปิดประเทศอยู่หลังม่านเหล็กมานานและPerestroikaคือการปรับและเปลี่ยนจากสังคมนิยมมาเป็นเสรีนิยมใหม่Neoliberalismพร้อมกันนี้ mikhail gorbachevยังได้ยุติการแข่งขันทางด้านอาวุธกับสหรัฐ ซึ่งนโยบายของ mikhail gorbachevนี่เอง

ถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นการสิ้นสุดของสงครามเย็นและการล่มสลายของสหภาพโซเวียตเขาได้มีความคิดที่เป็นมีหัวก้าวหน้าโดยได้เห็นว่าระบอม คอมมิวนิสต์ควบคุมระบบงานจนไม่มีประสิทธิภาพขายนวัตกรรมใหม่ๆที่จะไปแข่งขันในตลาดโลกได้เศรษฐกิจในประเทศไม่ขยายตัวจนเกิดวิกฤตเพราะเอางบประมาณไปช่วยเหลือพันธมิตรในทวีปเอเชียแอฟริกาและอเมริกากลางการแข่งขันกับสหรัฐอเมริกาโดยพัฒนาอาวุธยุธศาสตร์ทางอวกาศเพื่อแข่งขันกับโครงการสตาวอของสหรัฐอเมริกาจนเกิดปัญหาขาดดุลงบประมาณและประการสุดท้ายผลการปฏิรูปของสหภาพโซเวียต

ได้เป้นการเปิดโอกาสให้กับประเทศให้มีบริวาลอย่างเยรมนีทางตะวันออกHungaryโปรแลนด์และเชโกสโลวาเกียเริ่มปฏิรูปประเทศให้เป็นประชาธิปไตและเคลื่อนไหวออกตัวจากสหภาพโซเวียต วึ่งทางสหภาพโซเวียตก็ไม่ได้ดำเนิดการนโยบายแทรกแซงแต่อย่างใดเหตุการณ์ที่ได้เกิดขึ้นทางยุโรปตะวันออกได้ส่งผลให้รัฐต่างๆในสหภาพโซเวียตเคลื่อนไหว

เพื่อแยกตัวเป็นเอกราช ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากBoris Yeltsinคู่แข่งทางการเมืองคนสำคัญของนาย mikhail gorbachevถึงแม้ว่า mikhail gorbachevจะพยายามที่จะหาทางออกในการเคลื่อนไหวในคราวนี้ด้วยการจดทำหนังสือสันธิสัญญาใหม่โดยจะเป็นการเพิ่มอำนาจในการปกครองตนเองให้แก่รัฐต่างๆในสหภาพโซเวียตเพื่อชักจูงไม่ให้รัฐเหล่านั้นแยกตัวมาเป็นเอกราชอย่างไรก็ตามสนธิสัญญาใหม่ฉบับนี้

ไม่ได้รับการตอบรับจากรัฐต่างๆอีกทั้งคะแนนนิยมของนายmikhail gorbachevก็ได้ลดลงเป็นอย่างมากจากความล้มเหลวในการปฏิรูปเศรษฐกิจของสหภาพโซเวียต

 

สนับสนุนโดย  entaplay แทงบอลออนไลน์

พบวัตถุปริศนาที่มีนามว่าJ002E3

ภารกิจวันที่348บนดาวอังคาร

ในวันที่17มีนาคมปี2017ยานสำรวจดาวอังคารออพพอร์ทูนิตีที่ได้ทำการอัพโหลดภาพจากพื้นที่ราบเมอริดีอานี ของดาวอังคารภาพนี้ปรากฎถึงวัตถุบางอย่างที่ดูเหมือนกับเหล็กที่ส่องแสง โดยมีคนที่เชื่อในเรื่องยูเอฟโอบนโลกออนไลน์ได้ตั้งข้อสังเกตว่า “วัตถุปริศนาที่อยู่ในภาพนั้นเหมือนกับมีแสงส่องออกมาจาก ซึ่งมันก็ได้ทำให้ดูเหมือนกับว่ามันได้เป็นยานอวกาศจริงๆ

โดยขนาดของวัตถุนั้นก็ได้คาดการณ์ว่ามันน่าจะมีขนาดเล็ก เมื่อได้นำเอามาเทียบจากมาตราส่วนของภาพซึ่งรูปภาพดังกล่าวนั้นก็ได้ถูกบัยทึกเอาไว้ได้จากการปฏิบัติภารกิจในวันที่348บนดาวอังคาร ซึ่งมันก็ได้ตรงกับเดือนมกราคม ปี2005บนโลก โดยที่ยังไม่ได้มีคำอธิบายว่าเหตตุใดภาพจึงเพิ่งปรากฎออกมาซึ่งมันก็ได้มีแค่เพียงที่นักวิทยาศาสตร์ของภารกิจก็ได้ออกมายืนยันว่าสิ่งนั้น “เป็นสิ่งประดิษฐ์บางอย่าง”แต่พวกเขาก็ไม่สามารถที่จะรู้สาเหตุที่มาของพวกมันได้

J002E3

ในวันที่3เดือนกันยายน ในปี2002 ซึ่งนักดาราศาสตร์มือสมัครเล่นนามว่า บิลล์ ยัง เขาก็ได้พบเห็นวัตถุประหลาดซึ่งมันได้อยู่ในวงโคจรของโลกโดยพวกเขาก็ได้ตั้งชื่อให้กับมันว่าJ002E3และไม่กี่อาทิตย์หลังจากนั้นมันก็ได้ถูกพบอีกครั้ง ซึ่งก็คือภาพนี้ที่ถูกถ่ายไว้ได้ที่หอดูดาวสเกียปาเรลลี่ของอิตาลีประมาณกาไว้ว่าความยาวของมันมีขนาดประมาณ18เมตร

โดยแท่งปริศนานั้นจะหมุนรอบตัวหนึ่งครั้งต่อนาทีจึงทำให้เกิดแสงสว่างที่แตกต่างกันเจ้าหน้าที่จากโครงการสำรวจวัตถุใกล้โลกของนาซากล่าวว่า จากการสแกนหาวัตถุที่เข้ามาใกล้โลกวัตถุปริศนานั้นไม่ได้ปรากฏในลักษณะของดาวเคราะห์น้อยและได้ชี้ว่า”มันอาจจะเข้ามาสู่วงโคจรของโลก เมื่อไม่นานมานี้อีกทั้งยังมีเรื่องที่หน้าแปลกเพราะว่ามันมีลักษณะที่ไม่เหมือนกับยานอวกาศใดๆที่เพิ่งได้มีการปล่อยออกไปมีการคาดเดาว่าจะเป็นยานของเอเลียน

แต่ด้วยการโคจรของมันที่ดูไม่สเถียรเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เนื่องจากแรงโน้มถ่วงของดวงอาทิตย์และดวงจันทร์นั่นหมายถึงมันน่าจะเจอวัตถุบางอย่างที่ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยตัวของมันเองในช่วงแรกทางด้านนักวิทยาศาสตร์ได้เชื่อว่าวัตถุJ002E3ได้เป็นดาวเคราะห์น้อยขนาดเล็กแต่จากการวิเคราะห์สเปกตรัมของแสงอาทิตย์ที่ได้สะท้อนกับวัตถุนี้

ก็ได้พบว่าสีที่ได้ปรากฎตรงกับสีของของไทเทเนียมไดออกไซด์ที่ทางด้านนาซาเคยใช้ในโครงการอพอลโล เมื่อหลายทศวรรษที่แล้วจากการติดตามวงโคจรของมันแบบย้อนหลังนักวิทยาศาสตร์ก็ได้คำนวณออกมาได้ว่ามันได้ออกจากวงโคจรของโลกไป เมื่อในปี1971และมันได้ไปโคจรอยู่รอบดวงอาทิตย์ประมาณ30รอบก่อนที่มันจะโคจรกลับมายังโลกนั่นก็หมายความว่าสิ่งที่ได้ถูกใช้ในโครงการอพอลโล12นั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  ทางเข้าsagame

สตอรี มัสเกรฟ ได้เป็นคนเดียวที่โดยสารบนกระสวยอวกาศทั้งห้าลำของนาซา

ลีแลนด์ เมลวิน

ลีแลนด์ เมลวิน นักบินอวกาศปลดเกษียณได้เป็นบุคคลที่ได้ใช้เวลาอยู่บนอวกาศมาแล้วกว่า565ชั่วโมง ซึ่งมันก็ได้มีอยู่สองภารกิจที่เขาได้เคยปฏิบัติหน้าที่โดยเขาได้ถูกส่งขึ้นไปด้วยกระสวยอวกาศแอตแลนทิส และหนึ่งในภารกิจที่ เมวิน ได้รับหน้าที่นั้นเขาก็ได้เล่าว่าเขาได้พบบางอย่างสิ่งผิดปกติที่ได้ผ่านทางหน้าต่างของกระสวยอวกาศ “ซึ่งสิ่งนั้นมันได้มีลักษณะที่โปร่งแสง โค้งมนและมันได้ดูคล้ายเหมือนกับสิ่งที่มันได้มีชีวิต”

  ที่มันได้ล่องลอยมาจากบริเวณที่เก็บสัมภาระของยาน ออกไปสู่อวกาศเขาก็ได้รายงานกับสิ่งที่เขาได้พบกลับไปทางนาซาแต่ทางศูนย์เขากลับบอกว่า “มันได้เป็นเพียงแค่ก้อนน้ำแข็งธรรมดาเท่านั้น” ซึ่งได้คาดว่ามันน่าจะเกิดขึ้นอยู่บริเวณรอบๆของกระสวยอวกาศ เมื่อมันได้แตกตัวออกจึงทำให้มันมีลักษณะเป็นทรงโค้งมน โดยสื่อออนไลน์เขาก็ได้ถาม เมวิน ว่า “มันจะเป็นไปได้ไหมว่านาซาอาจจะปกปิดอะไรบางอย่าง” ซึ่งเขาได้ตอบว่า “คงไม่หรอก แต่ก็ไม่แน่ใจใครจะไปรู้” 

สตอรี มัสเกรฟ

นักบินที่ได้ปลดเกษียณของนาซา มีนามว่าสตอรี มัสเกรฟได้เป็นบุคคลที่ได้ใช้เวลาอยู่บนอวกาศนานกว่า1,200ชั่วโมงและยังได้เป็นนักบินอวกาศเพียงหนึ่งเดียวที่ได้เคยโดยสารบนกระสวยอวกาศทั้งห้าลำของนาซา โดยตั้งแต่ที่เขานั้นได้ปลดเกษียณเขาก็ได้ออกมาเปิดเผยถึงประสบการณ์ที่ได้อยู่บนอวกาศของเขาและยังได้กล่าวในบางสิ่งที่เขาได้พบเจอ

ซึ่งเขาก็ยังหาคำอธิบายไม่ได้ จากการที่ได้สัมภาษณ์ที่ได้ผ่านทางทีวีมัสเกรฟเขาก็ได้เผยภาพฟุตเทจของภารกิจ เอสทีเอส-80ที่เกิดขึ้นในปี1996 ซึ่งเขาได้เข้าร่วมเป็นหนึ่งในสมาชิกของทีม มัสเกรฟเขาได้เห็นวัตถุบางอย่างปรากฎอยู้เหนือเส้นขอบฟ้าของโลกโดยเขาก็ไม่มั่นใจว่าสิ่งนั้นมันคืออะไรและเมื่อได้มีการตั้งคำถามว่ามันเป็นไปได้มั้ยที่สิ่งนั้นมันอาจจะเป็นสิ่งมีชีวิตทรงปัญญาจากนอกโลก

ที่อยู่ในกาแล็กซี่ของเรามัสเกรฟกล่าวว่า “สิ่งมีชีวิตจากนอกโลก มีอารยธรรมที่พัฒนาไปไกลมากและมีอยู่มานานกว่าร้อยล้านปีแล้ว ซึ่งเราไม่สามารถที่จะเข้าใจถึงความก้าวหน้าหรือสิ่งที่พวกเขากำลังทำอยู่ได้” อีกทั้งเขายังบอกอีกว่า ถ้ามีสิ่งมีชีวิตนั้นเข้ามาในโลกโดยมีข้อเสนอที่จะพามนุษย์โลกไปกับพวกเขาเขาจะยอมไปด้วยโดยไม่มีเงื่อนไขเลย

 

 

สนับสนุนโดย  dewabet

สรุปสงครามโลกครั้งที่1

สงครามโลกครั้งที่1ก็ถือว่าเป็นสงครามครั้งยิ่งใหญ่ครั้งแรกของมนุษยชาติได้ เริ่มขึ้น เมื่อวันที่28กรกฏาคมปี1914แล้วก็ได้ไปจบในวันที่11พฤศจิกายน ปี1918 ต้องบอกเลยว่าเป็นการรบที่ใช้ระยะเวลาอย่างยาวนานถึง4ปีเลยทีเดียว ซึ่งในการรบในครั้งนี้มันก็ได้เป็นการรบกันระหว่างสองฝ่ายด้วยกัน ฝ่ายแรกนั้นก็คือ ฝ่ายสัมพันธมิตรที่ประกอบไปด้วยชาติต่างๆอีกมากมาย

แต่ว่าแกนนำนั้นได้แก่ประเทศอังกฤษ ฝรั่งเศส และ จักรวรรดิรัฐเซีย ส่วยอีกฝ่ายหนึ่งก็คือฝ่ายมหาอำนาจกลาง ซึ่งฝ่ายนี้จะประกอบไปด้วย เยอรมัน จักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี จักรวรรดิออตโตมัน และ บัลแกเรีย นั้นเอง ทีนี้จะถามว่าทั้งสองฝ่ายนี้ได้มาทะเลาะกันได้อย่างไงทำไมอยู่ดีๆถึงได้เข้ามารบกันและทำไมมันได้เกิดมาถึงเป็นเรื่องของสงครามโลก

ก็ต้องบอกเลยว่าเรื่องใหญ่ในระดับสงครามโลกมันไม่ได้เกิดขึ้นเพราะว่าเหตุผลใดเหตุผลเดียวหรอกจะทะเลาะกันขนาดนี้มันจะต้องมีการสะสมความแค้นกันแบบเยอะแยะมากมายสาเหตุที่ทำให้เกิดสงครามโลกนั้นมันก็ได้มีอยู่เยอะแยะมากมายตั้งแต่ข้อแรกการสะสมอาวุธ และ ในการสะสมอาวุธมันก็ได้ทำให้หลายๆประเทศไม่ไว้ใจกันและกัน ซึ่งฝ่ายตรงข้ามก็อาจจะคิดว่าสะสมอาวุธเอาไว้แบบนั้นเขาจะเข้ามารบกับฝ่ายเราหรือเปล่าและถ้าแก่สะสมเราก็จะสะสมบ้างดีกว่าและนี่ก็เป็นสาเหตุแรก ส่วนสาเหตุที่สองก็คือจักรวรรดินิยมนั้นเอง คือมันเป็นช่วงที่มีการล่าอานานิคมต่างๆ

มันทำให้เกิดอะไรขึ้นหนึ่งมันทำให้ทะเลาะกันอย่างแน่นอนเพราะว่าทุกคนก็อยากจะยึดพื้นที่ให้ได้มากที่สุดมันก็จะมีตั้งแต่ฉันอยากยึดแก่เราก็เลยทะเลาะกันหรือว่าฉันอยากยึดประเทศนั้นแก่ก็อยากจะยึดประเทศนั้นแย่กันและได้ทะเลาะกันและยังได้รวมไปถึงResorce หรือ ทรัพยากร ต่างด้วย พอประเทศนั้นประเทศนี้ยึดอานานิคมไปก็จะต้องมีการเอาทรัพยากรจากประเทศนั้นไปใช้และทำให้ตัวเองร่ำรวยมากขึ้นพอร่ำรวยเสร็จก็จะไปซื้อาวุธอะไรประมาณนี้เป็นต้น และ จักรวรรดินิยม ก็ได้เป็นอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดสงครามโลกนอกจากนี้อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดสงครามโลกก็คือสงคราม

ก่อนที่จะเกิดสงครามโลกครั้งใหญ่ครั้งนี้มันก็ได้เกิดสงครามย่อยๆอีกหลายสงครามก่อนหน้านั้น ซึ่งสงครามเหล่านี้มันก็ได้ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศคือแบบเคยรบกันตรงนี้มาก่อนคนนี้แพ้คนนี้โดนยึดดินแดนเคยรบกันตรงนั้นคนนี้ก็โดนยึดดินแดนพอมันได้มีการแพ้มีการยึดดินแดนกันมันก็เลยทำให้เกิดมีความแค้นขึ้นมา อย่างฝรั่งเศส กับ เยอรมัน เคยรบกัน เยอรมันเองก็เคยไปยึดพื้นที่ของฝรั่งเศสมาแล้วก็บังคับให้เซ็นสนธิสัญญาสงบศึกต่างๆฝรั่งเศสก็แค้นก็แบบหากมีโอกาสฉันจะแก่แค้นแก่เป็นต้น

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนัน โปรดี

ประวัติการสร้างเสาหลักเมืองของกรุงเทพมหานคร

หากพุดถึงเรื่องของการสร้างศาลหลักเมืองนั้น ในทุกจังหวัดจะต้องมีศาลหลักเมืองประจำจังหวัด ซึ่งที่กรุงเทพมหานครเองก็มีการสร้างศาลหลักเมืองด้วยเหมือนกัน  สำหรับศาลหลักเมืองของจังหวัดกรุงเทพฯนั้นจะอยู่ใกล้กับพระบรมมหาราชวังซึ่งจะอยู่ตรงถนนหลักเมืองเขตพระนครโดยมีการตั้งศาลเอาไว้ตรงบริเวณหัวมุมของสวนหลวงเส้นทางตรงนี้จะเป็นเส้นทางที่มีรถเมล์วิ่งผ่านสายสายด้วยกันแล้วจะหาใครต้องการที่จะไปเคารพกราบไหว้ขอพรศาลหลักเมืองแล้วก็จะต้องเดินทางไปในช่วงเวลาแค่เพียงตอน 05:30 นถึง 07:30 นเท่านั้น

ประวัติความเป็นมาของการสร้างศาลหลักเมืองนั้น หลักฐานทางประวัติศาสตร์การบันทึกเอาไว้ว่ามีการสร้างศาลหลักเมืองในการเอาเสาลงหลุมนั้นจะต้องมีการกำหนดฤกษ์งามยามดีโดยวันที่ทำพิธีนั้นถูกกำหนดเอาไว้ว่าจะต้องเป็นวันที่ 21 เดือนเมษายนปีพศ. 2325 ซึ่งวิธีการทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยดีแต่ขณะที่กำลังจะนำเสาลงไปไว้ในหลุมนั้นปรากฏว่าได้มองเห็นว่าในหลุม

ดังกล่าวมีลูกงูอยู่ 4 ตัวซึ่งไม่รู้ว่าลูกงูทั้ง 4 ตัวนั้นมาอยู่ในกลุ่มด้วยตั้งแต่เมื่อไหร่แต่อย่างไรก็ตามทางพรหมณ์ไม่สามารถที่จะหยุดพิธีได้เนื่องจากมีการระบุเลิกยางเอาไว้แล้วจึงได้มีการนำเสาลงหลุมซึ่งหลังจากทำพิธีเสร็จสิ้นกันเรียบร้อยแล้วต่างก็พูดคุยกันถึงเรื่องดังกล่าวว่าจะเป็นการลางบอกเหตุไม่ดีอาจจะทำให้เกิดอาเพศต่อบ้านเมือง

โดยมีคนทำนายเอาไว้ว่าอาจจะทำให้เกิดการสิ้นสุดราชวงศ์จักรีในอีก 150 ปีข้างหน้านับตั้งแต่มีการสร้างศาลหลักเมืองอย่างไรก็ตามได้มีการแก้เพชรด้วยการสร้างศาลหลักเมืองขึ้นมาอีก 1 อันโดยเอาไว้ตั้งคู่กันซึ่งการแก้ไขศาลหลักเมืองนั้นเกิดขึ้นในสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 โดยหวังว่าการสร้างศาลหลักเมืองเพิ่มอีกอันคู่กันนั้นเป็นการแก้เคล็ดแก้อาถรรพ์ที่อาจจะเกิดขึ้นกับราชวงศ์  และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาศาลหลักเมืองของกรุงเทพฯจะมี 2 ต้น

วางอยู่คู่กันซึ่งหากใครไปไหว้ศาลหลักเมืองก็จะสามารถเห็นได้โดยด้านนอกนั้นจะมีการจำลองศาลหลักเมืองไว้ให้นักท่องเที่ยวและชาวบ้านประชาชนไปกราบไหว้รวมถึงปิดทองส่วนศาลหลักเมืองจริงนั้นจะถูกสร้างศาลาคลุมเอาไว้ซึ่งจะเข้าไปกราบไหว้เท่านั้นไม่สามารถที่จะจุดธูปเทียนรวมถึงไม่สามารถปิดทองได้อย่างไร

ก็ตามปัจจุบันนี้เมื่อถึงเทศกาลต่างๆผู้คนก็มักจะเดินทางกันไปไหว้ศาลหลักเมืองเพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิตตนเองและครอบครัวซึ่งศาลหลักเมืองจึงกลายมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของกรุงเทพมหานครที่มักจะมีทั้งคนไทยและชาวต่างชาติเดินทางไปกราบไหว้ขอพรกันเป็นประจำทุกวันบริเวณรอบๆศาลหลักเมืองนั้นก็จะมีจุดที่ชาวบ้านนั้นนำนกมาขายให้กับนักท่องเที่ยวเพื่อปล่อยเพื่อความเป็นสิริมงคลและบริเวณใกล้เคียงนั้นยังมีวัดวาอารามที่มีชื่อเสียงและมีความสวยงามให้นักท่องเที่ยวนั้นได้เดินข้ามไปกราบไหว้ได้อีกด้วย

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เว็บพนัน บาคาร่า

เวสเปเซียนทำอย่างไรให้ประชาชนยอมรับและศรัทธาในยุคกรุงโรม

ซึ่งในเวลาต่อมาจากที่ เวสเปเซียน ได้รับคำสั่งให้เข้ามาจัดการกับปัญหานี้ เวสเปเซียนก็ได้ทำอย่าสำเร็จจึงได้ทำให้กรุงโรมได้กลับเข้ามาสู่ความสงบลงได้ แต่ความสงบนี้มันก็อยู่ได้ไม่นาน เนื่องจากว่าไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงจากการเปลี่ยนเปลี่ยนภาษีแต่อย่างใด ก็มีการเก็บภาษีแบบขุดเลือดขุดเนื้อกันเหมือเดิมสุดท้ายก็เกิดการปฏิวัตกันอีกครั้ง ซึ่งในครั้งนี้มันได้รุนแรงกว่าทุกครั้งหลายเท่าจนได้ทำให้จักรพรรดิ เนโร ต้องยอมสละตำแหน่งลงและตัว เดโร รู้ตัวดีว่าหลังจากที่ได้สละตำแหน่งลงจะต้องโทษประหารชีวิต

อย่างแน่นอนเขาเลยตัดสิ้นใน อัตวินิบาตกรรม เพื่อหนีโทษการประหารนี่เอง ซึ่งสำหรับใครที่ยังไม่รู้คำว่า  อัตวินิบาตกรรม มันก็คือคำว่า ฆ่าตัวตาย นั่นเอง ซึ่งในเวลานั้นหลังจากที่ เนโรได้เสียชีวิตลงไปกรุงโรมก็ยังอยู่ในขั้นวิกฤตอยู่ดีตามหลักฐานในหน้าประวัติศาสตร์เขาได้คาดกันว่ามีวิกฤตเศรษฐกิจและสงครามทางการเมืองตรงนี้ยาวนานกว่า3จักรพรรดิเลย

ซึ่งตรงนี้ทางสภาชั้นสูงเขาก็เลยได้มีการประชุมกันว่าจะแก้ปัญหาตรงนี้ยังไงดีเพราะไม่อย่างนั้นมันก็อาจจะทำให้อาณาจักรล่มสลายลงได้เลยทางสภาสูงก็ได้มีมัดติเห็นชอบกันว่าให้ทำการติดต่อไปหา  เวสเปเซียน เพื่อเข้ามารับตำแหน่งจักรพรรดิและกลับเข้ามาแก้ปัญหานี้ให้ได้และในเวลานั้นเอง  เวสเปเซียน

เขาก็ไม่ได้อยากที่จะรับตำแหน่งตรงนี้เลยแต่ด้วยเหตุกาณ์ที่มันบังคับเขาเลยไม่สามารถที่จะปฏิเสธข้อเสนอนี้ได้นั้นเองและปัญหาต่อมาที่ได้เกิดขึ้นก็คือในช่วงที่กรุงโรมเกิดวิกฤตผู้คนก็เลยไม่มีความศรัทธาและความเชื่อในตัวจักรพรรดิเขาจะทำยังไงให้คนเหล่านี้กลับมาเชื่อและศรัทธาในตัวเขาเขาก็เลยเกิดไอเดียขึ้นมาหนึ่งอย่างว่าเขาจะต้องสร้างสนามกลาดิเอเตอร์

ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกให้ได้นั่นเอง เนื่องจากว่าในยุคนั้นความบรรเทิงที่คนชอบกันมากที่สุดคือการต่อสู้ในสังเวียนในกลาดิเอเตอร์  ทาง เวสเปเซียนเขาก็เลยคิดว่าถ้าตัวเขานั้นได้สร้างสนาม กลาดิเอเตอร์ ที่ยิ่งใหญ่มากที่สุดในโลกและสามารถเข้าได้ทุกคนทุกชนชั้นทุกวัฒะเขาจะสามารถซื้อใจและทำให้คนเหล่านี้กลับมาชอบในตัวของเขาได้เขาก็เลยคิดริเริ่มสร้างโครงการนี้ขึ้นมานั่นเอ

แต่การสร้างสนามกลาดิเอเตอร์ที่ยิ่งใหญ่มากที่สุดในโลกมันจะต้องมีขนาดที่ใหญ่กว่าและแปลกกว่าที่อื่น ซึ่งปักจัยหลักของการสร้างสนามแห่งนี้มันก็คงจะไม่พ้นในเรื่องของงบประมาณหรือเงินใช่หรือไม่แต่ในช่วงนั้นมันได้เป็นช่วงที่ยุคเศรษฐกิจของกรุงโรมเองยังอยู่ในขั้นวิกฤตซึ่งตรงนี้เองทาง เวสเปเซียนเองจะต้องแก้ไขมันให้ได้

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนัน เกม

ตำนานของ QueeMary Tudorที่ถูกจารึกเอาไว้ในหน้าประวัติศาสตร์

สำหรับเรื่องที่ได้มีการบันทึกเอาไว้ ในหน้าประวัติศาสตร์ว่าเป็น QueeMary Tudor ก็คือเรื่องของQueen Tudor ซึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ก็ได้บันทึกข้อมูลที่เกี่ยวกับพระราชินีคนนี้เอาไว้คอนข้างที่จะน่ากลัวราวกับเป็นแดรกคิวล่าเลยก็ว่าได้ โดยตำนานนี้ยังได้บอกเอาไว้อีกว่าในสมัยนั้นที่พระนางในขึ้นครองราชและได้ดูแลเมืองในยุคนั้น

เธอก็ได้สั่งให้คนของเธอให้ไปจับชาวบ้านที่นับถือศาสนาคริสต์ที่เป็นนิกายProtestantมาทำการประหารทั้งเป็นด้วยสาเหตุเพียงแค่ว่า QueeMary Tudorได้เป็นคาทอลิกแค่นั้นเอง ซึ่งตรงนี้เลยทำให้คน QueeMary Tudorได้ถูกจารึกเอาไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ว่าเป็น Maryผู้กระหายเลือดนั่นเอง และตรงจุดนี้มันก็ยังได้เป็นของสองตำนานที่ได้มีการจดบันทึกเอาไว้ในหน้าประวัติศาสตร์จริงๆและได้มีการบันทึกเป็นลายลักอักษรไว้ ซึ่งถ้าหากว่าเราลองเข้ามาวิเคราะห์ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของบัดดี้แมรี่จริงๆแล้ว

เราได้มีความรู้สึกว่าในประวัติที่เก่าแก่ที่สุดเกี่ยวกับพิธี QueeMary Tudorบัดดี้แมรี่มันเป็นการดูคู่ครองตัวเองในอนาคตแล้วบอกว่าคนๆนี้จะเป็นใครหรือมันจะออกมาเป็นโครงกระดูกหรือเปล่าแต่พอในยุคปัจจุบันมันได้มีการดัดแปลงมาเรื่อยๆจนมันได้เป็นการละเล่นที่ลองของกันซะส่วนใหญ่

ซึ่งตรงจุดนี้เราได้มีการสงสัยกันอยู่นิดหน่อยตรงที่ว่าบางคนได้ทำการลองของด้วยวิธีนี้แล้ววเจอดีก็ได้มีอยู่เยอะมากแต่ตรงจุดนี้เองมันก็จะมีทั้งของจริงและของปลอม ซึ่งบางอันมันสามารถที่จะอธิบายได้แต่บางอันมันก็ไม่สามารถที่จะอธิบายได้ถ้ามันได้เป็นมุมมองของเราเราคิดว่าผีบัดดี้แมรี่หรือพิธีกรรมบัดดี้แมรี่มันก็คงจะเป็นเหมือนกันผีในถ้วยแก้วในประเทศไทยบ้านเรา

ที่เล่นกับวิญญาณโดยได้มีพิธีกรรมต่างๆนานามากมายแต่ตรงจุดนี้เองมันก็จะต่างกันกับของต่างประเทศที่เขาเล่นกันกับวิญญาณด้วยการท่องบทสวดแต่ประเทศไทยเราได้มีการท่องบทสวดและเอาควันธูปเข้ามาเป็นส่วนประกอบในพิธีกรรมด้วยซึ่งโดยส่วนตัวเรา เราได้คิดแบบนี้แต่สำหรับข้อมูลในต่างประเทศที่เราได้ไปหามาบางคนเขาได้ยินยันกันจริงๆ

ว่าเขาเห็นเขาไม่ได้โกหกและมันได้มีเรื่องลี้ลับมากมายต้องนี้ถามว่าทางวิทยาศาสตร์สามารถที่มันจะตอบได้หรือไม่ตรงนี้สามารถตอบได้แต่ทางวิทยาศาสตร์จะแบ่งออกเป็นสามกรณีด้วยกันโดยกรณีแรกเลยได้อธิบายเอาไว้ว่าอาจจะเกิดจากพิธีกรรมบางอย่างที่ได้มีการจ่องมองหรือมีการขยับตัวอย่างรวดเร็วยกตัวอย่างพิธีกรรมที่ได้มีการหมุนรอบตัวเป็นจำนวน12ครั้ง

และพูดบัดดี้แมรี่พร้อมกับ12ครั้งมันอาจจะทำให้เราเกิดอาการเวียนหัวบวกกับแสงไฟเทียนที่มันกระพริบอยู่ตลอดเวลามันอาจจะทำให้เกิดภาพหลอกตาและปรากฎภาพคนใดคนหนึ่งขึ้นมาในกระจกก็เป็นได้

 

ได้รับการสนับสนุนมาจาก  sagame

การวิเคราะห์ของนักวิทยาศาสตร์ว่าทำไม มังกรถึงไม่มีซากฟอศซิลให้เห็น

สาเหตุที่เขาได้เชื่อกันว่าทำไมเราถึงไม่ได้มีการพบเจอซากฟอสซิลของเจ้ามังกรเลยและจากการที่พวกเขาได้มีการสันนิษฐานว่าเจ้ามังกรนั้น

มันได้เป็นสัตว์ที่มีปีกที่มันได้อาศัยกันอยู่กันไม่เป็นหลักแหล่งและมังกรบางตัวก็ได้บินไปอาศัยอยู่กันภายในถ้ำบางตัวมันก็ยังได้บินไปอยู่ใต้พื้นดินและบางตัวมันก็จะบินขึ้นไปอยู่บนเขา ซึ่งในแต่ละจุดนั้นมันก็ยังได้เป็นจุดที่พวกเราสามารถที่จะเข้าถึงมันได้ยากและมันก็ยังได้เป็นจุดที่ยาก

ในการที่จะเข้าไปทำการค้นหาซากฟอสซิล ซึ่งฟอสซิลของมังกรเขาก็ยังได้ตีว่ามันเป็นฟอสซิลของนกโบราณเลยและ ถ้าหากว่าใครได้ดูตามสาระคดีหรือได้ดูตามข่าวกันจริงๆแล้วนั้นฟอสซิลที่มันได้มีการหายากมาที่สุดมันไม่ใช่ฟอสซิลของไดโนเสาร์แต่มันกลับเป็นนกในยุดดึกดำบรรพ์แทนเพราะเหตุผลเดียวกันเลยก็คือในสถานะการณ์ที่มันเลวร้ายมันสามารถที่จะบินหนีและมันก็สามารถเปลี่ยนที่อยู่อาศัยของมันไปได้เรื่อยๆ

จึงทำให้มีการค้นหาซากฟอสซิลที่ค่อนข้างที่จะยากและฟอสซิลส่วนใหญ่ที่เราได้เจอกันในนกมันก็จะเป็นหินที่ได้ถูกค้นพบภายในถ้ำกันชะส่วนใหญ่แล้วก็มีการค้นพบค่อนข้างที่จะน้อยมาก ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ในกลุ่มที่เชื่อว่ามันได้มีมังกรอยู่เขาก็ยังมีการค้นหาซากฟอสซิลกันต่อไปแล้วก็ยังมีในหลักของทฤษฎีในหลายๆอย่างที่มีความเกี่ยวข้องของการกกไข่ของมังกรหรือว่าลักษณะท่าทางชีวภาพต่างๆซึ่งเขาก็ได้มีการวิเคาระห์ออกมาว่ามังกรตัวจริงๆแล้วออกมามันจะมีรูปแบบจริงๆของมันจะเป็นอย่างไงและมีรูปร่างเป็นยังไงกล้ามเนื้อต่างๆ

ส่วนไหนแล้วก็มังกรนั้นมันสามารถพ่นไฟออกมาจากส่วนไหนแฃะมันสามารถพ่นไฟได้ยังไงเขาก็ได้มีทฤษฎีออกมาเยอะแยะมากมายและถ้าเกิดสมมุติเราเชื่อว่ามังกรนั้นมันได้มีอยู่จริงและยังเชื่อว่าตำนานต่างๆที่มีเกี่ยวกับมนุษย์นั้นได้ต่อสู้กับมังกรมนุษย์เป็นผู้พิชิตมังกรมันมีอยู่จริงกันแทบจะทั้งหมดเลยถ้าหากเราได้เชื่อกันแบบนั้นเขาก็ได้มีการคาดการณ์กันว่าเหตุผลที่มังกรได้สูญพันธุ์มันก็ได้มีอยู่เพียงเหตุผลเดียวก็คือจากการล่าและเข้ายึดพื้นที่ของมนุษย์ซึ่งเราจะมองดูกันง่ายๆเหมือนในยุคปัจจุบันของเรา ซึ่งมนุษย์เราได้เข้ายึดพื้นที่ของป่าได้มีอยู่เยอะมาไม่ว่าจะเป็นป่าในประเทศไทยเรา

หรือว่าต่างประเทศและไม่ว่าจะเป็นการบุกรุกป่าเพื่อที่จะสร้างให้มันเป็นเขตอุตสาหกรรมหรือเขตต่างๆซึ่งในพื้นที่ป่าแต่ก่อนมันได้มีกฎของวัฏจักรที่มันได้มีความสมบูรณ์อยู่แล้วแต่มนุษย์เราได้เข้าไปรุกล้ำเข้าไปกินพื้นที่เข้าเรื่อยๆจนพื้นที่การหากินหรือพื้นที่ได้การอยู่อาศัยของเขานั้นจนเริ่มลดน้อยลงจนเขาไม่มีพื้นที่อยู่และหากินตามธรรมชาติแบบเดิมได้เขาก็เลยคาดการว่ามังกรต้องการเข้ามาล่าสัตว์ที่มนุษย์เลี้ยงไว้เพื่อที่จะเอาชีวิตรอดเพื่อที่ว่าจะได้กินอาหาร

 

สนับสนุนเรื่องราวมาจาก  sa game vip

ประวัติความเป็นมาของพระธาตุกู่จาน

พระธาตุกู่จาน ตั้งอยู่ในจังหวัดยโสธร ได้ถูกสร้างขึ้นพร้อมๆกับพระธาตุพระพนม รูปแบบขององค์พระบรมธาตุ จะมีลักษณะเป็นเจดีย์เหมือนบัวเหลี่ยมเสมือนพระธาตุพระพนม ก่อสร้างด้วยอิฐรวมทั้งมีกำแพงแก้วล้อมรอบถึงสองชั้น แล้วก็ในวันขึ้น14ค่ำเดือน3 จนกระทั่งวันแรม3ค่ำเดือน3 ของทุกปี จะมีการจัดงานนมัสการพระธาตุกู่จาน ที่เป็นที่สักการะบูชาของคนภายในจังหวัดยโสธรแล้วก็ประชากรชาวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขึ้นทุกปี

เรื่องราวของพระธาตุกู่จาน

ภายหลังที่พระพุทธเจ้าเสด็จปรินิพานไปแล้วนั้น ได้มีการแจกจ่าย พระบรมสารีริกธาตุ ในรอบๆดินแดนนี้แล้วก็ได้มีพระยาคำแดงซึ่งเป็นเจ้าผู้ครองเมืองฝ่ายเหนือได้รับพระบรมสารีริกธาตุนี้ไป แต่ว่าทางพระยาฝ่ายใต้มิได้รับก็เลยมาของแบ่ง แต่ว่าทางพระยาฝ่ายเหนือไม่ต้องการให้ก็เลยหลีกเลี่ยงทุกทาง แต่ว่าก็ไม่เป็นผลสำเร็จก็เลยเกิดให้มีการชิงชัยให้สร้างพระธาตุกันขึ้นมา

โดยมีข้อตกลงว่าคนไหนจะสร้างพระธาตุเสร็จก่อนถึงจะได้ พระบรมสารีริกธาตุไปครอบครอง แต่ว่าให้ใช้ผู้สร้างได้ฝ่ายละ 6คน และก็พระยาทางฝ่ายใต้ได้รับคำและก็กลับไปขอคำแนะนำทหารคนคุ้นเคย แล้วก็ได้จัดคนขึ้นมากระทำการก่อสร้างทั้งยัง6คน แล้วก็ห้ามคนไหนเขามาขัดขว้าง และก็ได้กระทำก่อสร้างไปได้ครึ่งทาง ทางพระยาฝ่ายใต้ ก็กลัวพระยาฝ่ายเหนือไม่ทำตามสัญญา ก็เลยได้นำคนไปชิงพระบรมสารีริกธาตุมาเป็นของตน

รวมทั้งการเข้าไปชิงพระบรมสารีรกธาตุนั้นไม่บางทีอาจสำเร็จไปได้ เพราะว่าทางฝ่ายเหนือนั้นมีการคุ้มครองที่แน่นหนา และก็ทำให้ฝ่ายใต้ได้เสียคนสนิทไปคนหนึ่ง เมื่อฝ่ายใต้สู้ไม่ไหวก็เลยเคลื่อนทัพกลับรวมทั้งได้รวบรวมคนที่มีวิชา ยิง ฟันไม่เข้านับหมื่นคนไปโจมตีเมืองฝ่ายเหนืออีกรอบ รวมทั้งแพ้กลับมาผู้คนที่นำไปตายหมดรอด ชีวิตมาเพียงแค่5คน

รวมทั้งยังไม่ยอมก็เลยยกพลไปใหม่โดยกราแบ่งการนำทัพเป็น5กองส่วนพระยาฝ่ายใต้นั้นจะเข้าไปทางด้านหลังให้หัวหน้าเมืองอีกทั้ง4 ยกตีทางหน้าเมือง ทางฝ่ายเหนือมั่วแต่ว่ายกพลไปตีแต่ว่าทางหน้าเมือง โดยมิได้ระวังทางข้างหลังเมืองพระยาทางฝายใต้ก็เลยได้พระบรมสารีริกธาตุไปถึง6ผอบ รวมทั้งได้นำพระบรมสารีริกธาตุใส่ไว้ด้านในเจดีย์ที่ถูกสร้างขึ้นมาด้วย

คนเพียงแค่6คน ชาวบ้านก็เลยไม่ชอบใจ รวมทั้งทางพระยาฝ่ายใต้ก็เลยจัดแจงให้มีการสร้างเป็นพระวิหารขึ้นมาใหม่ โดยให้ราษฎรนำหินที่มาจากทะเลช่วยกันเอามากระทำการก่อสร้าง ฝ่ายทางพระยาฝ่ายเหนือแค้นใจที่ถูกชิงพระบรมสารีริกธาตุมาได้นั้นก็เลยเคลื่อนทัพมาชิงคืน ทางฝ่ายใต้มิได้รักษาตัวก็เลยทำให้มีการเกิด การเสียชีวิตของพระยาหัวเมืองทางฝ่ายใต้และก็เพื่อนๆหมดอีกทั้ง5คน

รวมทั้งศพถูกฝั่งไว้กับข้างพระธาตุกู่จานในขณะนี้ และก็ประชากรก็เลยมีการเสียขวัญแล้วก็ได้หนีออกมาจากเมืองทิ้งให้พระธาตุกู่จานตั้งอยู่ในป่าทิ้งร้างไว้แบบงั้นพระธาตุทางฝ่ายเหนือเป็นพระธาตุพนมในตอนนี้ รวมทั้งพระธาตุทางข้างได้เป็นพระธาตุกู่จานในตอนนี้เช่นเดียวกัน

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  สูตร บาคาร่า bk8

เหตุการณ์ขุนพันธสู้ กับ เสือกรับ คำทอง

ในปี พ.ศ.2543ได้เป็นที่ประเทศไทยนั้นได้เข้าสู่ยุคมืดแผ่นดินได้ลุกเป็นไฟชาวบ้านถูกเอาเปรียบและไร้ที่พึ่งทำให้ผู้คนจำนวนมาได้หันตัวมาเป็นโจรและหนึ่งในผู้ร้ายที่สำคัญในครั้งนั้นได้เป็นโจรที่ได้แบ่งแยกดินแดนมีนามว่า อัลฮาวียะลู จอมโจรผู้ที่ได้มีคาถาอาคมชาวบ้านต่าง

ก็ได้เรียกกันว่า ผีร้ายแห่งหุบเขาภูโดอิทธิพลของอัลฮาวียะลูได้ปกคุมไปทั่วหุบเขาภูโดได้มีสมุนซ้ายขวาที่ได้เก่งในเรื่องของวิชาอาคมที่คอยติดตามไปทุกที่นั่นก็คือ เสือ สังข์ และก็ เสือ กรับ คำทอง ขุนพันธรักษ์ราชเดช ได้รับภารกิจลับให้ไปที่หุบเขาภูโดเพื่อปลอมตัวเป็นสายและรอจนกว่าจะมีสารวัตรคนใหม่เข้ามาประจำการที่นั่นก่อนที่ขุนพันธจะเข้าไปที่หุบเขาภูโดหมู่ของขุนพันธและสารวัตรอิสราได้บุกเข้าไปหาเลือกรับคำทอง

แต่ก็โดนโจรพวกนั่นเล่นงานเอากันอย่างหนักในระหว่างที่โจรกับตำรวจได้ปะทะกันอยู่ด้านเสือกรับคำทองก็ได้ยิงสวนกลับมาและได้บอกว่า กูต้องการตัวขุนพันธคนเดียวเท่านั้น หากมึงไม่ออกมากูจะฆ่าพวกมึงให้หมดทุกคนจากนั้นก็ได้มีตำรวจคนหนึ่งได้เสียสละได้เดินออกไปจากนั้นก็ได้บอกกับ เสือกรับคำทองว่า กูนี่แหละขุนพันธ พร้อมกับได้ยิงปืนไปที่เสือกรับคำทองแต่ด้วย

อิทธิฤทธิ์ของเสือกรับที่ได้สักเอาไว้จึงทำให้ปืนนั้นยิงไม่ออกและถูกเสือกรับฆ่าตายด้วยการที่ใช้มีดแทงเข้าไปที่หน้าท้องหลายครั้งจากนั้นก็ได้มีระเบิดร่วงลงมาที่สารวัตรอิสราทำให้ตำรวจที่ได้อยู่บริเวณนั้นได้ถูกระเบิดกันทั้งหมดต่างคนก็ต่างแยกกันไปคนละทางสารวัตรอิสราได้วิ่งไปเจอกับเสือกรับคำทองและได้โดนเสือกรับคำทองจับเอาไว้เป็นตัวประกันขุนพันธ

ได้บอกกับพวกของเขาว่าเขานั้นจะเข้าไปช่วยสารวัตรอิสรา  ขุนพันธได้หลับตาและได้ท่องคาถาพอท่องจบและได้พูดว่าของให้ข้ามองเห็นพวกมันจากนั้นขุนพันธก็ได้เห็นพวกโจรได้ซ่อนตัวอยู่ตามจุดต่างๆและขุนพันธก็ได้บอกกับพวกของเขาว่าเดี๋ยวกูชี้นิ้วไปตรงไหนมึงก็ยิงไปตรงนั้นจากนั้นขุนพันธก็ได้วิ่งเข้าไปช่วยสารวัตรอิสราพร้อมกับชี้ตำแหน่ง

ให้พวกของเขาได้ยิงโจรที่ได้ซ่อนตัวอยู่ขุนพันธได้วิ่งเข้าไปเจอกับเสือกรับคำทองที่ได้จับสารวัตรอิสราเอาไว้เป็นตัวประกันเสือกรับคำทองขู่ว่าจะฆ่าสารวัตรอิสราหากขุนพันธเดินเข้าไปอีกก้าวเดียวแต่ขุนพันธไม่สนใจได้ยิงไปที่หัวของเสือกรับคำทองทันทีเพื่อที่จะได้ช่วยสารวัตรอิสราออกมา

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  bk8 info