ยุคอียิปต์โบราณ

หลังจากงานเลี้ยงเป่าเค้กวันเกิดเด็กชายก็มีอาการแปลกๆที่ทำให้เค้านั้นนอนไม่หลับเค้ามีความตื่นเต้นและกลัวอยู่ตลอดเวลาและเขานั้นจะเห็นอะไรวันนี้เราจะมาเล่าเรื่องราวสยองขวัญที่งานวันเกิดของใครหลายๆคนไม่ควรทำกันเชื่อว่าทุกวันนี้การเป่าเค้กวันเกิดก็จะเป็นเรื่องที่ทำกันแทบจะทุกบ้านกันเลยไม่ว่าเพื่อนๆจะอยู่กรุงเทพต่างจังหวัดหรือว่าต่างประเทศอะไรก็ตามแต่เรื่องธรรมดาที่ทำกันเป็นปกตินี้มันได้มีอีกหลายๆอย่างที่เค้าไม่เคยบอกกันในห้องเรียนเหมือนกัน

นอกจากนี้คุณรู้หรือไม่ว่าใครเป็นคนแรกที่รู้งานวัดฉลองวันเกิดไม่เคยคิดกันเลยใช่ไหมวันเกิดที่เก่าแก่มากที่สุดสามารถย้อนกลับไปถึงยุคอียิปต์โบราณได้เลยก็จะประมาณ3พันปีก่อนคริสตกาล

ซึ่งครนที่ได้ทำการศึกษาพระคัมภีร์ไบเบิลก็ได้อธิบายกันว่าได้เป็นวันเกิดของฟาโรห์โดยชาวอียิปต์โบราณได้เชื่อว่าในวันที่คนธรรมดาได้กลายมาเป็นฟาโรห์นั้นก็จะเท่ากับวันที่เค้านั้นได้เกิดใหม่กลายมาเป็นเทพดังนั้นวันเกิดของชาวอียิปต์จึงได้หมายถึงของเทพองค์ใหม่นั้นเองยังไม่ใช่อะไรอย่างที่เราเข้าใจกันในปัจจุบัน

ส่วนวันที่เราได้มีการตรงตามปฏิทินหนึ่งรอบแล้วมาฉลองกันก็ไม่รู้ว่าใครเป็นคนเริ่มกันมาก่อนแต่คลาดว่ามันน่าจะมีช่วงที่หลังจากที่เขาได้มีการผลิตปฏิทินขึ้นมาแล้วคือในสมัยก่อนน่าจะใช้การดูพระอาทิตย์พระจันทร์ใช่ไหมก็ยังไม่มีใครมานั่งจำเราว่าวันไหนคนเกิดครบรอบหนึ่งปีอะไรแล้วก็เป็นเรื่องที่ไม่น่าแปลกว่าทำไมในวัฒนธรรมของชาวจีนหรือว่าชาวเอเชียตะวันตกออกเขาถึงให้ทุกคนมเกิดในวันเดียวกันคือวันตรุษจีนไม่ต้องเสียเวลานับมัน

นอกจากนี้เรามาดูกันที่โลกของตะวันตกกันก่อนต่อมาชาวกรีกก็ได้ไปเอาวัฒนธรรมการเกิดของฟาโรห์นำเอามาเป็นวัฒนธรรมวันเกิดของชาวกรีกแทนแต่จะปรับเป็นวันเกิดของคนโดยจะมีรูปแบบค่อนข้างที่จะแปลกอยู่หน่อยๆคือพวกเขานั้นได้เชื่อกันว่าในวันเกิดวิญญาณร้ายจะออกมาจากอีกมิติหนึ่งเพื่อมาหาเจ้าของวันเกิด

ดังนั้นครอบครัวก็จะมารวมตัวกันเพื่อที่จะมาเหมือนกันการปกป้องเจ้าของวันเกิดในวันน้นและชาวเขาก็จะมอบขนมอบกลมๆก้อนหนึ่งที่มีรูปร่างเหมือนกับพนะจันทร์เลยว่ากันว่ามันเป็นตัวแทยของเทพแห่งจันทาหลังจากนั้นก็จะมีการปักเทียนลงไปบนขนมอบนั้นเพื่อให้มันส่องสว่างราวกับแสงจันทร์เลย

โดยเทียนที่ปักหนึ่งเล่มก็จะเท่ากับจำนวนปีเจ้าของวันเกิดที่ได้ผ่านปีนั้นมาแล้วแต่ว่ามันก็จะมีเทียนขึ้นมาอีกเล่มหนึ่งเพื่อเป็นตัวแทนสื่อถึงการใช้ชีวิตให้อยู่รอดอีกหนึ่งปี

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ขายหวยออนไลน์

มนุษย์ นีแอนเอดร์ทัล มีมาก่อนมนุษย์ปัจจุบัน

ซึ่งบนโลกของเรามันเคยมีสิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะเดียวกันกับมนุษย์อาศัยอยู่มาก่อนด้วยจริงๆแล้วบนโลกของเราไม่ได้มีมนุษย์สายพันธุ์เราสายพันธุ์เดียวยังมีมนุษย์อีกสายพันธุ์หนึ่งที่แยกออกไปจากมนุษย์ในยุคปัจจุบันแบบพวกเราและพวกเขานั้นมีชื่อว่า นีแอนเอดร์ทัล ลักษรณะของพวกเขานั้นทั้งรูปร่างและส่วนสูงและสปีชีส์

โดยใบหน้านั้นจะมีกระดูกคิ้วที่ยื่นออกมาและมีจมูกที่กว้างและคางที่สั้นและนักวิทยาศาสตร์ก็ได้จัดให้อยู่ในกลุ่มสปีชีส์ในอีกสปีชีส์หนึ่งเลยในมนุษย์ปัจจุบันหรือพวกเรานั้นจะมีต้นกำเนินมาจากสปีชีส์ของโคโมยองเขาก็จะมีสปีชีส์ในส่วนเฉพาะของเขา

แต่ในปัจจุบัน  นีแอนเอดร์ทัล  ก็ได้สูญพันธุ์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วและนักวิทยาศาสตร์เขายังได้เชื่อกันว่าสาเหตุหลักของการสูญพันธุ์นั่นได้เกิดเหตุภูเขาไฟระเบิดเมื่อประมาณ4หมื่นปีที่แล้วภูเขาไฟระเบิดครั้งยิ่งใหญ่ที่ล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์แต่เชื่อหรือไม่ว่าก็ยังมีมนุษย์ที่หลงเหลือที่รอดจากชีวิตจากเหตุการณ์ภูเขาไฟระเบิดครั้งนั้นมาได้

เนื่องจากว่าเหตุการณ์ระเบิดภูเขาไฟในครั้งนั้นมันเลยทำให้วัฏจักรในการดำรงชีวิตได้เปลี่ยนแปลงลงไปสัตว์ต่างๆก็เสียชีวิตและสูญพันธุ์ได้เป็นจำนวนมากเขาจึงไม่สามารถที่จะดำรงชีวิตอยู่ได้เช่นเดียวกันและในปี ค.ศ.1856ทางตอนเหนือของเยอรมันในหุบเขาแห่งหนึ่งที่มีคนงานในเหมืองก็ได้ขุดไปพบกระดูกโบราณ

ซึ่งในตอนแรกชาวเหมืองเข้าใจว่ามันอาจจะเป็นกระดูกของหมีหรือกระดูกของสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ลักษณะโครงสร้างของกระดูกที่เขาพบเจอมันไม่มีลักษณะที่คล้ายกับมนุษย์มากเท่าไหร่ลักษณะโครงสร้างจะมีลักษณะที่แปลกไปจากมนุษย์เรา

นอกจากนี้คนงานเหมืองก็ได้ส่งกระดูกไปยังห้องแลปทดลองเพื่อจะได้ทำการตรวจสอบว่ามันเป็นกระดูกของอะไรกันแน่ผลปรากฏว่าโครงกระดูกนี้ไม่ใช่ของมนุษย์แล้วก็ไม่ใช่ของหมีมันคือโครงกระดูกของ  นีแอนเอดร์ทัล จริงๆมันคือมนุษย์ดึกดำบรรพ์

ดังนั้นจึงไม่น่าเชื่อเลยว่ามันจะเดินทางมาไกลได้ถึงขนาดนี้อาจจะเป็นเพราะว่าเหตุการณ์ระเบิดของภูเขาไฟระเบิดครั้งยิ่งใหญ่ในครั้งนั้นปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ชาวสวีเดนได้ถอดรหัสพันธุ์กรมมาอย่างสำเร็จเรียบร้อยแล้ว

โดยในปี2010มนุษย์  นีแอนเอดร์ทัล กับมนุษย์ปัจจุบันพวกเราเคยมีการจอกันมาก่อนในเมื่อ4หมื่นปีที่แล้วที่ทวีปแอฟริกาหลังจากนั้นก็ได้อพยพมาจากแอฟริกาทั้งสองเผ่าพันธุ์มนุษย์เราและนีแอนเอดร์ทัลได้มีการผสมสายพันธุ์เข้าด้วยกันนั่นก็คือการหลงรักกันทำให้เกิดเป็นมนุษย์สายพันธุ์ใหม่ขึ้นมาอีกหนึ่งสายพันธุ์

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  หวยดี

ประวัติศาสตร์พระเสวี๋ยนจั้งออกตามหาพระไตรปิฎก

ซึ่งในการออกเดินทางออกจากประเทศจีนต้องมีการขอใบอนุญาตด้วยซึ่งพระเสวี๋ยนจั้งก็มีการยื่นเอกสารในการขออนุญาตในการเดินทางออกนอกประเทศแต่ว่าระบบราชการในสมัยนั้นมีการล่าช้าและไม่ทันกินจนกระทั่ง พระเสวี๋ยนจั้งได้ทำการตัดสินใจที่จะเดินทางออกไปยังทวีปอินเดียด้วยตัวเอง

โดยในการเดินทางนั้นก็ต้องบอกว่ามีความลำบากอย่างยิ่งเลยทีเดียวที่ลำบากก็เพราะว่าสภาพภูมิประเทศที่จะทำการเดินทางจากประเทศจีนไปยังประเทศอินเดียจะต้องผ่านความยากลำบากไม่ว่าจะเป็นภูเขาไม่ว่าจะเป็นแม่น้ำเรียกไดว่ามีอาการหนาวร้อนจับใจกันเลยทีเดียว

นอกจากนี้ในการเดินทางออกจากประเทศจีนไปยังทวีปอินเดียหรือเป้าหมายที่แท้จริงเลยก็คือมหาวิทยาลัย นาลันทา พระเสวี๋ยนจั้ง จะต้องออกเดินทางด้วยระยะทางที่ยาวไกลมากเลยทีเดียวระยะทางก็ประมาณ8,000กิโลเมตรเลยทีเดียวในระหว่างการเดินทางความยากลำบากไม่ใช่เฉพาะภูมิประเทศและก็สภาพภูมิอากาศที่โหดร้ายและทารุณอย่างยิ่งเลย

หากแต่ว่าในสิ่งที่มีความโหดร้ายอีกประการหนึ่งก็คือมนุษย์ในระหว่างทางก็จะมีพวกโจรที่จะคอยดักปล้นนักเดินทางจากประเทศจีนไปยังทวีปอินเดียอย่างมากมายมหาศาลให้หลายต่อหลายคนเรียกได้ว่าเอาชีวิตไปทิ้งเอาไว้มีความอัตรายและมีความเสี่ยงเป็นอย่างมากในการที่จะสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินต่างๆ

เนื่องจากนี้ พระเสวี๋ยนจั้ง ไม่มีความกังวลในเรื่องนั้นท่านมีจิตใจที่มุ่งมั่นและมีความตั้งใจเป็นอย่างมาที่จะไปเรียนรู้และอยากจะรู้ความจริงแห่งโลกท่านก็ได้ทำการออกเดินทางไปก็ต้องบอกเลยว่าผ่านทะเลทรายกว่า4วัน5คืนโหดร้ายและไม่มีน้ำเลยสักหยดที่จะให้ท่านดื่ม

เมื่อเดินทางไปสักระยะหนึ่งแล้วผ่านความยากลำบากไปก็เริ่มประชาชนต่างๆที่จะเดินทางไปด้วยและประชาชนนั้นได้มีโอกาสได้เห็นพระเสวี๋ยนจั้งรู้สึกว่าศรัทธาก็ขอร่วมเดินทางไปกับพระเสวี๋ยนจั้งด้วย

ซึ่งในการเดินทางก็จะเดินผ่านทางแม่น้ำแม่น้ำคงคาทำให้จะต้องขึ้นไปบนเรือเมื่อพระเสวี๋ยนจั้งได้ขึ้นไปบนเรือนอกเหนือจากสภาพอากาศที่ได้มีความแปรปรวนแล้วพระเสวี๋ยนจั้งแล้วก็คณะเดินทางไปจาริกแสวงบุญก็ต้องพบเจอกับโจรสลัดในแม่น้ำคงคา

นอกจากนี้พวกโจรสลัดก็ได้จับพระเสวี๋ยนจั้งรวมถึงคนที่เดินทางไปพร้อมกับพระเสวี๋ยนจั้งด้วยแล้วปรากฏว่าไม่แน่ใจเหมือนกันว่าโจรสลัดไปนับถือลัทธิอะไรปรากฏว่าโจรสลัดเห็นพระเสวี๋ยนจั้งตรงสายของการบูชายัญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่โจรสลัดนั้นเคารพนับถืออย่างไรก็ตามไม่ทราบว่าเป็นความโชคดีโชคชะตาไม่ทราบได้ก็ต้องใช้วิจารณญาณในการอ่าน

ซึ่งได้เกิดปาฏิหาริย์ที่ทำให้พระเสวี๋ยนจั้งนั้นสามารถทีรอดพ้นจากเนื้อมือโจรสลัดมาได้อย่างปาฏิหาริย์ถือได้ว่าเหลือเชื่อกันเลยที่เดียวและนี่ก็เป็นเรื่องราวที่วรรณกรรมของไซอิ๋ว

 

ได้รับการสนับสนุนโดย    letou ฟรีเครดิต

ประวัติคลีโอพัตตรา

สำหรับเรื่องเล่าส่วนใหญ่ที่มีความเกี่ยวข้องกับคลีโอพัตตราก็จะกล่าวว่านางชอบใช้เสน่ห์ในเหยื่อต่างๆของนางเพื่อให้ประสบความสำเร็จได้ด้านการเมืองแต่ก็กล่าวได้ว่าการที่นางสามารถบริหารเสน่ห์ได้ขนาดนี้ก็เพราะว่าลึกๆแล้วนางก็เป็นผู้หญิงที่มีไฟกำนัดที่แสวงหาเรื่องแบบนี้อยู่เรื่อยอยู่แล้วก็เลยเป็นสกิลง่ายๆที่เธอสามารถทำได้อยู่ตลอดเวลา

ซึ่งนอกจากซีซ่ากับมาร์แอนโทนี่แล้วเธอก็ยังได้ใช้เสน่ห์เหล่านี้กับชายอียิปต์ไปทั่วอีกด้วยมีเรื่องเล่าว่าครั้งหนึ่งในเมืองอเล็กซานเดรียได้จัดงานเลี้ยงขึ้นกินเวลายาวนานเป็นสัปดาห์เลยเพื่อถวายให้แก่เทพไดโอเนซัส

โดยเทพไดโอเนซัสได้เป็นเทพแห่งการฉลองเทพแห่งการเมาเหล้าองุ่นอะไรต่างแต่เอาที่จริงแล้ววเราว่าการจัดงานเพื่อฉลองให้องค์เทพมันคงเป็นข้องอ้างมากกว่าเพราะว่าในงานนี้ได้มีเหตุการ์หลักก็คือแม่นางคลีโอพัตตรากับมาร์แอนโทนี่ทั้งสองคนนี้ก็มีไฟรักจัก

นอกจากนี้แล้วก็ยังมีประชาชีอย่างมากมายผู้ที่หิวได้เข้ามารวมตัวกันในงานเลี้ยงเหล่านี้ก็จะมีการแสดงต่างๆมากมายโดยจะมีทุกคนเข้ามาเต้นระบำในชุดวันเกิดกันแบบไม่อายใครเลยที่แห่งนี้ทุกคนก็จะสามารถเลือกกินทุกอย่างได้ตามใจชอบคือเจออะไรของดีก็จัดกินได้อย่างไม่เลือกหน้าได้เลย

โดยว่ากันว่าในช่วงเวลาหนึ่งค่ำคืนเท่านั้นคลีโอพัตตราก็ได้กินอาหารได้100อีเอเลย จนเธอนั้นได้รับฉายาจากชาวกรีกว่าเป็นผู้หญิงที่เล่งระบำกับผู้ชายได้กว่าหนึ่งหมื่นคนเลยทีเดียวแต่มันก็ไม่ใช่ชนชาติกรีกชนชาติเดียวเท่านั้นและชาวโรมันก็ได้ให้นามแบบนี้เช่นกัน

เนื่องจากนี้ยังมีบทกวีที่มีคนชาวโรมันแต่งให้คลีโอพัตตราด้วยความที่ว่าชื่อเสียงของทางด้านการจับตุ๊กแกกินในที่กลางแจ้งของคลีโอพัตตรามันเป็นที่ลือกันแต่การแต่งงานในเครือญาติรวมไปถึงความตะกละในอำนาจการใช้มารยาในการหลอกล่อผัวทั้งหลายแล่

ซึ่งเรื่องพวกนี้เองมันก็เลยทำให้เธอนั้นได้รับเกียรติในการที่จะเข้าไปร่วมอยู่ในบทประพานของกวีชาวโรมันหรือว่าบทละครต่างๆของชาวโรมันมากมาย

โดยส่วนใหญ่แล้วเธอมักจะถูกเปรียบเทียบให้เป็นคั้วตรงข้ามกันที่เป็นเมียน้อยของมาร์แอนโทนี่ดังเช่นเรื่องของกวียูเวนนอลในคืนยามนาตรีที่เงียบสงบแม่นางคลีโอพัตตราก็มักจะแต่งตัวเป็นนางแมวป่าหลังจากนั้นเธอก็ชอบจะเดินทางไปท่องเที่ยวกับผู้คน

 

สนับสนุนโดย  ทาง เข้า dewabet

คลีโอพัตตราและการเมือง

สำหรับเรื่องของคลีโอพัตตรานั้นที่เธอได้ทำไปก็เพราะว่ามันเป็นเรื่องของทางการเมืองเธอไม่ได้คิดที่อยากจะได้ผัวแก่เลยและด้วยความที่ว่าเธอนั้นต้องการให้อียิปต์เป็นพันธมิตรกันกับอาณาจักรโรมและอยู่ๆๆใช่ว่าจะเดินเข้าไปโดยง่ายๆเธอก็อาจจะโดนพวกทหารจับตัวไป

นอกจากนี้พระนางคลีโอพัตตราเธอนั้นได้มีวิธีที่ฉลาดไปกว่านั้นเรียกได้ว่าทั้งเข้าไปในวังได้แล้วก็จับใจของซีซาร์ได้เลย

โดยคลีโอพัตตราก็ได้สั่งให้ราชทูตนำตัวนางที่ห่ออยู่ในพรมนำเข้าไปให้ซีซาร์ถึงในห้องพักภายในตอนแรกเข้ามาก็เหมือนม้วนพรมธรรมดาแต่พอท่านราชทูตกลิ้งพรมเปิดดูเท่านั้นก็พบกับร่างกายหญิงอายุเพียงแค่ยี่สิบเอ็ดกลิ้งออกมาตามตำนานแล้วเขาว่ากันว่านางไม่ได้ใส่เสื้อผ้าเลยและด้วยการเปิดตัวอย่างนี้คลีโอพัตตราก็ถึงกับทำให้จูเลียสซีซาร์ต้องตาต้องใจแล้วก็จับเขาได้อยู่หมัดเลยทีเดียวจูเลียสซีซาร์บ้าคลีโอพัตตราขนาดไหนก็ถึงขนาดได้สร้างรูปปั่นแทนเทพีเดิมขึ้นไปตั้งอยู่ในวิหารกรุงโรมเลยทีเดียว

ซึ่งมันก็เลยเป็นที่ไม่พอใจของชาวโรมเป็นอย่างมากแต่ก็ทำอะไรไม่ได้คลีโอพัตตราได้อยู่กินกับซีซาร์ต่อมาจนกระทั่งมีลูกชายหนึ่งคนแต่แล้วข่าวร้ายก็เกิดขึ้นเมื่อซีซาร์นั้นโดยทรยศแล้วโดนแทงฆ่าตายอยู่ในสภาพระนางก็เลยจะต้องหนีเอาชีวิตรอดทีนี้หลังจากที่หนีเสร็จแล้วทำยังไงอียิปต์ไม่มีที่พึ่งแล้วนางก็กลับไปใช่สูตรสำเร็จสูตรเดิมจับผู้

เนื่องจากนี้ผู้คนที่สองนั้นก็คือมาร์แอนโทนี่ทหารหนุ่มร่างกายกำยำรอบนี้ด้วยความที่ว่าอาหารไม่ใช่เนื้อเหี่ยวๆแล้วแต่มันเป็นอะไรที่น่ากินอย่างมากพระนางคลีโอพัตตราเธอก็เลยจัดเต็มยิ่งกว่าเดิม

เมื่อพระนางคลีโอพัตตราทราบว่ามาร์แอนโทนี่ได้ไปทำการรบอยู่ที่ตุรกีพระนางก็จึงเร่งรีบไปเพื่อจะใช้มารยาหญิงอย่างเต็มที่พระนางรู้ว่ามาร์แอนโทนี่นั้นชอบเปรียบเทียบตัวเองกับเทพไดโอนิซัสที่เป็นเทพแห่งเหล้าองุ่นของชาวกรีกโรมันแล้วก็ยังเป็นเทพแห่งการฉลองและงานฉลองกเป็นสิ่งที่มาร์แอนโทนี่ชอบเป็นอย่างมาก

โดยคลีโอพัตตราเธอนั้นก็จับจุดได้โบราณเขาว่าหนามยอกเอาหนามบ่งดังนั้นเทพมาก็ต้องเอาเทพีสยบในวันก่อนออกรบคลีโอพัตตราได้แห่งเอากำลังพลเข้าไปที่ค่ายทหารของมาร์แอนโทนี่แล้วก็ได้เแต่งกายเป็นเทพีวีนัสเทพีแห่งความรักและความหลง

 

สนับสนุนโดย  เซ็กซี่ บาคาร่า คือ

เผด็จการ นายพลปัก จุงฮี

ในปี ค.ศ.1973 คิม แดจุง ต่อมาได้เป็นประธานาธิบดีคนที่8 ก็เคยถูกKCIAลักพาตัวอุ้มมาจากญี่ปุ่นกลับมาขังที่เกาหลีใต้เพราะว่าในช่วงนั้นเขากำลังลี้ภัยและเคลื่อนไหวต่อต้านเผด็จการ

ชีวิตภายใต้ระบอบยูชินสำหรับประชาชนก็ยากลำบากถึงเศรษฐกิจเกาหลีใต้ในยุค1970จะเริ่มก้าวหน้าเพราะประเทศเน้นหารายได้จากอุตสาหกรรมและการส่งออกได้แล้วแต่ก็เป็นความเจริญสำหรับเฉาะคนบางส่วนเพราะการส่งออกที่ว่าก็คือการส่งออกที่เน้นการทำกำไรจากการกดค่าแรงคนงานเพื่อลดต้นทุนให้ต่ำจะได้สู้กับญี่ปุ่น จีนและไต้หวันได้

นักการเมืองและข้าราชการก็ร่ำรวยแบบผิดปกติจนเป็นปกติเพราะได้รับประโยชน์จากการอนุมัติการลงทุนโครงการของรัฐต่างๆให้กับพวกนายทุนหน้าเดิมๆที่ได้กลายเป็นนายทุนผูกขาดคนเดียวมีหลายๆกิจการและเป็นระบบบริษัทครอบครัวหรือที่แฟนๆเกาหลีอาจจะเคยได้ยินกันว่าเป็นบริษัทแบบแชโบล

คำว่าแชโบลแปลตรงๆว่าครอบครัวที่มีเงินก็คือธุรกิจครอบครัวกงสีสไตล์นั่นแหละการทำธุรกิจกับรัฐในช่วงนั้นไม่ว่าโควต้าจัดซื้อจัดจ้างการนำเข้าและส่งออกก็ล้วนแต่ต้องผ่านทหารและทหารก็ได้เอาเงินไปรักษาอำนาจเอาไปแจกจ่ายสร้างบุญคุณให้ผู้ใต้อุปถัมภ์เอาไปใช้เล่นการเมืองสกปรกเผด็จการกับพวกก็ได้ตักตวงผลประโยชน์กันอย่างเต็มที่ชนชั้นกลางกับชนชั้นแรงงานก็ทำงานเสียภาษีแบบไม่ได้อะไรไม่มีทางลืมตาอ้าปากนักศึกษามองไม่เห็นอนาคต

นอกจากนี้ประชาชนก็ได้เริ่มทำการต่อต้านระบอบยูชิน กันมากขึ้นเรื่อยๆการต่อต้านได้เริ่มเข้มข้นตั้งแต่ ค.ศ.1974 รัฐบาลปัก จุงฮีใช้มาตรการฉุกเฉินเพื่อใช้กำลังควบคุมประชาชนอีกครั้งในช่วงปี1974-1979มีการใ้มาตรการฉุกเฉิน9ฉบับบางคนก็เรียกว่าเป็นยุคแห่งมาตรการฉุกเฉินเป็นยุคที่รัฐมองประชาชนผู้เสียภาษีเป็นศัตรูแบบออกหน้าออกตาทั้งที่ศัรูก็มีอยู่แล้วก็คือเกาหลีเหนือ

ช่วงสิงหาคม ค.ศ.1979 ประชาชนก็ทนไม่ไหวจนได้หลังจากที่ นาย ปัก จุงฮี ใช้การเลือกตั้งชุบตัวเป็นครั้งที่สองและก็ได้ใช้สภาหรือที่เรียกว่าสมัชชาแห่งชาติที่อยู่ใต้อำนาจของ ปัก จุงฮี โหวตขับไล่หัวหน้าพรรคฝ่ายค้านพรรคNDP คิมยังซัม ออกไปจากสภา

โดยประชาชนก็โกรธแค้นรู้สึกหมดหนทางที่จะสู้ด้วยการเมืองอีกรอบออกมาชุมนุมใหญ่ทั่วทั้งประเทศอีกรอบยิ่งถูกสลายการชุมนุมยิ่งจับคนติดคุกประชาชนก็ยิ่งออกมามากขึ้นเรื่อยๆในสถานการณ์ที่ย่ำแย่รัฐบาลก็ได้หมดความชอบธรรมมากขึ้นเรื่อยๆ

ก็ได้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

เมื่อ นายพลปัก จุงฮี ก็ถูกลอบสังหารคาทำเนียบรัฐบาล โดยหัวหน้าKCIAที่จริงแล้วก็เคยมีความพยายามที่จะลอบสังหาร นายปัก จุงฮี มาแล้วครั้งหนึ่งในปี ค.ศ. 1974ขณะที่กำลังปราศรัยออกทีวีที่โรงละครแห่งชาติเกาหลี

ประวัติของมหาวีระผู้เป็นศาสดาที่ยิ่งใหญ่

ซึ่งในวันนี้เราจะมากล่าวถึงในประวัติของมหาวีระที่ได้เป็นศาสดาของศาสนาเชนและศาสนาเชนนั้นก็ถือได้ว่าได้เป็นศาสนาที่มีความเก่าแก่ของโลกในอีกศาสนาหนึ่ง

ซึ่งได้อยู่ร่วมกันกับศาสนาพุทธหรืออาจจะเกิดก่อนศาสนาพุทธด้วยซ้ำและในส่วนของศาสนาเชนนั้นแต่ก็ยังได้มีหลายคนนั้นได้เกิดสงสัยว่ามหาวีระที่ได้เป็นศาสดาของศาสนาเชนนั้นท่านนั้นคือใครทำไมเรื่องราวของท่านนี่เหมือนกับเรื่องราวของพระพุทธเจ้าเลยและทานนั้นได้มีประวัติความเป็นมาอย่างไรเราไปดูกันได้เลย

นอกจากนี้อย่างที่เราได้กล่าวไปแล้วนั้นว่ามหาวีระนั้นได้เป็นศาสดาของศาสนาเชนและยังได้นับว่าเป็นพระตีรขังกรองค์สุดท้ายของศาสนา

ซึ่งผู้คนที่เขาได้นับถือศาสนาเชนเขาได้มีการเชื่อกันมาว่าศาสนาของตนนั้นพระตีรถังกรถึง24พระองค์ด้วยกัน

ท่านมหาวีระได้เกิดในวรรณะกษัตริย์เดิมทีแล้วท่านนั้นได้มีนามว่า วรรธมานะ เป็นพระราชโอรสของบิดาพระเจ้าสิทธารกอยู่ในช่วงกษัตริย์ฤทธิ์หวีดที่ได้รวมปกครองนครเวสารีหรอไพสารีนั่นเอง

สำหรับพระราชมารดามีพระนามว่าพระนางตฤศลา วรรธมานะหรือต่อไปนั้นได้กล่าวกันว่าพระองค์นั้นมีพี่น้องร่วมพระมารดาเดียวกัน2พระองค์ก็คือ พระเชษฐภคินี 1พรองค์ และ พระเชษฐา 1พระองค์โดยท่านมหาวีระนั้นได้เป็นพระโอรสองค์สุดท้ายส่วนพระเชษฐาพระองค์มีชื่อว่า “นันทิวรรธณะ” และยังได้กล่าวกันอีกว่าทางพระราชบิดาและพระราชมารดาของเจ้าชาย วรรธมานะ นั้นนับถือนักพงพระปราโมทย์

ซึ่งก็ได้เป็นพระตีรถังกรเป็นองค์ที่23ของศาสนาเชนนั้นเอง ตำนานของเชนนั้นยังได้บอกอีกว่ากลอนประสูติพระราชโอรสพระนางตฤศลาได้มีนิมิตรถึงสิ่งมงคล14อย่างได้แก่ ช้าง โค ราชสีห์ เทวีรัศมี พวงบุผชาติ ดวงจันทร์วันเพ็ญ ดวงอาทิตย์ ธงผืนใหญ่ โถใส่น้ำทำด้วยเงิน สระบัว ทะเลน้ำนม อากาศยานเหล่าเทพ อัญมณี และ ไฟที่ไม่มีควัน มี14แต่ในนิคำพรเพิ่มเข้าไปอีกสองอย่างก็คือตราคู่และบัลลังก์เป็น16อย่าง

นอกจากนี้ต่อมาในวันที่พระราชกุมารน้อยประสูติก็ได้มีการจัดงานมหกรรมเฉลิมฉลองกันอย่างยิ่งใหญ่ตามท้องถนนทั่วไพสารีผู้คนต่างก็ได้นำเอาพวงเครื่องสังเวยไปเส้นไหว้ในเทวะสถานฤาษีพราหมณ์สาธยายเทศจากนั้นก็ได้รับของอย่างมากมาย

ทั้งนี้ก็ยังได้มีการนิรโทษกรรมเหล่าพวกนักโทษอีกด้วยบรรดาฤาษีพรามนณ์จากหลายที่มาเข้าชมพระบารมีของพระราชโอรสองค์น้อยเมื่อได้เห็นพระราชกุมารก็ได้มีการทำนายเอาไว้อีกว่าพระราชกุมารนี่โตขึ้นมาจะเป็นผู้ยิ่งใหญ่มีความรุ่งเรืองในอนาคต

โดยมีการทำนายเอาไว้อยู่2อย่างก็คือ ถ้าหากว่าพระองค์อยู่ครองเรือนจะได้เป็นจักรพรรดิราชผู้ยิ่งใหญ่ประการที่สอง ถ้าหากว่าออกบวชจะได้เป็นศาสดาที่ยิ่งใหญ่

การเปลี่ยนแปลงการปกครองราชาณาจักรสยาม2475

นอกจากนี้สมัยที่นายปรีดีนั้นได้เป็นเด็กและได้เข้าศึกษาที่โรงเรียนกฎหมายและท่านก็ได้รับคัดเลือกให้เข้าสู่กระทรวงการยุติธรรมให้เข้าไปรับทุนไปศึกษาต่อในด้านวิชากฎหมายที่ประเทศฝรั่งเศส

หลังจากการปฏิวัติฝรั่งเศสในพุทธศักราช2332กล่าวได้ว่ามหานครปารีสกลายเป็นดินแดนที่บ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงสังคม 

ขณะที่นายปรีดี กำลังศึกษาอยู่นั้นชาวเอเชียผุ้ที่จะมุ่งกอบกู้ประเทศให้พ้นจากการเป็นอาณานิคมเช่นโฮ จิ มิ น และ โจวเอินไหลต่างก็ได้ใช้ชีวิตอยู่ในมหานครแห่งนี้

กุมภาพันธ์ 2470นายปรีดี พนมยงค์ นักศึกษาปริญญาดุษฎีบัณฑิตกฎหมายแห่งมหาวิทยาลัยปารีสได้รวมชุมนุมกับนักเรียนไทยในยุโปรจำนวน6คนอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาถึง5วันที่ประชุมมีมัติร่วมกันเปลี่ยนแปลงการปกครองของสยามจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ไปเป็นระบอบประชาธิปไตยที่มีกษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญและวางแนวทางการพัฒนาประเทศภายใต้หลัก6ประการคือ เอกราช ความปลอดภัย เศรษฐกิจ เสมอภาค เสรีภาค และ การศึกษา 

งานเฉลิมฉลองพระนครครบ150ปีในพุทธศักราช2475นี้เกิดขึ้นท่ามกลางข่าวลือการก่อความไม่สงบเกิดขึ้นภายในพระนครด้วยความเป็นจริงที่ไม่มีผู้ใดร่วมรู้ก็คือแกนนำคณะราษฎรได้สำเร็จการศึกษากลับมาปฎิบัติหน้าที่อยู่ในกรมกองต่างๆทั้งได้ร่วมประชุมกับระดับนายทหารระดับกลางอันนำโดยนามพระญาณพหลพยุหเสนาบดีมาอย่างต่อเนื่องแล้ว

เพียงแต่ทั้งหมดนี่ตัดสิ้นใจไม่ดำเนินการในช่วงเวลานี้นี้มันก็ย่อมหมายความว่าท่ามกลางแถวทหารที่กล่าวคำปฏิญาณตนต่อหน้าพระพักตร์ในขณะนี้ย่อมมีผู้คิดพลิกแผ่นดินสยามในอกสองเดือนถัดมาได้ปะปนอยู่ด้วย

3นาฬิกา วันที่24มิถุนายน 2475 พันโทพระประศาสน์พิทยายุทธ ขับรถออกจากบ้านแทบวัดราชาธิวาสมุ่งสู่บ้านพหลพยุหเสนาบดีที่บางซือตามแผ่นการที่กำหนดโดยพระญาณทรงสุรเดชอาจารย์นายใหญ่โรงเรียนนายร้อยทหารบกปฏิบัติการยึดอำนาจรัฐจะต้องเริ่มต้นและเสร็จสิ้นภายใน1ชั่วโมงคือระหว่าง5นาฬิกา ถึง6นาฬิกาตรง5นาฬิกา คณะผู้ก่อการฝ่ายทหารบกกระจายการเข้ายึดจู่โจมยุทธศาสตร์ตัดการติดต่อสื่อสารพร้อมทั้งจับเจ้านายบางพระองค์ไว้เป็นตัวประกัน

6นาฬิกาคณะผู้ก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครองฝ่ายทหารเรือนำกำลัง200นายไปชุมนุมที่ลาดพระบรมรูปทรงม้าร่วมกับกำลังพลส่วนอื่นที่รวมตามมาแผนการที่วางไว้จากนั้นพระญาณพหลพยุหเสนาบดีหัวหน้าพรรคราษฎรก้าวออกมาหน้าแถวทหารประมาณ2นายอ่านประกาศการเปลี่ยนแปลงการปกครองราชาณาจักรสยาม

ขณะที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเสด็จแปพระราชสถานอยู่ที่พระราชวงศ์ไกลกังวลที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่เห็นได้ชัดก็คือพระมหากษัตริย์ซึ่งได้มีบทบาทอำนาจในการบริเวณการปกครองประเทศเปลี่ยนแปลงไปทันทีและการประชุมพยุหเสนาบดีเริ่มตั้งขึ้นสมัยรัชกาลที่5หากถามว่าใครนั่งเป็นเสนาบดีก็คือรัชกาลที่5เพราะฉะนั้นท่านรัชกาลที่5เป็นนายกรัฐมนตรีคนแรก

 

สนับสนุนโดย  ทางเข้าdewabet

สมัยรัชกาลที่5พระองค์ก็ได้ปฏิรูปครั้งใหญ่นำความเจริญเข้ามาแบบก้าวกระโดด

พอเทคโนโลยีดีวัฒนธรรมก็เติบโตแพร่หลายในหมู่สามัญชนเช่นดนตรีบลูส์ ดนตรีแจ๊ส ดนตรีของคนรากหญ้าดังกระหึ่มทั่วโลกยุคนี้ยังเป็นยุคเริ่มเฟื่องฟูของภาพยนตร์ทำให้คนสามารถหาความบันเทิงได้ในราคาถูกมีให้ดูทุกวันตั๋วไม่แพงเหมือนละครทีวี หรือ คอนเสิร์ตต่างๆภาพยนตร์เงียบดังสุดๆในช่วงนี้เลย

ประเทศแบบเยอรมันกลายเป็นผู้นำเรื่องศิลปะภาพยนตร์เลยทีเดียวพอการเมืองดีรัฐก็เริ่มลงทุนในชนชั้นแรงงานที่เป็นกำลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจช่วงปี ค.ศ.1920กระแสสังคมนิยมกำลังมาแรงในอังกฤษพรรคแรงงานก้าวขึ้นมาสู่สีกับพรรคอนุรักษ์นิยมมีการออกกฎหมายที่ขยายผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจาก5ล้านคนกลายเป็น12ล้านคนแต่ผู้หญิงก็ยังไม่ได้เลือกตั้งทุกคนอยู่ดีทำให้มีความเท่าเทียบกันมากขึ้นมีกฎหมายสวัสดิการจ่ายเงินให้คนว่างงานประชากรมีกำลังซื้อบ้านของตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆเช่นเดียวกันกับประเทศสุดฮิตที่เจ้านายไทยสมัยนี้นิยมส่งลูกหลานไปเรียนก็คือเยอรมันที่ปกครองด้วยระบอบสาธารณรัฐหรือที่เรียกว่า สาธารณรัฐไวมาร์แม้จะมีอายุสั้นไม่กี่สิบปีแต่ก็มีความเป็นประชาธิปไตยมีการออกกฎหมายจำกัดชั่วโมงการทำงานที่ค่อนข้างเป็นสากลคือ48ชั่วโมงต่อสัปดาห์

เริ่มมีสวัสดิการรัฐซึ่งนี่คือปี ค.ศ.1919หรือ พ.ศ.2462ช่วงปลายรัชสมัยรัชกาลที่6เลยทีเดียวกลับมามองกันที่ระบอบการปกครองในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นตอนนั้นเราปกครองด้วยระบอบรัฐบรรณาการหมายความว่าเราไม่ได้ปกครองหัวเมืองต่างๆโดยตรงแต่เมืองต่างตกลงจะส่งบรรณาการให้เราเพื่อเป็นการคุ้มครองแต่พอถึง

สมัยรัชกาลที่5พระองค์ก็ได้ปฏิรูปครั้งใหญ่ถือว่าเป็นการปกครองแบบสมูรณาญาสิทธิราชย์เต็มตัวคืออำนาจอยู่กับพระองค์ทั้งหมด

โดยบริหารงานราชการทั่วราชาณาจักรผ่านระบบราชการซึ่งนำความเจริญเข้ามาแบบก้าวกระโดดเลยระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานก็เกิดขึ้นมีรถไฟมีถนน

แต่จนถึงปีพ.ศ.2475ประเทศสยามก็ยังเป็นประเทศเกษตรกรรมไม่สามารถกางข้ามไปสู่ประเทศอุตสาหกรรมได้ความเจริญที่ได้เข้ามาก็มีเพียงแค่จุดๆเดียวนั่นก็คือพระนครที่ทางของสยามก็คือการขายสินค้าเกษตรป้อนตลาดให้กับโลกอุตสาหกรรมชาวนาคือฐานรากที่ทำให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโตและเรากำลังจะเจอกับวิกฤติเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลกที่เกิดขึ้นในปี1930ทั้งๆแบบนี้ด้วยพอเรายังเป็นสังคมกสิกรรมในขณะที่เศรษฐกิจทั่วโลกกำลังเติบโตที่ทางของสยามก็คือเป็นประเทศการส่งออกสินค้าเกษตรเช่นข้าวแต่ปัญหาก็คือที่ดิน

ซึ่งได้เป็นปัจจัยการผลิตที่สำคัญที่สุดนั่นแหละแล้วเจ้าของที่ดินจะเป็นใครไปได้นอกจากขุนนางเก่าข้าราชการชั้นผู้ใหญ่

ซึ่งล้วนแต่ถูกแต่งตั้งโดยคนกลุ่มเดียวที่ใกล้ชิดกับพระมหากษัตริย์ช่วงเวลานั้น นายคาร์ล ซิมเมอร์แมนนักวิชาการชาวอเมริกันที่ทางการของสยามเคยจ้างให้เข้ามาสำรวจระบบเศรษฐกิจก็พบว่าในภาคกลาง36%ของชาวชนบทไม่มีกรรมสิทธิในที่ดินทำกินเลย

 

สนับสนุนโดย  dewabet

การปฏิรูปล้มสลายของสหภาพโซเวียต

สงครามเย็นCOLD WARได้เป็นความเห็นต่างจากสองแนวคิดโดยฝ่ายโลกเสรี นำโดยAMERICAกับฝ่ายโลกคอมมิวนิสต์ที่ได้มีSOVIETเป็นผู้นำ สงครามเย็นได้มีการทำสงครามกับระหว่างชาติมหาอำนาจทั้ง2แต่ใช้ในรูปแบบของสงครามตัวแทนPROXY WARเช่นสงครามเกาหลีและสงครามเวียดนามหลังสงครามโลกครั้งที่2ได้ขยายลัทธิคอมมิวนิสต์เข้ามาทางยุโปรทางตะวันออกหลายประเทศได้ตกเป็นบริวาลNIKITAKHRUSHCHEVเป็นเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ของสหภาพโซเวียต

ส่งผลให้HARRY s. TRUMANประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาได้ประกาศ “วาทะทรูแมน”เมื่อวันที่12มีนาคม ค.ศ.1947 โดยได้กล่าวว่าจะให้ความช่วยเหลือและคุ้มครองแก่ประเทศเอกราชที่กำลังจะถูกลัทธิคอมมิวนิสต์เข้ายึดครองวาทะนี้ถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามเย็นสหภาพโซเวียตเป็นประเทศแรกของโลกที่ปกครองด้วยระบอมของสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ตามแนวคิดของKARL MARXมาตั้งแต่  ค.ศ. 1917

จากนั้นได้ล่มสลายลงเมื่อวันที่25ธันวาคม ค.ศ.1991ในสมัยของประธานาธิบดีmikhail gorbachev จากนั้นmikhail gorbachevก็พยายามที่จะปฏิรูปสหภาพโซเวียตตามนโบายglasnostคือการเปิดกว้างรับการติดต่อจากโลกภายนอกหลังปิดประเทศอยู่หลังม่านเหล็กมานานและPerestroikaคือการปรับและเปลี่ยนจากสังคมนิยมมาเป็นเสรีนิยมใหม่Neoliberalismพร้อมกันนี้ mikhail gorbachevยังได้ยุติการแข่งขันทางด้านอาวุธกับสหรัฐ ซึ่งนโยบายของ mikhail gorbachevนี่เอง

ถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นการสิ้นสุดของสงครามเย็นและการล่มสลายของสหภาพโซเวียตเขาได้มีความคิดที่เป็นมีหัวก้าวหน้าโดยได้เห็นว่าระบอม คอมมิวนิสต์ควบคุมระบบงานจนไม่มีประสิทธิภาพขายนวัตกรรมใหม่ๆที่จะไปแข่งขันในตลาดโลกได้เศรษฐกิจในประเทศไม่ขยายตัวจนเกิดวิกฤตเพราะเอางบประมาณไปช่วยเหลือพันธมิตรในทวีปเอเชียแอฟริกาและอเมริกากลางการแข่งขันกับสหรัฐอเมริกาโดยพัฒนาอาวุธยุธศาสตร์ทางอวกาศเพื่อแข่งขันกับโครงการสตาวอของสหรัฐอเมริกาจนเกิดปัญหาขาดดุลงบประมาณและประการสุดท้ายผลการปฏิรูปของสหภาพโซเวียต

ได้เป้นการเปิดโอกาสให้กับประเทศให้มีบริวาลอย่างเยรมนีทางตะวันออกHungaryโปรแลนด์และเชโกสโลวาเกียเริ่มปฏิรูปประเทศให้เป็นประชาธิปไตและเคลื่อนไหวออกตัวจากสหภาพโซเวียต วึ่งทางสหภาพโซเวียตก็ไม่ได้ดำเนิดการนโยบายแทรกแซงแต่อย่างใดเหตุการณ์ที่ได้เกิดขึ้นทางยุโรปตะวันออกได้ส่งผลให้รัฐต่างๆในสหภาพโซเวียตเคลื่อนไหว

เพื่อแยกตัวเป็นเอกราช ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากBoris Yeltsinคู่แข่งทางการเมืองคนสำคัญของนาย mikhail gorbachevถึงแม้ว่า mikhail gorbachevจะพยายามที่จะหาทางออกในการเคลื่อนไหวในคราวนี้ด้วยการจดทำหนังสือสันธิสัญญาใหม่โดยจะเป็นการเพิ่มอำนาจในการปกครองตนเองให้แก่รัฐต่างๆในสหภาพโซเวียตเพื่อชักจูงไม่ให้รัฐเหล่านั้นแยกตัวมาเป็นเอกราชอย่างไรก็ตามสนธิสัญญาใหม่ฉบับนี้

ไม่ได้รับการตอบรับจากรัฐต่างๆอีกทั้งคะแนนนิยมของนายmikhail gorbachevก็ได้ลดลงเป็นอย่างมากจากความล้มเหลวในการปฏิรูปเศรษฐกิจของสหภาพโซเวียต

 

สนับสนุนโดย  entaplay แทงบอลออนไลน์