ตำนานเพชรซาอุดิอาระเบีย

หากจะพูดถึงคดีดังที่มักจะมีคนพูดกันอยู่ทุกๆครั้งเมื่อได้มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลก็อาจจะยกให้คดีประวัติศาสตร์ที่มันได้นำไปสู่ความขัดแย้งที่มันยากเกินจนประสานกันระหว่างความสัมพันธ์ของประเทศไทยและซาอุดีอาระเบียอย่างคดีเพชรของซาอุดีอาระเบียเพชรอาถรรพ์แห่งของราชวงศ์ไฟซาล

ซึ่งจนป่านี้มันก็ได้ผ่าระยะเวลามากประมาณ30ปีซึ่งมันก็ยังไม่มีความคืบหน้าให้เห็นกันอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านมากว่า30ปีอาถรรพ์ของเพชรซาอุดิอาระเบียมันก็ยังไม่ตายหายไปจากโลกนี้อย่างง่ายๆ เมื่อวันที่3มีนาคม ปี2549พลตํารวจโทชลอ เกิดเทศที่ได้เป็นหนึ่งของตัวละครเอกที่อยู่ในตำนานคดีของเพชรซาอุก็ยังหนีอาถรรพ์ของเพชรซาอุไปไม่ได้ เมื่อศาล อุทธรณ์พิภได้พิพากษาให้ประหารชีวิตในเรื่องคดีการฆ่าของแม่ลูกหลังจากนั้นที่ศาลชั้นต้นที่ได้สั่งให้จำคุกตลอดชีวิตไปเมื่อหลายปีก่อน

คำพิพากษาให้ประหารชีวิตก็ได้ทำให้มือพกาฬเจ้าของฉายาสิงห์เหนือถึงกับต้องคอตกอีกรอบหนึ่งที่ต้องกลับมาที่คุกบางขวางเพื่อที่จจะเข้ามาฟังผลคดีในชั้นศาลฎีกาอีกครั้งหนึ่งในอนาคต นอกจากนี้ในชะตากรรมของพลตำรวจชลอ มันได้เป็นเครื่องพิสูจน์อีกครั้งว่า อาถรรพ์ของเพชรซาอุนั้นมันมีความน่ากลัวแค่ไหนและถ้าหากว่าใครก็ตามที่ได้เข้ามามีความเกี่ยวข้องแล้วก็จะต้องมีความเป็นไปเกือบจะทุกราย สำหรับเรื่องราวนี้ก็ได้ย้อนกลับไปเมื่อวันที่นายเกรียงไกร เตชะโม่ง ที่ได้เป็นหนุ่มเมืองรถม้าที่จังหวัดลำปางที่ได้เดินทางเข้าไปทำมาหากินเพื่อที่จะหวังเข้าไปขุดทองที่ทะเลทรายของฝั่งตะวันออกกลาง

แต่จริงๆแล้วตัวของเขาก็ไม่ได้คิดที่จะรวยเหมือนกับค่าแรงเหมือนกับคนอื่นๆเขาเหมือนกันแต่เขาจะหวังกับการเสี่ยงโชคจากการเล่นไฮโลเสียมากกว่าเพราะนิ้วมือของเขานั้นก็ได้เอาแม่เหล็กฝังเอาไว้ทั้งสองข้างจากนั้นเมื่อนิ้วมือของเขานั้นได้ผ่านเครื่องเอกซเรย์โลหะมันก็มักจะมีสัญญาณเตือนขึ้นมาทุกๆครั้งแต่ทว่าโชคชะตาของเขามันได้พัดออกไปไกลกว่านั้นเมื่อเขาได้ถูกไล่ให้เข้าไปทำงานในพระราชวังค์ของซาอุดิอาระเบียและนั้นก็คือประถมมาบทแห่งมาหากราบเพชรซาอุที่เป็นอาถรรพ์ปริศนาดำมืดที่มีความน่ากลัว วันนั้นในพระราชวังค์ที่น่าแปลกที่ข้าราชบริพารต่าง

ก็ได้หายหน้ากันไปหมด นายเกรียงไกรก็ได้อาศัยจังหวะนี้หาของที่มีค่าอยู่ภายในจากนั้นเขาก็ได้พบเจอกับเครื่องเพชรซึ่งมันก็มีมูลค่าก็อาจจะขายได้หลายบาทอยู่แต่เขานั้นอาจจะคิดไม่ถึงว่ามันจะมีค่ามหาสารที่จะประเมินค่าได้จากนั้นเขาก็ได้ขโมยเพชรมาได้ถึงสองครั้งและก็ได้ผ่านด่านศุลกากรของทั้งสองประเทศเข้ามาได้อย่างง่ายดายไม่นานทางการซาอุดิอาระเบียก็ได้รู้ว่าเครื่องเพชรที่ประเมินค่าไม่ได้ที่ได้ถูกหนุ่มคนไทยรักขโมยออกมาจึงได้ประสารกับรัฐบาลไทยให้ออกติดตามค้นหาเพชรประจำราชวังศ์ส่งคืนอย่างเร่งด่วน

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  bk8 ฟรี เครดิต

การเดินป่าของพรานแก้ว นายมาก และ นายนอง

ผืนป่าแน่นทึบชื้นแฉะเยือกเย็นไม่มีทีท่าว่ามันจะหมดไปสักทีพอหนักเข้าพรานแก้วที่เดินอยู่ด้านหน้าก็หยุดเดินแล้วหันมาบอกว่ามืดเสียแล้วพวกเองจะเอาอย่างไรจะเดินกันต่อหรือไม่ไม่ไหวก็หาที่พักเอาแถวนี้แหละมากกับไอนองได้หันมามองหน้ากันนองลงไปแวกน้ำในหนองขึ้นมาสูบหน้าแล้วถามขึ้นว่าอีกนานหรือไม่พรานแก้ว

ถ้าไม่นานก็เดินต่อข้าเมื่อยจนจะก้าวขาไม่ออกแล้วนี่ตอบไม่ได้ว่ะบอกแล้วว่าข้าไม่เคยมาทางนี่งั้นก็ลองเดินไปอีกสักพักสิถ้าไม่พ้นดงก็นอนมันที่นั่นแหละไอมากได้พูดขึ้นเหมือนตัดสินใจคนทั้งสามก็ได้เดินทางไปในความมืดสลัวพรานแก้วได้เอาไฟฉายมาส่องนำหน้าป่าที่ชื้นแฉะเยือกเย็นอยู่แล้วเมื่อต้องตกอยู่ในความมืดก็ต้องยิ่งเย็นมากขึ้น

และวังเวงจนหน้าขนลุกจนอีกเกือบครึ่งชั่วโมงต่อมาก็ไม่มีทีท่าว่าจะพ้นป่าแห่งนี้เสียทีหนักเข้าไอมากกับไอนองก็หมดความอดทนมืดก็มืดทั้งเหนื่อยทั้งหิวแค้งขาแข็งเหมือนต้นไม้ หมดแรงแล้วพรานแก้วพักก็พักกันเถอะข้าก็ไม่ต่างจากเองลองดูสิพอจะมีที่แห้งให้หุงข้าวกินข้างมั้ยพรานแก้วฉายไฟไล่ไปตามพื้นมีกอหวายและเถาวัลย์พันเกี่ยวกับเหมือนกับงูเลื้อยบนราบเนินโครต้มมะค่าใหญ่มีกองหินเป็นแผ่นราดพื้นผิวปกคุมไปด้วยคราบตะไคร่น้ำแต่ดุแล้วมันก็หน้าจะดีกว่านั่งนอนตรงพื้นดินแฉะตรงนั้นพรานแก้วส่องไฟฉายไปทั่วเอามันตรงนี้แหละ

ยังไงมันก็เป็นหินเอา เอาไฟฉายออกไปหาฟืนกันทุกคนมีไฟฉายติดตัวจึงกระจายกันออกไปรอบๆป่าเปลียกชื้นนั้นเมื่อแสงแดดส่องลงไม่ถึงพื้นฟืนแห้งก็หายากมากแต่หลังจากพยายามกันอย่างเต็มที่จึงได้ฟืนกันมากันอย่างละสามสี่ท่อนแล้วจุดไฟกันอย่างยากเย็นทั้งช่วยเป่าช่วยพัดกันอีกพักใหญ่ท่อนฟืนจึงเริ่มจะติดไฟขึ้นเมื่อท่อนฟืนติดไฟดีแล้ว

แสงสว่างช่วยขับไล่ความมืดมิดออกไปความอบอุ่นจากกองไฟช่วยให้อุ่นใจขึ้นมาไม่น้อยพรานแก้วมองป่ารอบตัวแล้วได้แต่คิดว่าบรรยากาศไม่น่าจะไว้ใจเลยอย่างไรเสียคืนนี้ต้องจัดเวณเฝ้ายามจะหลับกันอย่างสบายอย่างเมื่อคืนไม่ได้แล้วเด็ดขาดอาหารไม่สู้ที่จะมีรสชาติเท่าใดนักแม้ทุกคนจะหิวจนตารายแต่ข้าวไม่สุก

เพราะฟืนนั้นเปลียกกับข้าวก็มีเพียงน้ำพริกและเนื้อแห้งย่างทำให้กินได้อย่างฟืดคออย่างเต็มทีกินเสร็จพรานแก้วก็ช่วยออกไปตัดไม้แห้งมาสุมไฟเพิ่มอีกหลังจากได้กันมาคนละท่อนพรานแก้วก็บอกให้เลิกเสียเพราะต้องการที่จะประหยัดไฟฉายกองไฟท่ก่อเอาไว้ก็ไม่สว่างมากนักเนื่องจากท่อนฟืนมีอย่างจำกัดยังไม่สามทุ่มป่าแห่งนี้ก็มืดมิดและเงียบสงบเหมือนอยู่ในโลกแร้ง

โลงศพที่ได้ถูกค้นพบในพีระมิดอย่างเป็นปริศนา

คลื่นความร้อนในพีระมิด

คลื่อความร้อนที่อยู่ในพีระมิดถึงแม้ว่าจะมีการศึกษาที่เกี่ยวกับพีระมิดมากกว่าหลายปีแล้วและมันอาจจะได้พบกับคำตอบที่เป็นปริศนาบางอย่างแล้วแต่มันก็ยังมีความลับบางอย่างที่เราไม่รู้อีกมากมายจากนั้นมันจึงได้ทำให้โครงการที่จะสแกนพีระมิดเกิดขึ้นมาโดยทางวิจัยก็จะใช้ในคลื่นความร้อนเป็นตัวสำรวจจากนั้นก็คอยบันทึกสิ่งความที่ผิดปกติต่างๆที่ได้เกิดขึ้นอยู่ภายในนั่นเองและเทคโนโลยีเหล่านี้แหละที่มันทำให้พวกเขานั้นสามารถที่จะค้นพบในสิ่งต่างๆ

ที่มันได้ซ้อนอยู่ภายในได้อย่างง่ายดายและยังได้ทำแผนผังของภายในของพีระมิดได้อย่างละเอียดด้วยการที่ใช้ภาพถ่ายที่ได้ถ่านมากจากรังสีอินฟราเรดนั่นมันจึงได้ทำให้รู้ว่าที่ด้านหลังของกำแพงพีระมิดนั้นได้มีช่องว่างห้องหรือทางเดินแบบไหนและยังรวมไปถึงชนิดวัตดุสิ่งปลูกสร้างโดยที่ไม่ต้องเดินทางเข้าไปสำรวจหรือจะต้องขุดหาตัวอย่างเลยสักนิดเดียวแต่ในบางครั้งในขณะที่ได้ทำการสำรวจอยู่ก็ได้เกิดความผิดปกติของอุณหภูมิที่ได้แตกต่างกันมามันจึงได้ทำให้นักวิจัยได้มีความมึนงงเป็นไก่ตาแตกกันเลยว่าสรุปแล้วนั้นมันได้เกิดอะไรขึ้นกันแน่ถึงแม้ว่าจะมีการตั้งคำสันนิษฐานเอาไว้แล้วแต่พวกเขานั้นก็จะต้องศึกษาเพิ่มเต็มเพื่อที่จะได้ไขปริศนากันในอนาคต

โลงปริศนาสีดำ

ทุกคนนั้นต่างก็ได้รู้กันดีว่าภายในพีระมิดนั้นมักจะมีเรื่องราวลักลับที่ชวนทำให้ขนหัวลุกอยู่เสมอๆจากจากมัมมี่และคำสาปที่สุดเฮี้ยนแล้วได้ว่ากันว่าในทางตอนใต้ของมหาพีระมิดกรีกซาจากนั้นก็ยังได้มีการขุดค้นพบโลงศพที่เป็นปริศนาสีดำฝังอยู่มากถึง24โลงจึงได้ทำให้นักโบราณคดีที่เห็นก๋ถึงกับตกใจอย่างไม่น้อยและด้วยปริมาณที่มันได้มากมายขนาดนั้นพวกเขานั้นได้ก่อสร้างมันขึ้นมาเพื่ออะไรกันเนื่อจากนี้ในแต่ละโลงศพนั้นก็ยังได้ถูกสร้างขึ้นด้วยหินแกรนิตซึ่งได้มีความแข็งแรงทรทาน

และโดยในแต่ละโลงนั้นได้มีการตัดก้อนหินอย่างสวยงามที่ดูแล้วมันอาจจะดูเหนือเกินไปกว่าฝีมือคนธรรมดาจากนั้นมันจึงได้ทำให้ผู้เชี่ยวชาญบางคนได้คิดว่ามันอาจจะเป็นของมนุษย์ต่างดาวก็เป็นได้แต่ถึงแม้ว่าจะยังไม่มีการสรุปมันได้เลยว่ากล้องเหล่านี้นั้นมันคืออะไรแต่ทางด้านักโบราณคดีของชาวอียิปต์ก็ได้สันนิษฐาน

เอาไว้ว่าโลงที่มีสีดำเหล่านี้มันอาจจะถูกใช้ให้เป็นสุสานของวอเอพีชซึ่งได้เป็นตัวแทนของพระทาเทพอุปถัมภ์ของนครเมมฟิสซึ่งมันได้เป็นที่เคารพนับถือกันในยุคนั้นมันก็อาจจะเป็นไปได้ว่าแต่มันยิ่งใหญ่ขนาดนี้กว่ามันจะแล้วเสร็จก็คงจะใช้เวลานานหลายปีแน่เลย

คำสาปของสุสานมันมี่มีอยู่จริงหรือไม่

ส่วนผสมปูนลึกลับ

เนื่องจากปริศนาเรื่องของการขนหินที่ก้อนใหญ่มหึมาแล้วแต่ก็ยังจะมีส่วนผสมที่ยังคงเป็นปริศนาของสิ่งก่อสร้างพีระมิดที่จะทำให้นักโบราณคดีในหลายๆคนก็ยัง งงว่ามันจะมีเคล็ดลับอะไรที่ถูกซ้อนอยู่กันแน่ว่ากันว่าในสมัยนั้นชาวอียิปต์โบราณเขาก็ยังๆได้ใช้ปูนเพื่อเปนการเชื่อมต่อของหินในแต่ละก้อนเหมือนอย่างกับสิ่งที่ได้ถูกสร้างขึ้นมาในปัจจุบันเลย

แต่มันก็ยังมีความแข็งแรงและมีความทนทานมากกว่าที่คิดเผยๆมันก็อาจจะมากกว่าก้อนหินที่ได้นำเอามใช้เป็นวัตดุหลักในการก่อสร้างเสียอีกเพราะก็ได้ผ่านร้อนผ่านหนาวมานานับปีขนาดนี้มันก็ยังไม่มีทีถ้าว่ามันจะผุกร่อนไปตามกาลเวลาเลยจากนั้นจากที่นักโบราณคดีที่ได้มาสำรวจและได้มีการวิจัยถึงส่วนองค์ประกอบของมัน

เพราะว่าในส่วนผสมหลักที่ได้นำเอามาใช้มันน่าจะเป็นปูนยิปซั่มแปรรูปที่ได้เกิดจากการส่วนผสมของหลายอย่างแต่อย่างไรมันก็หน้าแปลกที่ไม่ว่าเรานั้นจะใช้เทคโนโลยีวิเคราะห์สัดส่วนหรือส่วนผสมอื่นๆอย่างไรมันก็ไม่สามารถที่จะพบสูตรที่จะเหมือนกับการที่นำเอามาใช้ก่อสร้างพีระมิดได้อย่างเหมือน100%มันจึงทำให้ส่วนผสมนี้มันก็ยังคงได้เป็นความรับอยู่ต่อไป

คำสาปมันมี่

ได้ยินชื่อนี้ก็หวาดกลัวกันเลยทีเดียวกับคำสาปมันมี่ฟาโรห์ตุตันคามุนที่ได้เชื่อว่าถ้าหากว่าได้มีใครที่เข้าไปรบกวนก็จะต้องมีอันเป็นไปซึ่งในตอนแรกนั้นก็ไม่ได้มีใครที่จะเชื่อมากเท่าไหร่หลังจากที่ได้มีการเสีชีวิตของชายคนหนึ่งซึ่งเป็นเป็นสปอนเซอร์ในการเปิดสุสานขึ้นมากมันก็จะยิ่งหน้ากลัวเข้าไปใหญ่แต่ก็จะว่าไปแล้วมันก็จะมีแค่เพียงประมาณ6จาก26คนเท่านั้น

ที่ได้โดนของดีเข้าไปอย่างจังนอกจากนี้  เฮาเวิร์ด คาร์เตอร์ ผู้ที่เป็นคนเปิดสุสานเป็นคนแรกแทนที่กลับจะไปก่อนเพื่อนแต่ดันกลับมีชีวิตอยู่รอดมาได้ประมาณ20อีกด้วยจริงๆแล้วมมันได้เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่และจากเรื่องราวที่ได้มีการเกิดขึ้นมันจึงได้ทำให้นักเขียนที่มีชื่อดังอยู่หลายวคนได้นำเอาคำสาปต่างๆมาสร้างสีสัน

และได้ตอกย้ำความเชื่อของคนทั่วโลกให้เข้าใจว่ามันได้เฮี้ยนไปอีกทั้งในที่นักโบราณคดีที่ได้มีการศึกษาในเรื่องนี้พวกเขาเองก็ยังอยู่ได้ครบ32และยังได้กินอยู่อย่างสบายเหมือนเดิมแต่ถึงจะไม่รู้ว่ามันจะเป็นเพราะอะไรแต่เอาเป็นว่าของแบบนี้ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่

สถานที่ที่ต้องห้ามไม่ให้ใครเข้า

แอ่งดานาคิล  ประเทศเอธิโอเปีย

สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยของความแห้งแร้งและยังยากที่จะย่างกายเข้ามาในขณะที่ว่าไม่มีแม้แต่ต้นไม้หรือสิ่งที่มีชีวิตชนิดใดที่จะสามารถที่จะอาศัยอยู่ได้เลยแอ่งดานาคิล ก็ได้ตั้งอยู่ในทะเลทรายดานาคิล ทางตะวันออกเฉียงเหนืองของประเทศเอธิโอเปีย แอ่งดานาคิล  นั้นได้เป็นแอ่งรูปพัดมีความกว้างใหญ่ที่ได้มีอุณหภูมิสูงกว่า 50องศาเซลเซียสและยังมีความลึกอยุ่ที่ประมาณ100เมตรจากนำทะเล ณ ทั่วทุกพื้นที่ของแอ่งดานาคิลนั้น

มันก็ได้เต็มไปด้วยเกลือและจึงทำให้ไม่มีพืชชนิดใดๆสามารถที่มันจะเจริญเติบโตได้สักต้นและในของทุกๆปีนั้นระดับน้ำในแอ่งก็จะค่อยๆลดลงอย่างน้อยประมาณ100มิลลิเมตรจึงได้ส่งผลให้มีการขาดแคลนน้ำและยังได้มีการแห้งแร้งอย่างหนักแถมยังแอ่งในท่แห่งนี้นั้นมันยังคงอยู่ในเขตของพื้นที่ของภูเขาไฟดารอภูเขาไฟที่ยังมีการปะทุอยู่และยังได้มีการเกิดการปะทุของราวาอยู่บ่อนครั้งมันจึงได้ทำให้สถานที่แห่งนี้นั้นจึงเป็นสถานที่ที่มีสภาพแวดล้อมที่มีความโหดร้ายมากที่สุดในที่หนึ่งของโลกและยังจึงได้ถูกขนานนามว่าเป็นดินแดนแห่งความตายหรือนรกบนดินนั้นเอง

แต่ในความโหดร้ายดังกล่าวนั้นมันก็ยังสามารถที่จะทำให้สถานที่แห่งนี้นั้นได้ดูสวยงามและยังสามารถเปิดให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เปิดให้นักท่องเที่ยวนั้นได้เข้ามาชมส่งต่างๆที่ดูแปลๆละมีความโหดร้ายมากแต่ถึงอย่างไรเมื่อไปที่นั้นแล้วยังเหมือนกับว่าเรานั้นได้ไปเยี่ยบดาวดวงอื่นเลยและด้วยอุณหภูมิสูงกว่า 50องศาเซลเซียสนั้นเองมันจึงได้ทำได้ยากที่จะมีคนที่จะกล้าเข้ามาย่างกายแต่ในที่แห่งนี้นั้นมันก็ยังพอมีคนที่ยังได้อาศัยอยู่ซึ่งนั้นก็เป็นคนงานในเหมืองเกลือที่ได้ทำงานกลางสภาพแวดล้อมที่ได้ยากแสนจะลำบากมานานนับพันปีและได้เดินทางโดยการใช้อูฐนั้นเอง

Area 51 ประเทศสหรัสอเมริกา

คำถามสำคัญที่เกิดขึ้นในใจของมนุษย์เสมอก็คือเราอยู่เพียงลำพักบนโลกกลมๆใบนี้จริงๆหรอและถ้าหากว่าเรานั้นไม่ได้อยู่ตามลำพักล่ะแล้วมนุษย์ที่เราเรียกว่า ต่างดาวนั้นมันอยู่ที่ไหนกันแน่อันที่จริงแล้วคำตอบเหล่านั้นมันอาจจะอยู่เลยไม่ไกลเลยก็ได้เพราะในโลกของเรามีสถานที่ลับสุดยอดที่ได้ถูกเรียกว่า Area 51นั่นเอง Area 51 เป็นสถานที่ของทางการทหารสหรัสตั้งอยู่อย่างโดดเดียวในทะเลทรายของทะเลทรายเนวาด้ามันเป็นสถานที่ที่ได้เรียกว่าเป็นความลับสุดยอดของทางสหรัสผู้ที่สามารถเดินทางไปยัง Area 51ได้จะต้องเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลเท่านั้นและระดับสูงที่ว่านั้นแม้แต่ประธานาธิบดีเองก็ไม่อาจร้องเรียกเอาข้อมูลหรือที่จะเข้าไปเยี่ยมชมได้

 

สนับสนุนโดย  sagame

อังกฤษได้มอบเอกราชให้กับพม่า

ในช่วงที่อังกฤษได้มอบเอกราชให้กับทางพม่านั้นทำไมรัฐฉานถึงไม่เลือกอยู่กับประเทศไทยทั้งๆที่ดินแดนรัฐฉานมีชาติพันไทใหญ่ที่ได้มีความเกี่ยวพันกันกับคนไทยในสยามจนถึงปัจจุบันก็ยังมีความสัมผัสอันนี้อยู่ ทำไมในช่วงที่อังกฤษได้มอบเอกราชให้กับทางพม่านั้นทำไมรัฐฉานทำไมไม่เลือกที่จะอยู่กับไทยตั้งแต่แรก

แต่เดิมนั้นประเทษรัฐฉานตกเป็นของประเทศพม่าในสมัยพระเจ้าอลองพญาภายหลังจากที่ประเทศอังกฤษนั้นได้ยึดประเทศพม่าได้และได้ขยายอาณาเขตไปยังเมืองเชียงตุงก็ได้ประกาสว่าอังกฤษได้ยึดเอาเมืองไตไปเรียบร้อยแล้วหากแต่แตกต่างตรงพม่าที่คือประเทศพม่าได้เป็นเมืองใต้อนานิคมแต่รัฐฉานเป็นเมืองใต้อารักขา

กล่าวคือประเทศไทใหญ่นั้นไม่ใช่ประเทศพม่าและก็ไม่ใช่ประเทศไทยอีกเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ได้อยู่ภายใต้อารักขาของประเทศอังกฤษแต่ในช่วงสมัยสงครามโลกครั้งที่สองนั้นทางประเทศญี่ปุ่นได้ขอให้ประเทศไทยยกกำลังทหารได้เข้ายึดรัฐฉานและเชียงตุงจากทหารจีนและโดยญี่ปุ่นนั้นก็ได้ส่งให้ประเทศไทยผนวกเป็นสหรัฐไทเดิมเป็นจังหวัดไทใหญ่ซึ่งโดยในช่วงนี้รัฐฉานมีสถานภาพเป็นจังหวัดหนึ่งของประเทศไทยและได้มีชื่อว่าสหรัฐไทเดิมโดยต่อมาได้รับอิสระภาพนอกจากประเทศญี่ปุ่นนั้นได้แพ้สงครามประเทศไทยจึงต้องส่งคืนให้สหประชาชาติทางอังกฤษจึงได้ผนวกเข้ากับพม่าแทนโดยหลังจากที่ช่วงสงครามโลกครั้งที่สองผ่านมาทางการพม่าพยายามโน้มน้าวเจ้าฟ้าเหล่าบันดาไทใหญ่

เพื่อให้เข้าเรียกร้องเอกราชโดยเจ้าฟ้าไทใหญ่จึงได้รวมลงนามในสนธิสัญญากับชาวพม่าและกลุ่มชาติพันธ์ต่างๆเพื่อที่จะได้ขอเอกราชจากอังกฤษโดยสัญญาดังกล่าวเพื่อจะนำไปสู่การร่างประธรรมนูญซึ่งได้ระบุให้ชนชาติที่ได้ร่วมลงนามในสัญญาสามารถที่จะแยกตัวไปเป็นอิสระได้หลังจากที่ได้อยู่รวมกันคบ10ปีและก็ได้กล่าวคือทางไทใหญ่ได้ประกาสไม่ได้อยากอยู่ประเทศพม่าหรือประเทศไทยแต่จะต้องการอยู่เป็นอิสระไม่ขึ้นกับใครโดยเมื่อทางอังกฤษได้ให้เอกราชกับพม่าและไตรัฐบาลกลางพม่าก็ไม่ยอดทำตามสัญญา

และพยายามทำการรวมดินแดนให้เป็นของประเทศพม่าด้วยเหตุนี้จึงได้ทำให้ชาวไตหรือชาวไทใหญ่จึงไก่อตั้งกองกำลังกู้ชาติของตนเองขึ้นมาโดยหลังจากที่ประเทษอังกฤษนั้นได้ให้เอกราชกับพม่าและชาวไทใหญ่อังกฤษก็ได้ถามว่าจะอยู่กับประเทศไทยหรือประเทศพม่าตอนช่วงสงครามโลกครั้งที่สองที่ประเทศญี่ปุ่นนั้นสามารถเข้ายึดประเทศพม่าได้และให้ประเทศไทยนั้นไปปกครองเชียงตุง

 

สนับสนุนโดย  dewabet

สัตว์ที่ได้สูญพันธ์ไปแล้วไปถูกค้บพบอีกครั้ง

การสูญพันธ์ครั้งใหญ่ของโลกที่กลายเป็นที่รู้จักกันดีมาที่สุดคือ การสูญพันธ์ของไดโนเสาร์แต่ทว่าทุกวันนี้ก็ได้มีการสูญพันธ์อย่างรวดเร็วหลายสปีชีส์ในโลกและที่สำคัญต้นเหตุระยะหลังนี้ซึ่งได้มาจากมนุษย์สาเหตุทั้งนั้นแต่หน้าเสียดายที่มีสิ่งมีชีวิตหลายชนิดไม่อาจปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปด้วยน้ำมือของมนุษย์และวันนี้จะมีสัตว์สายพันธ์ไหนกันบ้างมาดูกันเลย

1 สุนัขป่า นิวกินี ไฮแลนด์ – เกาะนิวกินี

เป็นเวลากว่า50ปีที่นักวิทยาศาสตร์ไม่สามารถการดำรงค์ชีวิตอยู๋ของสุนัขป่าสายพันธ์นี้ได้จนกระทั่งเมื่อในปี2016พวกเขาไปพบร่องรอยเท้าของพวกมันอยู่บริเวณที่ราบสูง นิวกินีและได้ตั้งกล้องจับภาพมันได้อย่างน้อย15ตัวรวมถึงตัวเมียที่กำลังตั้งท้องและลูกน้อยอีกด้วยนี่ถือว่าเป็นสัตว์สายพันธ์สุนัขโบราณที่หายากที่สุดในปัจจุบันนี้

2 เสือทัสมาเนีย – ออสเตรเลีย

ยังไม่มีใครที่จะสามารถที่จะถ่ายภาพมันได้แต่มีชาวออสเตรเลียคนหนึ่งที่ยืนยันการพบเห็นของ เสือทัสมาเนีย ที่สูญพันธ์ไปตั้งแต่ศตวรรษที่1940ถึงแม้ว่ามันจะได้ชื่อว่าเป็นเสือแต่มันกลับดูเหมือนตะกูลสุนัขแต่ว่ามันก็ไม่ใช่สัตว์ตะกูลสุนัขอยู๋ดีเพราะมันถูกจัดว่าอยู่ในประเภคสัตว์ที่กินเนื้อที่มีกระเป๋าหน้าท้องเหมือนจิงโจ้และโคอาลานั้นเอง

3 นกกะรางแก้มแดง – เนปาล

นกกะรางแก้มแดงไม่เคยถูกพบในภาคตะวันออกของเนปาลมานานกว่า178ปีที่ผ่านมาแล้วจนกระทั่งทุกคนต่างก็คิดว่ามันได้สูญพันธ์ไปแล้วแต่เมื่อไม่นานมานี้มันกับได้ถูกพบโดยกลุ่มนักศึกษาวิทยาในระหว่างการทัวร์ชมนก10วันในเนปาลซึ่งในตอนแรกพวกเขาได้พบนกกะรางแก้มแดงแค่เพียง2ตัวและในวันถัดมาก็ได้เจอเพิ่มอีกเป็น8ตัว

4 กบต้นไม้ลายด่าง – ออสเตรเลีย 

หลังจากที่นักวิทยาศาสตร์ต่างก็คิดว่ามันได้สูญพันธ์ไปแล้วนานกว่า15ปีกับต้นไม้ลายด่างก็ได้ถูกค้นพบอีกครั้งในอุทยานแห่งชาติในประเทศออสเตรเลียซึ่งครั้งสุดท้ายที่เคยถูกพบคือในปี 2001 เนื่องจากพวกมันต้องล้มตายกันไปโดยเพราะเชื่อลา

5 ปลาแซลมอนซ็อกอาย – นิวซีแลนด์

ถ้าคุณมีโอกาสเดินทางไปยังเกาะทางตอนใต้ของนิวซีแลนด์คุณอาจจะได้เห็น ปลาแซลมอนซ็อกอาย หลายร้อยตัวได้ไม่ยากในขณะที่ก่อนหน้านี้มันถูกเชื่อว่าสูญพันธ์ไปแล้วตั้งแต่ศตวรรษที่1980แต่ในปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าพวกมันนั้นกลับมามีจำนวนมากขึ้นกว่า1,000ตัวทะเลสาบปูคากิและตอนนี้มันก็ได้ถูกจัดให่เป็นสัตว์คุ้มครองของนิวซีแลนด์อย่างเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  entaplay

นักเดินเรือโจรสลัด

อาวุธของโจรสลัดที่ไม่มีใครเหมือนและมีพลังร้ายแรงมาก

สำหรับนักเดินเรือโจรสลัดคือสิ่งหนึ่งที่หน้ากลัวไปกว่าไม่แพ้คลื่นยักษ์หรืออสูรกายที่อยู่ใต้ทะเลจริงมั้ยเพราะว่าจะต้องปล้นสะดมและยังได้แย้งชิงความเป็นใหญ่อยู่ตลอดเวลาส่วนอาวุธที่พวกเขามีนั้นแต่ละชนิดนั้นมันไม่ธรรมดาแถมยังมีอีกหลายประเภคเพื่อเอาไว้ใช้ปล้นและปกกันตัวเรายามที่ถูกศัตรูโจมตีแต่ละอย่างจะมีความแปลกและเด็ด7ย้านน้ำขนาดไหน

ปืนปลายดาบ

เป็นการมิกแอนแมทระหว่างปืนพกที่ใช้กระสุนขนาดไม่เกิน .54นำเอามาประกอบเข้ากับดาบสั้นถือว่ามันไม่ธรรมดาเลยจริงๆเพราะว่ามันมีความข้องตัวและยังสามารถทำศัตรูนั้นได้รับบาดเจ็บได้อย่างเช่นกันว่าวกันว่าได้เริ่มเอามาใช้กันอย่างจริงจังในช่วงของศตวรรษที่16ถึง17ถึงแม้ว่ารูปร่างนั้นมันจะไม่สั้นเหมือนกับมีดป่าวๆแต่ก็เอาไว้ใช้ในการต่อสู้ระยะประชิดได้ดีเลยทีเดียวและไม่ว่าจะศัตรูหน้าไหนก็จะม่สามารถที่จะเข้าไกล้ไปกว่านี้ไม่ได้เพราะเนื่องจากอาจจะถูกมีดฟันเข้าให้อย่างระยะระยะประชิดแล้วดีไม่ดีก็อาจจะโดนลูกกระสุนปืนเป็นของแถมเลยก็ได้

ฟังชั่นแรงจัดขนาดนี้โจรสลัดจึงไม่พลาดที่จะนำเอามาใช้เพราะว่าในช่วงงระยะเวลาที่มีการตะลุมบอนอย่างหนักและหากพลาดท่าทำปืนล่มไปแล้วเจ้าปืนปลายดาบอันนี้แหล่ะซึ่งมันจะเป็นตัวสำรองชั้นดีที่จะทำให้ศัตรูสะยบแทบเท้ากันได้เลยถึงแม้ว่ารูปร่างหน้าตาของดาบปลายปืนนั้นมันจะดูแลปกไปหน่อยแต่ถ้ามันจะสร้างความร้ายกายเอาไว้แบบนี้จะมีใครที่จะกล้าเข้ามายุ่งด้วยอีกไหม

ปืนลูกซอง9ลำกล้อง

ถ้าหากว่าปืนลูกซองที่มีอยู่นั้นมันดูธรรมดาเกินไปถ้าอย่างนั้นลองมาเจอกระบอกนี้หน่อยเป็นยังไงปืนลูกซอง9ลำกล้องจัดว่าเด็ดที่ไม่มีใครเหมือนเพราะถ้าหากในเวลายิงนั้นลูกกระสุนจะออกมาที่เดียว9นัดและไม่ว่าจะเจอศัตรูที่มีกองทัพใหญ่ขนาดไหนเจอเจ้าปืน9ลำกล้องเข้าไปทีเดียวอันเป็นต้องตายอนาจเลยทีเดียวและด้วยความที่มีตั้ง9ลำกล้องมันก็เลยจะมีน้ำหนักมากว่าปืนธรรมดาทั่วไปและจึงไม่ใช่ใครก็ได้ที่จะเอามันมาเล่นได้ตามใจชอบและด้วยรูปทรงที่น่าดูเกรงขามรวมทั้งการใช้งานที่มันจะเป็นการได้เปรียดต่อปืนทั่วไปเหล่ากลุ่มโจรสลัดจึงได้นำเอามาใช้เพราะมันสามารถที่จะใช้งานได้ทั้งในระยะไกล้และในระยะไกลแถมยังมีพลังในการยิงที่รุกแรงสุดๆจึงไม่ต้องนึกเลยว่าศัตรูที่ได้โดยลูกกระสุนปืนพวกนี้เข้าไปสภาพจะเป็นอย่างไร

 

สนับสนุนโดย  next88

พระแก้วมรกต

อยากรู้กันไหม ทำไมพระแก้วมรกตถึงต้องเปลี่ยนเครื่องทรง 3 ฤดู

  พระแก้วมรกตเป็นพระพุทธรูปที่ทุกคนทั่วทั้งประเทศเคารพนับถือเป็นอย่างมากเป็นศูนย์รวมด้านจิตใจของคนไทยทุกคนซึ่งองค์พระแก้วมรกตนั้นปัจจุบันจะประดิษฐานอยู่ที่วัดพระศรีรัตนศาสดารามในกรุงเทพมหานคร เครื่องทรงเมื่อแรกสร้าง สร้างขึ้นด้วยในพระราชศรัทธาในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชและพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว  เมื่อครั้งในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชได้ทำการทรงสถานปนากรุงรัตนโกสินทร์ขึ้นเป็นราชธานีซึ้งต่อจากนั้นก็ได้ทรงให้สร้างวัดพระศรีรัตนศาสดารามขึ้นมาในบริเวณของพระบรมมหาราชวัง

หลังจากนั้นจึงได้มีการอัญเชิญพระแก้วมรกตขั้นมาประดิษฐานในพระอุโบสถ และได้มีพระราชศรัทธาให้สร้างเครื่องทรงฤดูร้อนและเครื่องทรงฤดูฝนถวายพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร เพื่อเป็นพุทธบูชา จนต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้วเจ้าอยู่หัวจึงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดสร้างเครื่องทรงฤดูหนาว ถวายเป็นพุทธบูชา ถวายแด่พระมหามณีรัตนปฎิมากรเพิ่มอีกหนึ่งชุด และหลังนั้นพระแก้วมรกตจึงทรงมีเครื่องทรงครบทั้ง 3 ฤดูตั้งแต่นั้นเป็นมา และนี่คือต้นกำหนดของพระราชพิธีของการเปลี่ยนเครื่องทรงทั้ง3 ฤดูของ พระมหามณีรัตนปฎิมากรมาจนถึงปัจจุบัน

และกำหนดการในการพระราชดำเนินในพิธีเปลี่ยนเครื่องทรงของพระมหามณีรัตนปฎิมากรมีรายละเอียดดังนี้

  1. การเปลี่ยนเครื่องทรงในฤดูร้อนจะทำในวันแรม  1 ค่ำ เดือน4 หรือประมาณเดือน March
  2. การเปลี่ยนเครื่องทรงในฤดูฝนจะกระทำในวันแรม 1 ค่ำเดือน 8 หรือประมาณเดือน July
  3. การเปลี่ยนเครื่องทรงในฤดูหนาวจะกระทำในวันแรม 1 ค่ำเดือน 12 หรือประมาณเดือน November

พระมหากษัตรแห่งราชจักรีวงจะทรงประกอบพระราชพิธีเปลี่ยนเครื่องทรงพระมหามณีรัตนปฎิมากร ในวันเริ่มฤดูเป็นประจำทุกปี   ในกรณีที่ทรงติดพระราชกรณียกิจอื่นใดไม่อาจจะเสด็จด้วยพระองค์เองได้ จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พระบรมวงศานุวงได้เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ แต่มาในสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เครื่องทรงทั้ง 3 ฤดูมีสภาพชำรุดยากแก่การซ่อมแซมบูรณะให้สวยงามเหมือนดั่งอดีต ประจวบกับเวลานั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงครองราชย์สมบัติครบ  50 ปี

กรมธนารักษ์เป็นผู้รับผิดชอบในการดูแลเครื่องทรงทั้ง 3 ฤดูจึงได้ทรงขอพระราชทานอนุญาตดำเนินการสร้างชุดใหม่ทั้ง 3 เพื่อแทนชุดเดิมและเพื่อเป็นการถวายเป็นพุทธบูชา และเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช โดยเครื่องทรงที่สร้างทั้ง 3 ชุดนี้ยังเป็นเครื่องทรงที่ใช้ในงานพระราชพิธีมาจนถึงปัจจุบัน

 

สนับสนุนเรื่องราว  BK8

ประวัติของพระวัดกลางบางแก้ว

ที่อำเภอ นครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ที่นี่จะมีพระเกจิดังท่านหนึ่งชื่อว่าหลวงปู่บุญ

ซึ่งท่านเป็นอดีตเจ้าอาวาสของวัดกลางลางบางแก้ว หรือที่ชาวบ้านเคยเรียกกันว่าวัดคงคาราม  วัดแห่งนี้เป็นวัดที่มีประวัติมาอย่างยาวนานมากมาก ซึ่งจะเห็นได้ว่าจะมีมาตั้งแต่สุนทรภู่ได้มีการแต่งนิราสพระแท่นดงรัง ซึ่งในนิราสของท่านจะมีการพูดถึงวัดนี้เอาไว้ด้วย ที่วัดแห่งนี้ประชาชนต่างก็รู้จักเพราะมีหลวงพ่อชื่อดังนั่นก็คือ หลวงปู่บุญ ซึ่งท่านเกิดในปี พ.ศ. 2390 ที่อำเภอกระทุ่มแบบจังหวัดสมุทรปราการ  เหตุที่ท่านได้ชื่อว่าบุญก็เพราะว่าตอนที่ท่านยังเป็นเด็กท่านไม่สบายหนักมากจนสลบ โดยพ่อคิดว่าท่านตายไปแล้วก็เลยเตรียมพิธีการจัดงานศพ

แต่ในระหว่างนั้นท่านก็ฟื้นขึ้นมาพ่อของท่านก็เลยเปลี่ยนชื่อให้ใหม่ว่าเป็นชื่อบุญ หลังจากนั้นพ่อก็พาท่านย้ายบ้านมาอยู่ที่จังหวัดนครปฐมแล้วก็มาบวชที่วัดกลางบางแก้ว ซึ่งนับตั้งแต่ท่านบวชมาเป็นพระที่นี่ท่านก็ดูแล บูรณะวัดให้มีแต่ความรุ่งเรืองมาโดยตลอด จนท่านได้ถูกเรียกว่าเป็นพระนักพัฒนา 

จากที่เป็นเพียงแค่วัดเล็กเล็ก ที่นี่ก็กลายเป็นวัดที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ และมีสิ่งก่อสร้างเกี่ยวกับทางพระพุทธศาสนามากมาย โดยถือว่าเป็นวัดให้มีชื่อเสียงวัดหนึ่งของอำเภอ นครชัยศรี ท่านสร้างทั้งหอไตร มณฑป ศาลาลอย ศาลาเรียน และอื่นอื่นอีกมากมายและท่านยังได้สร้างโรงเรียนพระขึ้นมาอีกด้วย ที่วัดแห่งนี้จะมีความสวยงามทั้งรูปปั้นและจิตกรรมตามฝาผนัง และในอุโบสถ จะมีพระประธานที่เก่าแก่ ชาวบ้านต่างนิยมมากราบไว้ แต่ที่ทำให้วัดกลางบางแก้วแห่งนี้เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางก็เพราะว่า หลวงปู่บุญท่านได้สร้างเครื่องรางของขลังขึ้นมา

พระยาหอม และเบี้ยแก้เสีย  ซึ่งเครื่องรางทั้งสองนี้สร้างชื่อเสียงให้กับท่านมาก ซึงในครั้งแรกทีท่านสร้างเครื่องรางขึ้นมา ท่านสร้างแล้วนำมาแจกให้กับชาวบ้านที่มาทำบุญ ปัจจุบันถึงแม้ว่าจะมีการเปลี่ยนเจ้าอาวาสไปหลายรุ่นแล้ว เพราะแต่ละท่านก็มีการละสังขารไปแล้วนั้น

ชื่อเสียงของวัดก็ยังเป็นที่โด่งดังและผู้คนก็ยังนิยมเดินทางมาเที่ยวที่วัดแห่งนี้ไม่ว่าจะมาไหว้พระขอพร หรือบางคนต้องการที่จะมาเช่าเครื่องรางของขลัง หรือบางคนต้องการมาดูความงดงามของวัดที่มีการสร้างต่อเติมเอาไว้อย่างสวยงาม และหากใครได้มีโอกาสที่จะเดินทางมาทอ่งเที่ยวที่จังหวัดนครปฐมแห่งนี้ ก็อย่างลืมแวะมาเที่ยววัดกลางบางแก้วกันนะคะ