เพจดังออกมาเตือน  ไม่ควรนำพลาสติกคลุมรถ  ในช่วงที่น้ำท่วมเพราะเชื้อราจะขึ้น 

          ม่ควรนำพลาสติกคลุมรถ  ในช่วงนี้จะเห็นได้ว่าในโลกออนไลน์ กำลังมีการแชร์กันมากเกี่ยวกับวิธีการรักษารถของตนเองในช่วงที่น้ำท่วมซึ่งมีหลายคนกำลังเจอปัญหาว่าหมู่บ้านของตนเองน้ำท่วมทำให้มีการแนะนำการเกิดขึ้นเกี่ยวกับดูแลรักษารถไม่ให้ น้ำเข้าไปในรถได้ซึ่งหนึ่งในวิธีการที่แชร์กันมากก็คือการนำถุงพลาสติกขนาดใหญ่มาห่อหุ้มรถเอาไว้ทั้งคันโดยระบุว่าน้ำจะไม่ท่วมอย่างแน่นอน 

     อย่างไรก็ตามมีผู้มีประสบการณ์จริงได้ออกมาพูดถึงการแชร์การนำพลาสติกมาคลุมรถกันน้ำท่วมนั้นว่าไม่ควรทำตามโดยมีการหยิบยกประสบการณ์ของตนเองที่เคยทำเมื่อช่วงน้ำท่วมปีพ.ศ. 2554 โดยระบุว่าน้ำไม่เข้าไปในรถก็จริง

แต่เมื่อน้ำท่วมรถต้องจอดทิ้งเอาไว้นานหลายวันปรากฏว่าแกะพลาสติกออกมาเชื้อราเต็มคันรถหรือบางคนก็มีประสบการณ์ที่ว่านำพลาสติกห่อหุ้มรถทั้งคันเอาไว้แต่น้ำ ที่ไหลมาจากแม่น้ำและภูเขานั้นมีกระแสน้ำที่ค่อนข้างเที่ยวและแรงมากดังนั้นจึงคัดรถให้ลอยไปกระแทกกับต้นไม้หรือว่าเสาบ้านได้ซึ่งก็มีคนแนะนำว่าควรจะต้องถูกรถเอาไว้กับเสาบ้านให้แน่นเพื่อป้องกันลดรอยกระแทกแล้วรถได้รับความเสียหาย  

           อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าจะมีคนเข้ามาเขียนคอมเม้นแนะนำเพิ่มเติมต่างๆมากมายล่าสุดเพจของคุณหมอก็ได้ออกมาโพสต์แนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการนำถุงพลาสติกมาคลุมรถป้องกันน้ำท่วมในครั้งนี้โดยมีการโพสต์ขึ้นเมื่อวันที่ 29 เดือนกันยายนปีพ.ศ. 2564

โดยคุณหมอก็แนะนำประสบการณ์จริงของตนเองมาโพสต์เหล้าพร้อมกับมีรูปภาพให้ดู  ซึ่งในภาพจะเห็นได้ว่ามีพลาสติกขนาดใหญ่ห่อหุ้มรถเอาไว้อย่างมิดชิดและที่สำคัญยังมีการมัดอย่างแน่นหนาแต่ปรากฏว่าเมื่อน้ำลดแล้วเจ้าของรถมาแกะพลาสติกออกเปิดประตูรถมาก็หัวใจแทบจะหยุดเต้นกันเลยทีเดียว

       เพราะสภาพรถภายในนั้นเต็มไปด้วยเชื้อราขึ้นที่เบาะและที่พวงมาลัยทุกส่วนที่เป็นบริเวณเครื่องหนังของตัวรถนั้นมีเชื้อราเต็มไปหมดแน่นอนว่าเจ้าของรถนั้นต้องมานั่งกุมขมับร้องไห้กันเลยทีเดียวซึ่งคุณหมอยังระบุอีกด้วยว่าถึงแม้ว่าน้ำจะไม่เข้าไปในตัวรถแต่ก็มีความอับชื้นและเชื้อราที่อยู่ในรถนั้นก็มีอันตรายมาก

ซึ่งถึงแม้เราจะนำรถไปล้างทำความสะอาดแต่ก็อาจจะมีสปอร์ของเชื้อราติดอยู่ตามซอกในซอก 1 ภายในรถได้และถ้าหากว่าเราสูดกลิ่นเข้าไปก็จะมีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจหรืออาจจะทำให้เราเป็นโรคภูมิแพ้ได้เหมือนกันและถ้าหากว่าเราสูดเป็นระยะเวลานานเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งสูงอีกด้วยดังนั้นวิธีการที่ดีที่สุดของการนำรถหนีน้ำท่วมก็คือให้นำไปจอดไว้ในที่สูงอย่างเช่นไปจอดไว้ที่จอดรถในห้างสรรพสินค้า 


สนับสนุนโดย.    agplus

หนุ่มสุดเซ็งชาวบ้านเผาไร่อ้อยขี้เถ้าลอยฟุ้งกระจายทั่วบ้าน 

       หนุ่มสุดเซ็งชาวบ้านเผาไร่อ้อย   เมื่อวันที่ 25 เดือนมกราคมปีพศ. 2565 ได้มีผู้ใช้ Facebook รายหนึ่งได้นำภาพบ้านของตนเองซึ่งมีสภาพที่ทำให้คนเห็นแล้วต่างก็พากันรู้สึกซึ่งเป็นอย่างมากเนื่องจากว่าบริเวณพื้นที่โดยรอบของตัวบ้านนั้นมีขี้เถ้าปกคลุมเต็มไปหมดทำให้มองเห็นพื้นเหมือนกับเป็นลายกระเบื้องสีขาวดำเลยทีเดียว

         โดยชายหนุ่มรายนี้ที่โพสต์ภาพสภาพบ้านของตนเองนี้ระบุว่าบ้านของเขานั้นอยู่ในจังหวัดขอนแก่นและในช่วงกลางคืนของวันที่ 24 เดือนมกราคมปีพศ. 2565

ก็เกิดเหตุการณ์ที่ชาวบ้านในพื้นที่ซึ่งอยู่ใกล้กันกับบ้านของเขานั้นได้มีการเผาไร่อ้อยทำให้เกิดขี้เถ้าปลิวลอยมาตกบริเวณพื้นที่บ้านของเขาเป็นจำนวนมากซึ่งในช่วงหัวค่ำนั้นเขาได้มีการถ่ายรูปพบว่าพื้นที่หน้าบริเวณบ้านของเขานั้นมีเศษขี้เถ้าปลิวว่อน

          นอกจากนี้จะเห็นได้ว่าในภาพที่ชายหนุ่มรายนี้ได้มีการโพสต์ลงในโซเชียลนั้นจะเห็นภาพเพลิงไหม้ซึ่งเป็นไฟลุกโชติช่วงสีแดงซึ่งสามารถคำนวณได้ว่ามีการเผาไหม้ในพื้นที่ขนาดกว้างเลยทีเดียวอย่างไรก็ตามหลังจากที่เหตุการณ์ผ่านไปตื่นเช้าขึ้นมาชายหนุ่มรายนี้ก็ต้องตกตะลึงกับสภาพบ้านของตนเองเพราะไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ไหนบริเวณด้านนอกของตัวบ้านก็มีขี้เถ้าเต็มไปหมดคล้ายกับว่าเป็นหิมะสีดำตกรอบบริเวณบ้านของเขาเลยทีเดียวซึ่งเรื่องนี้ทำให้เขานั้นต้องถ่ายรูปออกมาโพสต์ลงในโซเชียล

          สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ไม่ใช่เพียงแค่ภาพสนุกสนานให้เห็นเพียงเท่านั้นแต่มันกำลังสื่อให้เห็นว่าในขณะนี้ชาวบ้านเริ่มหันมาเผาหญ้าเผาไร่กันมากขึ้นซึ่งมันจะส่งผลกระทบต่อมลพิษทางอากาศโดยในขณะนี้จะเห็นได้ว่าอากาศนั้นเริ่มมีค่า PM 2.5 ในปริมาณที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆซึ่งผลก็มาจากการที่ชาวบ้านเผาไร่เผานานั่นเองนอกจากจะมีมลพิษในอากาศแล้วยังส่งผลทำให้บ้านเรือนที่ได้รับผลกระทบจากเศษขี้เถ้าเท่านั้นสกปรกและต้องเสียเวลาทำความสะอาดอีกด้วย 

        อย่างไรก็ตามการจุดไฟเผาไร่อ้อยหรือจุดไฟเผาหญ้านั้นควรจะได้รับการอนุมัติจากทางอำเภอหรือทางผู้ใหญ่บ้านเสียก่อนเนื่องจากว่ามันจะส่งผลเสียต่อพื้นที่ใกล้เคียงโดยเฉพาะอย่างยิ่งผลเสียเกี่ยวกับเรื่องของมลพิษทางอากาศนอกจากนี้ยังมีกฎหมายออกมาสั่งห้ามเกี่ยวกับเรื่องของการเผาหญ้าหรือเผาไร่ในช่วงนี้ด้วยซึ่งถือว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้ชาวไร่ที่เผาไร่อ้อยของตนเองนั้นกระทำความผิดตามกฎหมายซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถที่จะไปตรวจสอบและจับกุมดำเนินคดีได้

       นอกจากนี้ยังควรที่จะต้องมีการรณรงค์ชาวไร่หรือชาวสวนคนอื่นๆไม่ให้ทำการจุดไฟเผาไร่ของตนเองเพื่อเป็นการลดปัญหามลพิษทางอากาศซึ่งมันจะส่งผลเสียต่อผู้อยู่อาศัยไม่ใช่เฉพาะภายในจังหวัดนั้นๆแต่ถ้าหากว่ามีลมกรรโชกแรงมลพิษทางอากาศก็สามารถกระจายไปยังจังหวัดอื่นๆได้อีกด้วย 

 

สนับสนุนโดย.    aesexy

ลุงหัวร้อน ทะเลาะเดือดกับพนักงานงานรักษาความปลอดภัยกลับมาอีกครั้ง

           หากยังคงจำกันได้ เมื่อวันที่ 23  เดือนกุมภาพันธ์ ปี พ.ศ. 2563  ได้มีคลิปฉาว ของชายหัวร้อนคนหนึ่งที่มีเรื่องทะเลาะวิวาทกับเจ้าหน้าที่ของพนักงานงานรักษาความปลอดภัยของหมู่บ้านแห่งโดย โดยในคลิปมีการระบุเอาไว้ถึงสาเหตุที่ทะเลากันว่า  ชายคนที่หัวร้อน เดินทางมายังบ้านญาติในหมู่บ้านแห่งหนึ่งแล้วถูกทางพนักงานงานรักษาความปลอดภัยสอบถามถึงเหตุผลที่มาบ้านหลังดังกล่าว ทำให้ชายคนดังกล่าวไม่พอใจ ด่าทอพนักงานพนักงานงานรักษาความปลอดภัยอย่างรุนแรง

ด้วยถ้อยคำหยาบคาย  และเกือบจะมีเรื่องชกต่อยกัน ซึ่งทาง พนักงานงานรักษาความปลอดภัยได้มีการถ่ายคลิปเก็บเอาไว้เป็นหลักฐาน และมีการนำมาโพสต์ลงเฟสบุ๊กส่วนตัวจนเป็นข่าวโด่งดังมาแล้วซึ่งในครั้งนั้นจบลงตรงที่ เจ้าของบ้านที่ชายคนดังกล่าวไปหา ได้ออกมาขอโทษพนักงานงานรักษาความปลอดภัย และตัวพนักงานงานรักษาความปลอดภัยก็ได้ขอโทษเจ้าของบ้าน ซึ่งในตอนแรกเจ้าของบ้านเองก็ได้ออกมาต่อว่าพนักงานงานรักษาความปลอดภัย เช่นกัน

พร้อมกับบังคับให้ลบคลิป แต่เมื่อเป็นข่าวใหญ่โต และชาวโซเชียลรวมถึงลูกบ้านทุกคนที่อยู่ในหมู่บ้านดังกล่าวต่างก็ออกมาให้กำลังใจกับ พนักงานงานรักษาความปลอดภัยทำให้ ฝั่งทางชายหัวร้อนต้องออกมาขอโทษในที่สุด แต่เหตุการณ์กลับไม่จบเพียงแค่นั้น เมื่อวันที่ 10 เดือนมีนาคม ปี พ.ศ. 2563  ทั้งพนักงานงานรักษาความปลอดภัยคนเดิมและชายหัวร้อนคนเดินกลับมาพบกันอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้ทั้งคู่ได้เผอิญมาเจอกันที่หน้าร้านเซเว่นแห่งหนึ่ง

โดยชายหัวร้อนได้ออกมาต่อว่าทางพนักงานงานรักษาความปลอดภัย ที่มองหน้าตนเอง ซึ่งทางพนักงานงานรักษาความปลอดภัย ก็บอกว่าที่มองเพราะเห็นว่ารู้สึกคุ้นหน้าว่าจะใช่คนที่เคยมีเรื่องกันหรือไม่ และกลัวว่าชายคนดังกล่าวจะทำอันตรายตัวเองหรือไม่ เพราะลุงหัวร้อนเคยขู่ทำร้ายพนักงานงานรักษาความปลอดภัยเอาไว้ ซึ่งทางลุงและภรรยาเองก็ไม่พอใจที่ทาง พนักงานงานรักษาความปลอดภัย มองอยู่นาน และเข้าใจว่าเป็นการมองเพื่อหาเรื่อง จึงได้เข้ามาต่อว่าและเกือบจะมีเรื่องชกต่อยกัน

ซึ่งทางพนักงานงานรักษาความปลอดภัยได้มีการถ่ายคลิปเหตุการณ์เอาไว้และนำมาโพสต์ลงโซเชียลอีกรอบ ซึ่งหลายคนที่ได้เห็นคลิปต่างก็พากันต่อว่าลุงหัวร้อนและภรรยาเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ดี เหตุการณ์ในครั้งนี้จบลงด้วยการแยกย้ายกันไป ไม่ได้มีเรื่องชกต่อยกันอย่างที่หวาดกลัว ซึ่งหลังจากที่มีข่าวคลิปออกไปเป็นครั้งที่สองนี้ คงต้องรอดูกันว่าทางครอบครัวของลุงจะออกมาตอบโต้ว่าอย่างไรบ้าง

 

สนับสนุนโดย  ติดต่อ rb88