ประวัติความเป็นมาของปราสาทเขาพนมรุ้ง

ปราสาทพนมรุ้ง นานนับพันๆปีมาแล้วบนที่ลาบสูงของโคราช

ได้ปรากฏร่องรอยทางวัฒนธรรมที่มนุษย์หลายยุคหลายสมัยได้ทิ้งหลักฐานสำคัญเอาไว้ให้เราได้ศึกษาทางด้านประวัติความเป็นมาและชีวิตความเป็นอยู่ของคนเหล่านั้นได้ร่องรอยทางวัฒนธรรมของมนุษย์ที่ได้มีการศึกษาด้วยวิธีการทางโบราณคดีนั้นสามารถสะท้อนให้เห็นรูปแบบความเชื่อพิธีกรรมที่เกี่ยวกับความตายการนับถือผี

ซึ่งได้พบในเหล่าฝังศพในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ระบบความเชื่อและพิธีกรรมเป็นแรงบันดานใจที่สำคัญให้มนุษย์สร้างสรรค์ศิลปะกรรมและได้พัฒนาไปสู่การสร้างเสาโบราณวัตถุที่งดงามใหญ่โตก็ได้รับอิทธิพลในทางศาสนาและวัฒนธรรมทราวดีในพุทธศตวรรษที่13ถึง14และวัฒนธรรมเขรมโบราณซึ่งแผ่เข้ามาพุทธศตวรรษที่15ถึง18ยังได้ปรากฏซากศาสตร์สถานที่ได้เรียกกันทั่วไปว่าปราสาทและโบราณวัตถุเนื่องในศาสนาฮินดูและพูทธศาสนาเป็นจำนวนมากปราสาทหรือเทวาลัยแท้ที่จริง

แล้วเป็นศาสตร์สถานที่สถิตของเทพเจ้าโดยใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีการบูชาเทพด้วยความศรัทธาและเป็นศูนย์รวมจิตใจของผู้คนในบันดาปราสาทที่สร้างด้ยหินทายศิลาแลงหรือก่อด้วยอฐิในประเทศไทยปราสาทพนมรุ้งที่อําเภอเฉลิมพระเกียรติจังหวัดบุรีรัมย์นับว่าสวยงามเป็นหนึ่งควรแก่การศึกษาหาความรู้และความเพลินตาเพลินใจไม่น้อย ตามความเข้าใจและรับรู้ของชาวบ้านเดิมทีเชื่อกันว่าปราสาทพนมรุ้งคงจะเป็นปราสาทราชวังค์ของกษัตริย์ในสมัยโบราณมาตั้งแต่เก่าแก่ก่อนการศึกษาทางด้านวิชาการได้เริ่มขึ้นเมื่อนายเอเตียน เอมอนิเยร์ผู้แทนรัสในอารักขาฝรั่งเศทได้เดินทางเข้ามาสำรวจและนำเอาข้อมูลเขียนบทความของภาษาฝรั่งเศทตีพิมพ์ในพุทธศักราช2445หลัง

จากนั้นได้มีนักวิชาการทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติศึกษาเรื่องราวของปราสาทพนมรุ้งอยู่เรื่อยมากรมศิลปากรปรากาศขึ้นทะเบียนทางโบราณสถานในพุทธศักราช2478ได้มีการสำรวจศึกษาและได้ทำการบูรณะได้พบข้อมูลลายละเอียดเกี่ยวกับปราสาทพนมรุ้งได้กระจางชัดขึ้นปราสาทพนมรุ้งเป้นศาสตร์สถานในศาสนาศาสนาพราหมณ์หรือฮินดูระทิใสวนิกายนับถือพระศผิวะเป็นเทพเจ้าสูงสุดกลุ่มอาคารศาสตร์สถานได้สร้างขึ้นบนยอดภูเขาไฟเก่าที่ได้ดับสนิดแล้วชื่อพนมรุ้งชื่อดังกล่าวนี้ปรากฏอยู่ในศิลาจาลึงได้พบที่ปราสาทพนมรุ้งในนามวานำรุงสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาทรงศึกษาจาลึกพบที่ปราสาทพนมรุ้ง

ทรงสันนิษฐานว่าวนำรุงหมายถึงภูเขาอันกว้างใหญ่ผู้ที่ได้ก่อสร้างปราสาทได้เลือกภูมิสถานต้องตามคติเทียบได้กับเขาไกลราชที่สถติของเทพเจ้าบนสวรรค์และยังเป็นศูนย์ของจักรวาลตามความเชื่อในศาสนาฮินดูอีกด้วยบริเวณเชิงเขาพนมรุ้งด้านทิศตะวันออกมีบาลายหรืออ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่นอกจากจะเป็นแหล่งน้ำของชุมชนแล้วยังเป็นสัญลักษณ์ของทางศาสนาอีกด้วย

วัดที่มีประวัติทางประวัติศาสตร์ 

พาเที่ยว วัดกู้ วัดที่มีประวัติทางประวัติศาสตร์ 

            หากพูดถึงวัดในจังหวัดนนทบุรีแล้ววัดกู้หรือ ที่เรียกกันว่าวัดพระนางเรือร่มเป็นวัดที่มีอายุเก่าแก่มายาวนานและมีเหตุการณ์สำคัญสำคัญเกิดขึ้นมากมายโดยวัดแห่งนี้มีการคาดการณ์กันว่าได้ถูกก่อสร้างมาเมื่อช่วงเวลาประมาณปีพ.ศ. 2295 และมีการเกิดเหตุการณ์ใหญ่ขึ้นในพ.ศ. 2423 ซึ่งเหตุการณ์นั้นก็คือเรือพระที่นั่งของพระบรมราชนเทวีอัครมเหสีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ห้าได้เกิดอุบัติเหตุเรือร่มมนแม่น้ำเจ้าพระยาตรงบริเวณท่าวัดแห่งนี้

ซึ่งเป็นสาเหตุให้พระองค์สิ้นพระชนม์ซึ่งหลังจากนั้นก็มีการนำซากเรือแล้วกูผสมขึ้นมาจากน้ำแล้วนำมาไว้ที่วัดแห่งนี้หลังจากนั้นเป็นต้นมาชาวบ้านจึงเรียกวัดแห่งนี้ว่าวัดกู้ที่วัดแห่งนี้จะมีพระพุทธรูปปางไสยาสน์มีอายุเก่าแก่มายาวนานมากกว่า 100 ปีถูกนำมาประดิษฐ์ฐานไว้ตรงบริเวณทางเข้าวัด

ซึ่งจะมีวิหารเปิดโล่งให้ประชาชนเข้าไปทำการกลับไหว้เคารพบูชาและที่นี่ยังมีอุโบสถเก่าแก่ของวัดที่ทางวัดจะมีการทำนุบำรุงรักษาไว้และสามารถให้ประชาชนเข้าไปเยี่ยมชมความงามได้ซึ่งภายในจะมีการวาดภาพเป็นแบบจิตรกรฝาผนังมีเขียนลายดอกไม้ไว้ อย่างสวยงามและที่สำคัญที่วัดแห่งนี้มีหลวงพ่อสมปรารถนาซึ่งประชาชนให้การเคารพนับถือเลยทั้งอยู่ที่นี่ทำให้ในแต่ละวันต่างก็มีประชาชนเป็นจำนวนมากเดินทางมากราบไหว้พระพุทธรูปและมาทำบุญกับพระสงฆ์กันอย่างเนืองแน่นทุกวัน หากใครเคยมาเที่ยวที่วัดแห่งนี้จะเห็นว่าวัดยังคงสภาพในความอุดมสมบูรณ์ภายในบริเวณวัดมีความร่มรื่นร่มเย็นเหมาะแก่การมาทำบุญไหว้พระและปฏิบัติธรรม  ที่วัดแห่งนี้ไม่เน้นให้ประชาชนเข้าไปกราบไหว้ขอหวย

 

เพราะเน้นให้ประชาชนเข้ามาปฏิบัติธรรมมากว่า ในปัจจุบันหากเราเดินทางมาที่วัดแห่งนี้เราจะยังคงเห็นซากเรือที่ถูกกู้ขึ้นมา อยู่ในบริเวณศาลา ที่ทางวัดมีการจัดทำเอาไว้ ให้ประชาชนได้เดินทางมากราบไหว้เรือโบราณนี้ด้วย การเดินทางมาที่วัดแห่งนี้สามารถเดินทางมาได้ทั้งทางน้ำ

 

ซึ่งต้องนั่งเรือเช่ามาจากท่าน้ำปากเกร็ด และทางรถยนต์ก็สามารถขับมาแล้วเอารถเข้ามาจอดที่วัดได้เลย ในวัดจะมีพื้นที่ร่มรื่น และเรายังจะเห็นพระนอนขนาดใหญ่ที่จะอยู่ในศาลากลางแจ้ง สำหรับวัดแห่งนี้ว่ากันว่ามีการสร้างมาตั้งแต่สมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี โดยมีการออกแบบวัดเป็นแบบศิลปะของชาวมอญ ซี่งเราจะสังเกตุได้จากลักษณะของโบสถ์และการวาดภาพบอกเล่าเรื่องราวเอาไว้ภายในโบสถ์